1stDecember

1stDecember

1stDecember

 

March 28,2023

“ชาติพัฒนากล้า” ขึ้นสังเวียนพร้อมชก เผยโฉมผู้สมัครส.ส.โคราช ๑๖ เขต “เทวัญ” ประกาศทวงคืนแชมป์เขต ๑ เปิดตัว “กำนันเบ้า” โคกกรวดชิงเขต ๓

เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. ณ สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนากล้า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดนครราชสีมาทั้ง ๑๖ เขต โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคฯ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคฯ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล พ.อ.วินัย สมพงษ์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รวมทั้งผู้มีเกียรติ แลปรชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคแลให้การสนับสนุนกว่า ๒,๐๐๐ คน ซึ่งเริ่มจากพิธีบวงสรวงอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๗ และอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา 


กิจกรรมเปิดตัว เริ่มจากนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน พร้อมย้ำว่า “เราพร้อมที่จะทำงานเพื่อชาวโคราช พรรคฯ อยู่กับคนโคราชมานานมาก เราต้องคัมแบ็กให้ได้ วันนี้จึงมีการเปิดตัวผู้สมัคร ๑๖ เขต และบัญชีรายชื่อ”

จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวทักทายว่า มีโอกาสเดินทักทายพี่น้องที่มาในวันนี้ รู้สึกตื้นตันใจ เป็นสมาชิกที่สนับสนุนพรรคมาหลายสิบปี สมาชิกหลายคนผูกพันกับพรรคฯ มานาน และต้องขอบคุณที่ให้ผมมีโอกาสทำงานในฐานะหัวหน้าพรรค และวันนี้ขอมาฝากเนื้อฝากตัวกับชาวโคราช ขอให้คำมั่นในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้พรรคฯ เป็นที่พึ่งของคนไทยทั่วประเทศตามความตั้งใจของพวกเราทุกคน

 

กรณ์'มั่นใจปักธงทุกภาค
“วันนี้อยากกล่าวถึงท่านสุวัจน์ ประธานพรรคเป็นพิเศษ เพราะแนวความคิดเรื่องโคราชโนมิกส์ท่านเป็นเจ้าของ และโคราชโนมิกส์จะเป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่จะทำให้โคราชกลับมายิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจและเป็นประตูสู่ภูมิภาคที่มีการเจริญเติบโตรวดเร็วที่สดุในโลก คือภูมิภาคตะวันออกของเอเชีย นอกจากโคราชโนมิกส์ ผมอยากจะเล่าให้พี่น้องสมาชิกพรรคฯ ทราบว่า กระแสการตอบรับนโยบายของเราดีวันดีคืน วันนี้ผมมั่นใจในผู้สมัครทั้ง ๑๖ ชีวิตของโคราช และผมมั่นใจด้วยว่าพรรคของเราจะปักธงมีส.ส.ในสภาจากทุกภาค ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร และสาเหตุที่การตอบรับพรรคของเราดีขึ้นเรื่อยๆ และผมมั่นใจว่าอีก ๔๐ กว่าวันก่อนที่จะถึงนั้น พี่น้องประชาชนจะหันมาสนับสนุนแนวความคิดและผู้สมัครของพรรคเรามากขึ้นแน่นอน เพราะยุทธศาสตร์และแนวคิดทางนโยบายของพรรคตรงตามความต้องการของประชาชนคนไทยมากที่สุด พรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคที่มีความชัดเจนว่า จะมาทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเข้มแข็ง เราจะมาแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ทุกนโยบายของเราสุดท้ายแล้วที่ช่วยกันคิดกับท่านประธานและทีมนโยบายของพรรค ใช้เวลา ๓ เดือนพูดคุยกันเกือบทุกวัน ทุกนโยบายพุ่งเป้าไปที่ข้อสรุป ๓ ประโยคสั้นๆ เท่านั้น คือ ให้คนไทยทุกคนมีงานที่ดีทำ มีเงินในกระเป๋า และสินค้าต้องราคาไม่แพง ค่าครองชีพต้องไม่สูงเกินไป นี่คื สิ่งที่ประชาชนคนไทยทุกวันนี้ต้องการ และไม่มีพรรคไหนเหมือนพรรคเรา ที่มีความชัดเจน ในการเสนอนโยบายว่าจะไปสู่จุดนั้นได้อย่างไร”

