25thMay

25thMay

25thMay

 

March 23,2023

ทล.ยกที่ดิน ๑๐๕ ไร่ ย้ายวิทยาลัยพยาบาล ลดแออัด‘รพ.มหาราชฯ’

 

สาธารณสุข และคมนาคม ร่วมส่งมอบที่ดินสงวนนอกเขตทางของกรมทางหลวง ๑๐๕ ไร่ ย้ายวิทยาลัยพยาบาลฯ เพื่อพัฒนาและขยายพื้นที่บริการ ลดความแออัดโรงพยาบาลมหาราชฯ อํานวยความสะดวกประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้รวดเร็ว มุ่งสู่สถาบันการแพทย์ชั้นนำมาตรฐานสากล พร้อมขอบคุณ ส.ส.โคราชที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระเรื่องนี้

เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งมอบที่ดินสงวนนอกเขตทางของกรมทางหลวง ให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วย นายชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นพ.ประวีณ ตัณฑประภา  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชฯ นพ.สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา รวมทั้ง ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงคมนาคม ร่วมงาน ท่ามกลาง อสม. และบุคลากรสาธารณสุขที่มาร่วมต้อนรับจำนวนมาก

เล็งเห็นความจำเป็น

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มพิธี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกับ อสม.ในพื้นที่ ๒๐ ตำบลของอำเภอเมืองนครราชสีมา ที่มาร่วมต้อนรับว่า “วันนี้ที่มาพบกันมี ๒ กระทรวงคือ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีกับพี่น้องชาวโคราช การที่ ๒ กระทรวงนี้อยู่ด้วยกันภายใต้การกำกับดูแลของผม ในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วย เมื่อทราบถึงความจำเป็นว่าโรงพยาบาลมหาราชฯ ต้องการที่จะขยายอาคารบริการต่างๆ และอาคารของวิทยาลัยพยาบาลฯ เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านสาธารณสุขด้วย จึงนำเสนอมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า มีที่ดินอยู่ใกล้สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยเจรจา อธิบายถึงเหตุผลความจำเป็นของการที่จะใช้ที่ดินผืนนี้ ทำประโยชน์ผลิตบุคลากร พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล สร้างอาคารหอพักให้กับนักศึกษาภายใต้กำกับโรงพยาบาลมหาราชฯ ผมก็เร่งหารือกับรัฐมนตรีศักดิ์สยาม และท่านศักดิ์สยามก็เป็นคนแถวนี้ คือเป็นคนบุรีรัมย์ก็รู้ถึงความจำเป็นที่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะในเรื่องการผลิตบุคลากรไม่เพียงพอ รัฐมนตรีสาธารณสุขก็ขอรัฐมนตรีคมนาคม จากนั้นรัฐมนตรีคมนาคมก็ไปถามกรมทางหลวงๆ บอกว่าไม่มีปัญหา สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้ได้ เพราะเป็นสาธารณประโยชน์ รัฐมนตรีคมนาคมจึงยืนยันกับรัฐมนตรีสาธารณสุขว่าได้”

“จากนั้น รัฐมนตรีสาธารณสุขจึงไปเสนอรองนายกรัฐมนตรีที่ชื่ออนุทินว่า ตอนนี้รัฐมนตรีคมนาคมยอมแล้ว รัฐมนตรีสาธารณสุขที่ชื่ออนุทินก็ยอมแล้ว รองนายกฯ อนุทินจะยอมหรือเปล่า พี่น้อง อสม.ว่ารองนายกฯ อนุทินจะยอมมั้ย ก็ต้องยอมอยู่แล้วใช่มั้ย” นายอนุทินกล่าวอย่างอารมณ์ดี สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้มาร่วมงานก้องห้องประชุม

นายอนุทินกล่าวต่อไปว่า “จึงเป็นที่มาของงานวันนี้ ซึ่งที่ดิน ๑๐๐ กว่าไร่ไม่ใช่เล็กๆ จะได้ย้ายตรงนี้ออกไป และจะได้ใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นโซนในการรักษา เพิ่มห้องคนไข้ ห้องตรวจ เพิ่มบริการได้มากยิ่งขึ้น โดยนักศึกษาต่างๆ ก็สามารถไปพักที่บริเวณนั้นได้ ที่ดิน ๑๐๐ กว่าไร่สร้างได้หลายตึก ใช้ประโยชน์ใช้สอยได้มากมาย อาจจะมีคลินิกที่คอยดูแลประชาชนบริเวณนั้นด้วย จึงเป็นเรื่องที่น่าดีใจสำหรับชาวโคราชทุกคน”

