February 11,2013
รถไฟความเร็วสูงอีสาน ๒ แสนล.เชื่อมอาเซียน

รถไฟความเร็วสูงสายอีสาน กรุงเทพฯ-หนอง คาย ๒ แสนล้านบาท เชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง จีนตอนใต้และสปป.ลาว นำร่องถึงโคราชก่อน ระยะทาง ๒๕๖ กม. ยึดแนวเส้นทางรถไฟเดิม หวั่น! กระทบโรงปูนใหญ่ ๓ แห่ง ผ่านลำตะคองอาจเจาะอุโมงค์ ยกระดับ และลดความเร็ว เบื้องต้นค่าโดยสาร ๒.๕๐-๓ บาท/กม. คาดภายใน ๕ ปีได้ใช้บริการ เมื่อเวลา ๐๙.๓๐ น. วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ที่โรงแรมสีมาธานี ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน ครั้งที่ ๑ (ปฐมนิเทศ) โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ดำเนินการว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด, บริษัท พีบี เอเชีย จำกัด, บริษัท ทรานส์คอนซัลท์ จำกัด, บริษัท เอ็นริช คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท นิวแอสแซท แอดไว เซอรี่ จำกัด ศึกษาตามแนวเส้นทางชุมทางบ้านภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เชื่อมมาถึงจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดหนองคาย ในวงเงิน ๒๐๐ ล้านบาท โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดทั้งประชาชนในพื้นที่โครงการฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมรับฟังจำนวนกว่า ๓๐๐ คน
สนข.ลุยศึกษารถไฟความเร็วสูง
นางชนินนาถ เก้าสำราญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร กล่าวว่า รัฐบาลได้แถลงนโยบายเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยมุ่งพัฒนาระบบการขนส่งคมนาคมทางราง เชื่อมโยงโครงข่ายการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า และบริการที่สะดวกปลอดภัย ทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการขยายฐานการผลิตตามแนวเส้นทางรถไฟ นอกจากนี้ยังระบุให้ศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูง ทำให้เกิดโครงการศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูง ๔ เส้นทาง คือ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา, กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา และต่อมาคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ มีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่ประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมศึกษาความเหมาะสมของโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเสนอโครงการฯ ตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นางชนินนาถ กล่าวต่อไปว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ประตูภาคอีสาน และยังเป็นการเชื่อมโยงไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาถือว่าเป็น “มหานครแห่งอีสาน” เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในทุกๆ ด้าน ดังนั้นหากมีการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในพื้นที่นี้ก็จะสามารถเดินทางไปยังกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงอื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สะดวกยิ่งขึ้น เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาสในการประกอบการใหม่ๆ รวมทั้งลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานไปสู่เมืองอื่น ทำให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากศักยภาพของรถไฟความเร็วสูงซึ่งจะเป็นระบบที่ทันสมัย รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา มีความปลอดภัยสูง ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน กระตุ้นการท่องเที่ยว ลดปัญหามลพิษ โดยการเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดนครราชสีมา จะใช้เวลาเพียง ๙๐ นาทีเท่านั้น
ยกระดับชีวิต-เชื่อมเพื่อนบ้าน
“อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารถไฟความเร็วสูงจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้น แต่การจะทำให้โครงการมีความรอบคอบ สมบูรณ์และสร้างสรรค์ต่อการเชื่อมโยงการเดินทางและประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องการรับฟังความคิดเห็นและข้อห่วงใยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นกระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) จึงจัดการประชุมครั้งนี้ขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยก่อนหน้านี้ได้จัดที่จังหวัดนครนายกและจังหวัดสระบุรีไปแล้ว อีกทั้งยังดำเนินการจัดการประชุมอย่างต่อเนื่อง ที่จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ทั้งนี้ในขั้นตอนต่อไปของการรับฟังความคิดเห็น โครงการฯ จะมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อดำเนินการตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มาปรับปรุงการศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด” นางชนินนาถ กล่าว