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

ขอให้มั่นใจในชาติพัฒนากล้า
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้น ผมขอให้พี่น้อง มั่นใจ ทั้งเรื่องต้นทุนพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าไฟ เรื่องภาระหนี้สินของประชาชน โอกาสการกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการช่วยเหลือผู้สูงอายุ การสร้างอาชีพใหม่ๆ ให้คนรุ่นใหม่ เราคิดมาครบถ้วน ละเอียด ที่สำคัญเราเป็นพรรคที่เป็นที่รวมตัวของผู้ที่มีปรสบการณ์ทางภาคธุรกิจ ตั้งแต่คนรุ่นใหม่จนถึงผู้ที่เคยอยู่ในระดับที่คุมกระทรวงเศรษฐกิจครบทุกกระทรวงของปรเทศไทย ไม่มีพรรคไหนที่รวบรวมทั้งความคิดและบุคลากรที่จะมาแก้ไขปัญหาปากท้อง สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้พี่น้องชาวโคราชและชาวไทยได้เท่าพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะฉะนั้นให้พี่น้องมั่นใจในผู้สมัครของเราทุกคน มั่นใจในชุดความคิดของหัวหน้าพรรค ประธานพรรค มั่นใจในนโยบายที่คณะนโยบายของเราช่วยกันคิด และขับเคลื่อนออกมาในแนวทางที่ปฏิบัติได้แน่นอน อีก ๔๐ กว่าวันที่เหลือนี้ ขอเพียงแค่กำลังแรงของเพื่อนสมาชิกทุกคน

มาแน่และมาแรง
“ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่เทวัญมาแน่ๆ ผมก็มั่นใจ แต่พี่เทวัญคนเดียวไม่พอ อีก ๑๕ คนต้องมาให้แน่ด้วย เพราะฉะนั้นผมขอให้ทุกคนมีกำลังใจ เรามาแน่ เรามาแรง ขอให้ท่านใช้ทุกวินาทีทุกนาทีทุกชั่วโมงทุกวันที่เหลืออยู่สื่อสารเพื่อถ่ายทอดความมั่นใจของเราไปสู่ญาติพี่น้องประชาชน เพื่อให้พรรคชาติพัฒนากล้าได้กลับมารับใช้โคราช กลับมาเป็นที่พึ่งให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ” นายกรณ์ กล่าว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า


ทางด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวปราศรัยว่า ขอบคุณพี่น้องชาวโคราชกว่า ๒ พันคน ออกจากบ้านตั้งแต่ตี ๕ เมื่อคืนนอนไม่หลับ กลัวไม่ได้มาเชียร์ วันนี้เป็นวันสำคัญ และมีการยุบสภาแล้ว จะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ส่วนวันที่ ๓ เมษายนนี้จะเป็นวันแรกที่มีการรับสมัครเลือกตั้ง และวันนี้สำคัญจะมีการเปิดตัวผู้สมัครของพรรคชาติพัฒนากล้าปรจำจังหวัดนครราชสีมา หรือโคราช ก่อนจะมาถึงวันนี้พรรคชาติพัฒนากล้าได้เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องนโยบาย เราได้เตรียมนโยบายสำคัญ ๒ นโยบาย คือ ๑.นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ ๒.นโยบายในการนำยุคทองของโคราชกลับมาที่เรียกว่านโยบายโคราชโนมิกส์

ตอกย้ำนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“สำหรับนโยบายที่จะนำเศรษฐกิจมาสู่พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศกลับมานั้น อยู่ภายใต้คำขวัญที่ว่า “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” ซึ่งได้ออกแบบนโยบายไว้หลายหัวข้อที่ได้รับการขานรับและกล่าวขานว่าเป็นนโยบายเศรษฐกิจ ประชาชนมั่นใจ อาทิ การสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศมูลค่า ๕ ล้านล้านบาท นโยบายลดภาษีให้ประชาชน ใครที่มีรายได้ต่ำกว่า ๔ หมื่นบาทถ้าประกันรายได้ให้สำเร็จ ต่อไปก็ไม่ต้องเสียภาษี นโยบายที่จะปรับระบบสินเชื่อ ใครที่ติดแบล็กลิสต์และขอกู้เงินต่างๆ ไม่ได้ จากนี้ไปก็จะได้รับการสนับสนุนสินเชื่อให้ดีขึ้นด้วยระบบเครดิตสตรอง ที่พรรคฯ เสนอ นอกจากนี้ยังได้เตรียมนโยบายทางด้านคมนาคม สร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทยเพื่อให้เดินทางปลอดภัย ต้อนรับการลงทุน การท่องเที่ยว นโยบายสร้างประเทศไทยให้เป็นเมืองผลิตอาหารป้อนโลก นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการดูแลส่งเสริมนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวเมืองไทยเป็นสองเท่า เพื่อกระจายความเจริญไปตามชนบทต่างๆ และมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ ต่อไปใครอยากให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน เราก็จะสนับสนุนงบประมาณ ๕ หมื่นบาทต่อหลัง ไปปรับปรุงบ้าน ห้องน้ำ ห้องนอน ราวบันได ทางลาด เพื่อให้ผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย ใครรับผู้สูงอายุเข้าทำงานก็จะสนับสนุนเงินเดือนร่วมกับภาคเอกชนในการรับผู้สูงอายุไปทำงาน เด็กไทยต้อง ๓ ภาษา นี่คือนโยบายที่จะสร้างงาน สร้างเงิน และของไม่แพง วันนี้คนก็บ่นน้ำมันแพง ค่าไฟแพง เราก็จะเข้าไปรื้อโครงสร้างค่าพลังงาน ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ เพื่อให้ราคาค่าสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง นี่เป็นนโยบายของพรรคฯ ที่นำเสนอทั้งประเทศ” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