รพ.ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

“โรงพยาบาลมหาราชฯ เป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นโรงพยาบาลศูนย์ โรงเรียนแพทย์ มีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก จึงมีความสำคัญที่จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ถ้าจังหวัดอื่นรับไม่ไหว อย่างน้อยก็ค่อยๆ ทยอยส่งต่อมา และน่าจะมาจบที่โรงพยาบาลมหาราชฯ ไม่ต้องไปถึงกรุงเทพฯ ที่นี่มีเทคโนโลยี มีความพร้อม มีความเชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมทุกอย่าง ในอนาคตเราอาจจะไปทำให้อุดรธานีมีความพร้อมเหมือนที่นี่ อุบลฯ นครพนม หนองคาย เพื่อให้เกิดความพร้อมของสถานพยาบาลในภาคอีสานให้มากที่สุด เพราะในอนาคตจะมีรถไฟความเร็วสูงผ่าน มีการคมนาคมที่สะดวกมากขึ้น ทั้งมอเตอร์เวย์ และมีการท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมาย จะทำให้คนที่เดินทางเข้ามาเกิดความมั่นใจ และกล้าเดินทางมากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว  

ขยายการให้บริการ

จากนั้น เป็นการนำเสนอข้อมูลโรงพยาบาลมหาราชฯ และการวัตถุประสงค์การขอใช้ที่ดินผืนนี้ ซึ่งโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับตติยภูมิ มีขนาดใหญ่ที่สุดสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดบริการตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๕๒ รวม ๑๑๓ ปี ดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ ๔ จังหวัดในเขตสุขภาพที่ ๙ นครชัยบุรินทร์ ได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีจำนวนเตียงให้บริการ ๑,๖๐๐ เตียง มีผู้ป่วยในมากกว่า ๑๑๐,๐๐๐ รายต่อปี และผู้ป่วยนอก ๑,๒๐๐,๐๐๐ รายต่อปี ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารงานของนพ.ประวีณ ตัณฑประภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งอาคารบริการผู้ป่วยในและนอกมีลักษณะกระจัดกระจาย และระบบการให้บริการผู้ป่วยขาดความเชื่อมโยง ส่งผลให้ประชาชนที่มารับบริการไม่ได้รับความสะดวก โรงพยาบาลมหาราชฯ จึงกำหนดแผนแม่บทเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลและมีความต้องการใช้พื้นที่รองรับการขยายตัวการให้บริการในอนาคต จึงขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นพื้นที่สงวนนอกเขตทางของกรมทางหลวงในพื้นที่ของแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๓ สำนักทางหลวงที่ ๑๐ นครราชสีมา ผ่านโครงการของจังหวัดนครราชสีมา ที่ดินสงวนนอกเขตทางของกรมทางหลวง แปลงหมายเลข ๒๔๗๔๙ ทางหลวงหมายเลข ๒๓๑๐ สวนสัตว์นครราชสีมา-ท่าอ่าง ตั้งอยู่ที่ตำบลไชยมงคล อำเภอเมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พื้นที่ ๑๐๕-๒-๓๐.๕ ไร่ แต่เดิมพื้นที่บางส่วน สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา กรมการขนส่งทางบก ได้ขอใช้ที่ดิน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ดำเนินการใดใด จึงได้ส่งคืนพื้นที่ให้กรมทางหลวงเพื่อพิจารณาให้จังหวัดนครราชสีมาใช้พื้นที่ตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งกรมทางหลวงเล็งเห็นประโยชน์ในที่ดินต่อการขยายพื้นที่รองรับบริการของโรงพยาบาลมหาราชฯ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา และใกล้เคียง จึงไม่ขัดข้อง จึงอนุญาตให้ใช้ที่ดินสงวนนอกเขตทางฯ

ลดความแออัดรพ.มหาราชฯ

อย่างไรก็ตาม จากการพัฒนาพื้นที่ของโรงพยาบาลมหาราชฯ จะส่งผลให้โรงพยาบาลลดความแออัดในพื้นที่เดิม เพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน ให้เข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกรวดเร็ว ทันท่วงที และสามารถให้บริการรักษาผู้ป่วยในโรคที่มีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น และลดจำนวนการส่งต่อไปยังสถานบริการอื่น ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลมหาราชฯ มุ่งเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำด้วยคุณภาพมาตรฐานสากลภายในปี ๒๕๗๐

เพื่อประโยชน์ประชาชน

จากนั้นนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เป็นภารกิจที่เป็นประโยชน์กับประชาชนชาวโคราช และภาคอีสานหลายจังหวัด เพราะจังหวัดนครราชสีมาใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในประเทศไทย มีประชากรเกือบ ๓ ล้านคน วันนี้เป็นกิจกรรมที่คมนาคมกับสาธารณสุขร่วมมือกัน เพราะรองนายกฯ ที่ชื่ออนุทิน เพราะไม่ใช่ท่านผมก็คงไม่มอบให้ (หัวเราะ) แต่ทั้งหมดนั้นที่มอบให้ไม่ใช่เป็นเพราะว่านายอนุทินเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข แต่ท่านบอกว่า อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะจ.นครราชสีมา เป็นสิ่งที่สาธารณสุขและคมนาคมต้องเร่งรีบ จึงเป็นที่มาในการลงนามฯ ครั้งนี้ ที่แปลงนี้เดิมกระทรวงคมนาคมมีแผนจะสร้างเป็นศูนย์ฝึกการขับขี่รถของกรมการขนส่งทางบก แต่มีการก่อสร้างในพื้นที่อื่นแล้ว เมื่อทราบความต้องการของโรงพยาบาลมหาราชฯ จากการประสานงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดนครราชสีมาคือนายสมศักดิ์ พันธ์เกษม จึงเริ่มดำเนินการประสานงานต่างๆ