 

เอาเศรษฐกิจยุคชาติชายกลับมา
นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับนโบบายเพื่อเมืองโคราช ในการที่จะนำเศรษฐกิจยุคทองของโคราชกลับมา พี่น้องอยู่ที่นี่ ๒ พันคน ผมคิดถึงเศรษฐกิจยุคทองสมัยท่านพลเอกชาติชายเป็นนายกฯ ต่อหน้าอนุสรณ์สถานของท่าน ผมถามท่านเสียงดังๆ อยากให้เศรษฐกิจยุคทองของยุคน้าชาติกลับมาอีกมั้ยครับ (อยาก) นี่คือเสียงตอบรับของคนโคราชว่าอยากเห็นเศรษฐกิจยุคทองของท่านชาติชายกลับมา ตอนท่านชาติชายเป็นนายกฯ นโยบายสำคัญที่เอาเศรษฐกิจยุคทองมาสู่ชาวโคราชก็คือ ท่านบอกว่า โคราชต้องเป็นประตูสู่อีสาน อีสานต้องเป็นประตูสู่อินโดจีน และท่านก็บอกว่า ต้องแปรสนามรบเป็นสนามการค้า ให้โคราชและอีสานเป็นฐานผลิตการลงทุน ส่งสินค้าไปขายอินโดจีน จากนั้นท่านก็ตัดถนนสี่้เลน สร้างมหาวิทยาลัย สร้างนิคมอุตสาหกรรม เปิดพื้นที่อีสานให้มีทางออกทะเลด้วยการสร้างถนน ๓๐๔ ปักธงชัยไปกบินทร์บุรี ไปท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ แล้วอีสานก็รุ่งเรือง คนมาลงทุนเยอะแยะ ที่ดินมีราคา คนอีสานไม่ต้องไปทำงานที่อื่น ทุกคนมีงานทำ เศรษฐกิจดี สินค้าเกษตรราคาดีเพราะมีโรงงานอุตสาหกรรมมาตั้งอยู่ที่นี่ นั่นคือความสำเร็จของรัฐบาลยุคพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ตอนนั้นเศรษฐกิจเราโตมาก มากกว่าร้อยละ ๑๐% ต่อปี ๓ ปีซ้อน ประเทศเดียวในโลก เป็น ๑ ใน ๕ ของผู้ยิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจของเอเชีย เป็น ๑ ในอาเซียน แต่ทุกวันนี้เราเป็นรองสุดท้ายของอาเซียน เศรษฐกิจย่ำแย่

พรรคนี้ไม่มีศัตรู
“เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องประชาชนชาวโคราชต้องรวมพลังเอายุคทองด้านเศรษฐกิจของคนโคราชกลับมา ตอนนี้คนที่จะเป็นตัวแทนของทุกท่านในการนำเศรษฐกิจยุคทองกลับมามีอยู่ ๑๖ คน เดี๋ยวจะให้มาบอกและแนะนำตัวกับพี่น้องประชาชน วันนี้หลายคนก็ถามผม วันนี้เป็นงานอะไร เป็นงานเปิดตัวไทยไฟท์หรือเปล่า เปิดตัวผู้สมัครส.ส.หรือเปิดตัวไทยไฟท์ เพราะมีเวทีมวย วันนี้ไม่ใช่เวทีไทยไฟท์ไม่ใช่เวทีมวย แต่มวยคือสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ไม่ใช่ต่อสู้กับศัตรู “พรรคชาติพัฒนากล้าไม่มีศัตรู ไม่ทะเลาะกับใคร ทำงานด้วยความสร้างสรรค์ เข้าได้กับทุกฝ่าย” แต่วันนี้ ที่มีเวทีมวยเพราะต้องการบอกกับประชาชนว่า มีปัญหาของบ้านเมือง มีปัญหาของคนโคราชอยู่ ๑๖ ปัญหา ๑๖ ว่าที่ส.ส.จะขึ้นมาไฟติ้ง มาสู้ เพื่อเอาชนะปัญหาของประชาชน ฉะนั้น เวทีมวยแห่งนี้ คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อพี่น้องประชาชนชาวโคราช คือสัญลักษณ์ของการนำยุคทองทางด้านเศรษฐกิจกลับคืนมา” ประธานพรรคฯ กล่าว