ย้ายวิทยาลัยพยาบาลฯ

ในขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “เป็นเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของทั้ง ๒ กระทรวง ในการสร้างสาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชน ซึ่งเรื่องนี้สาธารณสุขร้องขอ โดยวิทยาลัยพยาบาลฯ ย้ายไป เพื่อให้อาคารเดิมมีการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงการบริการ ทำกิจกกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลให้มากยิ่งขึ้น คล่องตัวในการดำเนินงาน เป็นช่วงจังหวะที่ดีมาก ที่ผมเป็นรองนายกฯ ได้ดูแลทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งพยายามที่จะทำให้ ๓ หน่วยงานนี้รวมตัวกันสร้างประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ซึ่งก็ทำได้ในระดับที่พึงพอใจของประชาชน เราทำการมอบพื้นที่ในหลายๆ จังหวัด เช่น ระนอง, กระบี่, บุรีรัมย์, อ.ปากช่อง และในเมืองโคราช ส่วนการทำงานร่วมกันของ ๓ กระทรวงนี้ก็ได้ประคับประคองในช่วงโควิดให้เกิดความร่วมมือมากมาย ออกมาตรการร่วมกัน ทำให้เกิดความพร้อมของประเทศไทย และเป็นประเทศที่ผ่อนคลายมาตรการทำให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาทำธุรกิจ ท่องเที่ยว และพำนักอยู่ในประเทศไทย รวมทั้งคนไทยก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ ในช่วงโควิด”

ขอบคุณ ส.ส.สมศักดิ์

“ที่ดินผืนนี้นอกจากจะทำเป็นอาคารหอพักบุคลากร จำนวนมหาศาล ๑๐๕ ไร่ ก็จะให้บริการในรูปแบบต่างๆ ต่อไป ประโยชน์ที่เกิดกับโคราช และสมเจตนารมณ์ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องขอบคุณผู้เกี่ยวข้องในงานนี้ ทั้งนายวิเชียร จันทรโณทัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และคนสำคัญที่ต้องกล่าวถึงคือ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.โคราช ที่ประสานงานมาโดยตลอด ผมพบท่านเมื่อ ๓-๔ ปีก่อนไม่ได้อยู่พรรคของผม แต่ท่านก็มาดักรอผมที่ร้านเสียวเสี้ยว (ภัตตาคารเสียวเสี้ยว) ซึ่งก็งงว่ามาทำไม ปรากฏว่า มาพูดเรื่องการพัฒนาโรงพยาบาลมหาราชฯ วันนั้น ผมก็งงๆ มาก เพราะท่านเป็นส.ส.ปักธงชัยแต่มีความห่วงในโรงพยาบาลมหาราชฯ ซึ่งผมฟังแล้วก็เป็นประโยชน์ จึงหารือกับผู้บริหารทั้งสองกระทรวง และทำสิ่งนี้จนประสบความสำเร็จ ท่านปิดทองหลังพระ บอกผมแค่ว่า ‘ถ้ารัฐมนตรีทำเรื่องนี้ได้จะได้ใจคนโคราช เพราะจะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมหาศาล’ แต่สิ่งที่ผมได้มาแน่นอนคือ ตอนนี้ท่านย้ายมาอยู่พรรคผม (หัวเราะ) เป็นสิ่งที่ผมดีใจที่สุดที่อย่างน้อยการปรากฏตัวของท่านสมศักดิ์ที่ร้านเสียวเสี้ยวในวันนั้นไม่เป็นสิ่งที่ไม่มีคุณค่า พี่น้องชาวโคราชควรภาคภูมิใจในตัวผู้แทนราษฎร แม้จะอยู่ปักธงชัย แต่ก็เป็นผู้แทนราษฎรของคนโคราช สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์ก็พร้อมจะนำมาเสนอ เพราะถ้าเกิดสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสะดวก ทุกอย่างจะจบที่โคราช ไม่ต้องส่งต่อไปกรุงเทพฯ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเกิดประโยชน์อเนกอนันต์ต่อประชาชนชาวโคราชและต่อประเทศไทย” นายอนุทิน กล่าวในที่สุด

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๘ ฉบับที่ ๒๗๕๐ วันที่ ๑๕ เดือนกุมภาพันธ์ - วันที่ ๑๔ เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖


16 1,479