โคราชโนมิกส์ ๕ ด้าน
นายสุวัจน์ กล่าวต่อไปว่า “ผมจะเริ่มเปิดตัวผู้สมัครทั้ง ๑๖ คน พอเปิดตัวเสร็จ ผู้สมัครแต่ละคนจะพูดความในใจกับพี่น้องประชาชน แล้วเขาจะต่อสู้กับปัญหาให้พี่น้องประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของแต่ละคน เมื่อเปิดเสร็จแล้วก็จะไปแสดงจิตอันแน่วแน่ด้วยความมั่นคงที่จะสืบสานปณิธานของท่านพลเอกชาติชายต่อหน้าพี่น้องประชาชนชาวโคราช หลังจากนั้นจะมีการปล่อยตัวขบวนรถแห่ในเชิงนโยบายให้พี่น้องประชาชนชาวโคราชได้เห็นนโยบายโคราชโนมิกส์ที่จะมาแก้ไขปัญหา ซึ่งมีอยู่ ๕ เรื่อง ๑.อีสาน-โคราช เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เหมือนแปรสนามรบเป็นสนามการค้าภาค ๒ ให้นักลงทุนมาลงทุนในภาคอีสาน ๒.โคราชเมืองคมนาคมที่ทันสมัย มอเตอร์เวย์ต้องเปิดใช้ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ต้องเปิดใช้ เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา ๓.โคราชเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ ๔.โคราชเมืองผลิตอาหารป้อนโลก แล ๕.โคราชน้ำไม่ท่วมไม่แล้งน้ำประปาเพียงพอ ซึ่งนโยบาย ๕ ข้อนี้จะนำความรุ่งเรืองและนำเศรษฐกิจยุคทองกลับมาภายใต้คำว่า “โคราชโนมิกส์” ฉะนั้น เราจะปล่อยขบวนโคราชโนมิกส์ไปทั่วเมืองนครราชสีมา และผู้สมัครจะไปกราบขอพรคุณย่าโม และไปที่พระชัยเมืองนครราชสีมา เพื่อความเป็นมงคล”

เขต ๑ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

เขต ๑ ทวงแชมป์คืน
สำหรับการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง ๑๖ เขต มีการให้ผู้สมัครแต่ละคนสวมชุดคลุมนักมวย ทำท่าชกลม แล้วถอดออกขึ้นสู่เวทีมวยแนะนำตัว จากนั้นใส่นวมชกแท่นที่ติดข้อความว่า “ปัญหา” โดยนายสุวัจน์เริ่มแนะนำผู้สมัครแต่ละเขต เริ่มจากเขต ๑ ที่ระบุว่า เป็นเขตที่มีความสำคัญมากเพราะเป็นเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เขตนี้สมัยพลเอกชาติชายที่เขต ๑ ผมก็เป็นส.ส.เขต ๑ ฉะนั้น เขต ๑ คือกล่องดวงใจของพรรคชาติพัฒนามาตลอด โดยเฉพาะพลเอกชาติชายได้ใช้ความเป็นส.ส.เขต ๑ ก้าวขึ้นสู่ความเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วนำความเจริญรุ่งเรืองกลับมาสู่จังหวัดนครราชสีมา ฉะนั้นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดของพรรคชาติพัฒนากล้าที่จะลงเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขต ๑ คือ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ

โดยนายเทวัญขึ้นเวทีขึ้นมากล่าวว่า “ผมเทวัญ ลิปตพัลลภ กลับมารับใช้พี่น้องในเขต ๑ อีกครั้ง คราวที่แล้วไปขึ้นบัญชีรายชื่อ จึงเสียแชมป์ให้คนอื่น วันนี้มาขึ้นเวทีเพื่อมาทวงแชมป์ เราจะสู้กับทุกปัญหาในเขตเทศบาลนครฯ ตำบลหนองไผ่ล้อม และตำบลโพธิ์กลาง”

สำหรับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ อายุ ๖๔ ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ๔ สมัย และอดีตรัฐมนตรีประจาสำนักนายกรัฐมนตรี

เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ อายุ ๖๑ ปี จบการศึกษารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ม.ขอนแก่น เป็น ส.ส.จังหวัดนครราชสีมา ๓ สมัย

เขต ๒ นายวัชรพล โตมรศักดิ์

 

สองพี่น้อง “กาญจนวัฒนา”
เขต ๓ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อายุ ๖๖ ปี จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เคยเป็นกำนันตำบลโคกกรวด ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการ บริษัท ปิโตรเลียม ประเสริฐสิน จำกัด ๔ สาขา และบริษัท ช้างอ้วน สตรัคชั่น จำกัด นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าของตลาดไม้ดอกไม้ประดับที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน

“ตระกูลกาญจนวัฒนา” เป็นครอบครัวที่เป็นนักปกครองท้องที่และท้องถิ่น ของตำบลโคกกรวดมาช้านาน คุณพ่อของกำนันเบ้าคือกำนันประเสริฐ กาญจนวัฒนา เป็นกำนัน ตำบลโคกกรวด ๒๐ ปี ต่อมารุ่นที่สองคือนายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา เป็นกำนันตำบลโคกกรวดต่อจากพ่ออีก ๒๐ ปี จนเกษียณ ภริยาของกำนันเบ้าเป็น ส.ท.เทศบาลตำบลโคกกรวด ๒ สมัย และเป็นประธานสภาเทศบาลฯ ส่วนลูกสาวเป็นกำนันตำบลโคกกรวดสืบทอดต่อจากนายสมศักดิ์ผู้เป็นพ่อได้ ๔ ปี ในขณะที่ลูกชาย (บอส) เป็น ส.อบจ.ได้ ๒ ปี น้องชาย คือนายสมบัติ กาญจนวัฒนา เป็น ส.อบจจ. ๔ สมัย และเป็นประธานสภา อบจ. โดยน้องสาวเป็นนายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวดเมืองใหม่ ๓ สมัย และยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน

เขต ๓ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า)

เขต ๔ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา อายุ ๕๙ ปี จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคาแหง และ MBA National University USA. เคยดำรงตำแหน่ง ฃประธานสภา อบจ.นครราชสีมา และ ส.อบจ.นครราชสีมา ๔ สมัย เป็นน้องชายของนายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา

เขต ๔ นายสมบัติ กาญจนวัฒนา

เขต ๕ นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง อายุ ๔๑ ปี จบการศึกษาปริญญาตรี การจัดการอุตสาหกรรม มทร.อีสาน และจบปริญญาโท MSc.Finance Management Middlesex University London England ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ดิจิตอลเทเลวิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด (DNTV เคเบิ้ลทีวี) เจ้าของบริษัท ดีลักซ์ มีเดีย จำกัด ซึ่งรับงานด้านออแกไนเซอร์ และบริษัท ไฮ อินเตอร์เน็ต ซึ่งให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

เขต ๕ นายปิยเมษฐ ปราณีตพลกรัง

เขต ๖ นายศักดา แสงกันหา อายุ ๓๑ ปี จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (วิศวกรรมอุตสาหการ) เป็นประธานบริษัท มะลิกูด จำกัด เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ และประธาน Young Smart Farmer (YSC) นครราชสีมา เคยได้รับรางวัล Design Award จากกรมการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้ก่อตั้งสหกรณ์ไหมบัวลาย(สหกรณ์การเกษตรเกี่ยวกับการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม) นอกจากนี้ ยังเป็นอาจารย์พิเศษเรื่องการตลาดออนไลน์ผ้าไหม ภาวะผู้นำเกษตร, เคยนำผู้ประกอบการไปร่วมงานแสดงสินค้าThai festival ณ ประเทศออสเตรเลีย, ได้รับรางวัลสุดยอดแผนธุรกิจจากกระทรวงอุตสาหกรรม, รางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์ยอดเยี่ยมจากกระทรวงอุตสาหกรรม, รางวัลผ้าไหมอาเซียน, รางวัลเกษตรดีเด่นสำนึกรักบ้านเกิด และรางวัลเยาวชนดีเด่นกรมกิจการเด็ก กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


เขต ๗ นายสุรพล ดอกไม้ อายุ ๕๖ ปี จบการศึกษาปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เคยเป็นประธานสภา อบต.สูงเนิน ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว


เขต ๘ ร.ต.อ.วีรพงษ์ แดนพิมาย อายุ ๖๔ ปี จบหลักศูตร นพต.โรงเรียนตำรวจภูธร ๓ (จอหอ) จบนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม เคยดำรงตำแหน่ง รอง สวป.สภ.พิมาย และยังเคยได้รับเกียรติบัตรชมเชยให้เป็นข้าราชการตำรวจด้านปราบปรามดีเด่น สภ.พิมาย


เขต ๙ นายอานวย การค้า อายุ ๕๖ ปี จบมัธยมศึกษาตอนปลาย และเป็นอาสาสมัครเกษตรประจำหมู่บ้าน อ.ห้วยแถลง


เขต ๑๐ นางกาญจนา บุญมีศิริพิพงศ์ อายุ ๕๕ ปี จบการศึกษาปริญญาตรี คหกรรมศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เคยเป็นครูโรงเรียนอนุบาลกองบัญชาการช่วยรบที่ ๒ (บชร.๒), ผู้จัดการไทยมอลกรุ๊ป, ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดหยองก่อสร้าง ส่วนประสบการณ์ทางการเมือง เคยลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาปัตย์ทุกสมัยตลอด ๒๕ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่อายุ ๓๐ ปี


เขต ๑๑ นางนิธิกาน พงทองถวิล อายุ ๔๕ ปี จบการศึกษาปริญญาตรี บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เคยลงสมัคร ส.อบจ. เขต ๒ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว


เขต ๑๒ นายพิบูลย์รัฐ ศรีจันทร์อ่อน อายุ ๗๐ ปี จบการศึกษาศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยครูนครราชสีมา เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๓ และเคยได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๓


เขต ๑๓ นายวรพจน์ บุ่นจันทึก อายุ ๓๙ ปี จบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยเป็นผู้จัดการสินเชื่อธนาคารเกียรตินาคิน


เขต ๑๔ นายณกรณ์ มหินเรศ อายุ ๒๘ ปี จบการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เป็นเจ้าของธุรกิจรับจัดสวน

เขต ๑๕ ดร.อริย์ธัช ศรีภัทรโกสินทร์ อายุ ๔๔ ปี จบการศึกษาปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต (เกียตรินิยมอันดับ ๒) ปริญญาโทครุศาสตรมหาบัณฑิต และปริญญาเอกพุทธศาสนา (Ph.D.) จากประเทศอินเดีย เป็นอาจารย์หลักสูตรคณะพุทธศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ครูพี่เลี้ยงศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา ๑๑ จ.นครราชสีมา, อาจารย์พิเศษศูนย์ประสานงานเครือข่ายมหาวิทยาลัยชีวิต จ.นครราชสีมา, ครูสอนพระพุทธศาสนา โรงเรียนตะวันชัยวิทยา อ.ปักธงชัย และเป็นผู้เขียนผลการงานการวิจัยลงตีพิมพ์ในวาระสารต่างประเทศทางศาสนาหลายเรื่อง ส่วนอาชีพเป็นผู้จัดการ AIA

เขต ๑๖ นายพิเชษฐ์ ปิติเสรีวงศ์ อายุ ๕๒ ปี จบการศึกษาปริญญาตรีการจัดการทั่วไป(การตลาด) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นครู กศน.ระดับตำบล


เปิดตัวปาร์ตี้ลิสต์ ๗ คน
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา ๗ คน ได้แก่ พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพลังงาน, นายสุเมธ ศรีพงษ์ อดีตรองผู้ว่าราชการนครราชสีมา, นายยุทธนา วิริยะกิตติ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ และอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายนนทรัฐ ขจีกุล ทนายความ, นายเมธี ทวีกุลกาญจน์ นักฟุตบอลสโมสรนคราชสีมา มาสด้าเอฟซี (สวาทแคท) และนายภูวดิท ช่อสูงเนิน ครู กศน.นครราชสีมา

จากนั้น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคได้นำว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้งหมดกล่าวปฏิญาณต่ออนุสรณ์สถานพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ แล้วจึงไปปล่อยคาราวาน “ชาติพัฒนาหาเสียง” ซึ่งมีผู้ขับบิ๊กไบค์จากกลุ่ม C.P.K. Big Bike ขับนำขบวน เคลื่อนตัวไปตามถนนโดยมีจุดมุ่งหมายที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล

นายเมธี ทวีกุลกาญจน์ นักฟุตบอลสโมสรนคราชสีมา มาสด้าเอฟซี (สวาทแคท)

 

กำนันเบ้าขอตอบแทนแผ่นดินเกิด
ทางด้านนายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา หรือ “กำนันเบ้า” เปิดเผยถึงการลงสมัครส.ส.เขต ๓ ซึ่งเป็นการลงสนามการเมืองระดับชาติครั้งแรกว่า “หลังจากที่เกษียณจากกำนันแล้ว และงานที่บ้านก็สำเร็จแล้ว ลูกๆ สามารถทำงานแทนได้ จึงมีเวลามาทำงานตอบแทนบ้านเกิด ตั้งใจไว้ตั้งแต่เป็นกำนันเกือบ ๓๐ ปีพัฒนามาตลอด อยากให้โคราชบ้านเราพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องความรักความสามัคคี ส่วนการเลือกตั้งก็อยู่ที่พี่น้องปรชาชน แต่ตนมีความตั้งใจ ๑๐๐% ที่จะมาทำงานนี้ อยากตอบแทนแผ่นดินเกิดเท่าที่ชีวิตจะมีอยู่”

กำนันเบ้า


เทใจครั้งสุดท้ายเพื่อบ้านเกิด
เมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกสังกัดพรรคชาติพัฒนากล้า กำนันเบ้าตอบว่า “ตั้งแต่ผมทำงานการเมืองมา เห็นว่าพรรคชาติพัฒนากล้าเป็นพรรคที่มีความจริงใจในโคราช แม้บางครั้งอาจจะมีข้อบกพร่องบ้าง เรื่องที่หัวหน้าพรรคฯ อยู่ที่โคราช แต่ท่านไม่เคยทิ้งโคราชเลย และเป็นพรรคเดียวที่ไม่เคยมาหากินกับคนโคราช ไม่เคยเอากำไรหรือหาผลประโยชน์จากคนโคราช มีแต่เอามาให้ ผมเห็นมาหลายปี และผมเชื่อมั่นว่าก็ยังทำกันอยู่”
ส่วนจะเดินรอยตามพลเอกชาติชายหรือไม่นั้น “กำนันเบ้า” บอกว่า “ผมเป็นคนแฟร์อยู่แล้ว เปิดกว้างอยู่แล้ว แบบเดียวกับท่านชาติชาย ผมชอบคบคน มีเพื่อน เป็นมิตรกับทุกฝ่าย และการลงสมัครครั้งนี้ถือเป็นการเทใจครั้งสุดท้ายที่จะตอบแทนแผ่นดินเกิด ยืนยันว่าผมตั้งใจมาทำงานจริงๆ ขอฝากเนื้อฝากตัว ผมมีความตั้งใจจริง อยากมาพัฒนาบ้านเกิด ก็ขอแรงใจแรงเชียร์ด้วย”

สุวัจน์'มั่นใจคัมแบ็กแน่นอน
ภายหลังการเปิดตัวผู้สมัครนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “วันนี้มีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง ๑๖ เขต ซึ่งในวันที่ ๓ เมษายนนี้ก็ต้องไปสมัคร ซึ่งต้องขอบคุณชาวโคราชที่มาร่วมสนับสนุนและให้กำลังใจกว่า ๒ พันคน และได้นำผู้สมัครแสดงตนต่อหน้าอนุสรณ์สถานพลเอกชาติชายเพื่อยึดอุดมการณ์แลแนวคิดการทำงานเพื่อชาวโคราช โดยเฉพาะในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคชาติพัฒนามีความมุ่งมั่นที่จะต้องได้ชัยชนะที่จังหวัดนครราชสีมา ต้องทวงแชมป์คืน ต้องกลับมาเป็นแชมป์ที่โคราชให้ได้ เพื่อที่จะมาผลักดันโครงการที่สำคัญตามที่ประกาศนโยบาย “โคราชโนมิกส์” ไปแล้ว ในการที่จะเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา เหมือนที่พลเอกชาติชายได้เคยสร้างไว้ นโยบายโคราชโนมิกส์ก็จะสร้างโคราชและภาคอีสานให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ด้านการลงทุนให้ยิ่งใหญ่ เหมือนตอนที่ท่านชาติชายเปิดประตูอีสานสู่อินโดจีน แปรสนามรบเป็นสนามการค้า เหมือนเป็นภาค ๒ ซึ่งนโยบายสำคัญก็คือการที่จะดึงนักลงทุนต่างๆ มาลงทุน โดยอาศัยความได้เปรียบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องระบบคมนาคม การสร้างโคราชให้เป็นเมืองอาหารป้อนโลก เป็นเมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งต้องพร้อม ซึ่งเรามั่นใจหลังจากที่มีการเปิดตัวนโยบายโคราชโนมิกส์ไปแล้ว พี่น้องประชาชนจำติดปากว่า โคราชโนมิกส์ก็คือการเอาเศรษฐกิจยุคทองของคนโคราชกลับมา แต่มาในเวอร์ชั่นของภาคเศรษฐกิจ และบวกกับนโยบายโดยรวมของทั้งประเทศของพรรคชาติพัฒนากล้า เรื่อง “งานดี มีเงิน ของไม่แพง” จึงมีความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนากล้าต้องคัมแบ็กอย่างแน่นอน”

ปัญหาสิ่งแวดล้อม
“ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อมจกรทบกับการลงทุน การท่องเที่ยว และขณะนี้ก็กรทบกับวิถีชีวิต เรื่อง pm๒.๕ ถือเป็นวารแห่งชาติที่ต้องแก้ไข เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน หลายโมเดลทางเศรษฐกิจเชื่อมโยงกัน ถ้าเราผลักดันเรื่องเศรษฐกิจใหม่ อย่าง BCG หรือการทำธุรกิจที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนโดยไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นเรื่องที่ต้องผสานให้เป็นเรื่องเดียวกันในการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจ ก็เป็นแนวทางของพรรคชาติพัฒนากล้าในการเสนอเรื่องการสร้างเศรษฐกิจใหม่มูลค่า ๕ ล้านล้านบาท” นายสุวัจน์ กล่าว


ท้องฟ้าเปิดแล้ว
นายสุวัจน์ กล่าวว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ก็เหมือนท้องฟ้าเปิด โล่งๆ ไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในเรื่องของกติกา ก็เป็นเรื่องที่ดี ก็ต้องขอบคุณ กกต.ด้วย จากนี้ไปก็เป็นการควบคุมในเรื่องของโอเปอเรชั่น ในการปฏิบัติในภาคสนาม ในการจัดการเรื่อง money politics เรื่องการซื้อเสียงหรือเรื่องที่ไม่ถูกกฎหมาย” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ

ต้องเป็นแชมป์ที่โคราช
นายสุวัจน์ บอกว่า สำหรับการเลือกตั้ง พรรคฯ เอาจริงทุกเขต ส่วนเขต ๓-๔ ที่ส่งพี่น้องตระกูลกาญจนวัฒนาลงสมัคร “ผมค่อนข้างมั่นใจ แม้ทั้งสองคนจลงสมัครครั้งแรกแต่ทั้งคนนั้น คนโคราชรู้จักเป็นอย่างดี ตั้งแต่สมัยคุณพ่อคือกำนันประเสริฐ ได้รับการยอมรับว่าเป็นกำนันนักพัฒนา แล้วตกมารุ่นลูกแลรุ่นหลาน ถือว่าเป็นครอบครัวนักพัฒนา ครอบครัวที่อยู่กับปรชาชน รู้ปัญหาจริงๆ ฉะนั้นการที่ทั้งสองคนตัดสินใจมาร่วมกับพรรคชาติพัฒนากล้าก็ต้องขอบคุณ และมั่นใจมากว่าทั้งสองคนจะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน และจะเป็นส.ส.ที่ดี เป็นหน้าตาให้กับคนโคราช ครั้งนี้ ผมไม่ทราบว่าจะได้กี่ที่นั่ง แต่พรรคชาติพัฒนากล้าต้องเป็นแชมป์ที่โคราช แต่ก็ต้องเคารพผลการเลือกตั้ง ผลการเลือกตั้งคือเสียงของประชาชน”

“คำว่าอิมพอสสิเบิลไม่มีในการเมือง อยากให้ทุกคนได้ในสิ่งที่หวัง แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ผมหวังก็คือ การเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่การเมืองที่มีเสถียรภาพ และแก้ไขปัญหาต่างๆ แก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนได้” นายสุวัจน์ กล่าว

ยังไม่เปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ
ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยว่า “สำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า จากนี้จะมีการทำไพรมารีโหวตในส่วนของส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ เสร็จแล้วก็จะมาตัดสินใจเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามรัฐรรมนูญเสนอได้ ๓ คน ก็มีอยู่แล้ว ซึ่งผมก็เป็นส่วนหนึ่งของพรรค เพราะเป็นประธานพรรค คิดว่าเที่ยวนี้ต้องระดมสรรพกำลัง ระดมผู้มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ เพราะบ้านเมืองวิกฤตจริงๆ ทุกคนต้องกลับมาช่วยชาติบ้านเมือง”

ขอพรย่าโมและพระชัย
ทั้งนี้ ภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เดินทางไปสมทบกับคณะว่าที่ผู้สมัครส.ส.ทั้ง ๑๖ เขตที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี กราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะเดินลอดประตูชุมพล เพื่อไปกราบไหว้พระชัยเมืองซึ่งตั้งอยู่ภายในรั้วศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา

 

 


838 1778