ก้าวสู่ศูนย์กลางอาเซียน
ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวเปิดงานว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคมจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษในการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน กรุงเทพฯ-นครราชสีมา โดยจะเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่สถานีพระนครศรีอยุธยา และเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันออก ด้วยเส้นทางแก่งคอย-ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา นอกจากจะเชื่อมประเทศไทยเข้าด้วยกัน ก่อเกิดความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว ยังสร้างมูลค่าด้านเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล เพราะรถไฟความเร็วสูงสายนี้จะเป็นโครงข่ายสายหลักที่จะใช้ขนส่งผู้โดยสาร ผลักดันให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมเชื่อมต่ออาเซียนและจีนตอนใต้ให้เป็นเครือข่ายเดียวกันในการขยายเส้นทางต่อไปยังจังหวัดหนองคายในระยะต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วน ทั้งกลุ่มนักลงทุน นักธุรกิจ และชาวอีสานทุกๆ คน
สอดรับยุทธศาสสตร์’โคราช
ดร.วินัย กล่าวต่อไปว่า รถไฟความเร็วสูงจะสอดรับยุทธศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา คือการเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน โดยวางเป้าหมายยุทธศาสตร์หลักไว้ ๔ ด้าน คือ ๑.อาหารปลอดภัย เพื่อนำครัวโคราชไปสู่ครัวโลก โดยเฉพาะการจัดตั้ง Northeastern Food Valley ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นศักยภาพด้านวัตถุดิบในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นข้าว มันสำปะหลัง ไก่ โค เป็นต้น ซึ่งจะสามารถรองรับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูปได้อย่างครบวงจร ๒.การท่องเที่ยว การส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก, ลำตะคอง, เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน, ปราสาทหินพิมาย เป็นต้น เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ ๓.OTOP หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะแหล่งผลิตผ้าไหมที่อำเภอปักธงชัย และ ๔.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ทั้งการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา ถนนวงแหวนนครราชสีมา การขยายถนน ๓๐๔ (ราชสีมา-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี) เพื่อเชื่อมผืนป่ามรดกโลกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทับลาน ซึ่งจะออกไปสู่ภาคตะวันออก และท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ยังเตรียมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยานระดับภูมิภาคอาเซียน ที่ท่าอากาศยานนครราชสีมา หรือสนามบินหนองเต็ง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังผลักดันอยู่
มองไกลไปถึงท่าเรือแหลมฉบัง
ต่อมากลุ่มบริษัทที่ปรึกษา นำโดยนายนิรัตน์ ตันสวัสดิ์ ผู้จัดการโครงการฯ และนายวินัย แก้วกุลฑล รองผู้จัดการโครงการฯ ด้านโยธา นำเสนอข้อมูลและโครงสร้างทางวิศวกรรมการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย โดยระบุว่า จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง(High-Speed Rail) ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาก่อน ระยะทาง ๒๕๖ กิโลเมตร พื้นที่ศึกษาครอบคลุม ๕ จังหวัด ๑๕ อำเภอ ๕๙ ตำบล เริ่มต้นจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านอำเภอภาชี, จังหวัดสระบุรี อำเภอหนองแซง, เสาไห้, เมืองสระบุรี, แก่งคอย และอำเภอมวกเหล็ก, จังหวัดนครราชสีมา อำเภอปากช่อง, สีคิ้ว, สูงเนิน และอำเภอเมืองนครราชสีมา รวมไปถึงศึกษาแนวเส้นทางเชื่อมต่อจังหวัดนครนายก บริเวณอำเภอบ้านนา, อำเภอองครักษ์ และจังหวัดฉะเชิงเทรา บริเวณอำเภอบางน้ำเปรี้ยว กับอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เพื่อเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออก และท่าเรือแหลมฉบังในอนาคต
๒๕๖ กม.จากบางซื่อ-โคราช
สำหรับแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ช่วงจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๖ กิโลเมตร เป็นการศึกษาแนวเส้นทางรถไฟเดิม ด้วยความเร็ว ๒๕๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง รางเป็นแบบมาตรฐาน(Standard Gauge) ขนาด ๑.๔๓๕ เมตร และวางระบบอาณัติสัญญาณใช้ระบบป้องกันรถไฟอัตโนมัติ(ATP) เต็มรูปแบบ ผู้จัดการโครงการฯ เปิดเผยว่า “มีจุดเริ่มต้นจากสถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ กรุงเทพฯ จากนั้นเมื่อเข้าสู่ชุมทางภาชี บริเวณอำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะมีทางแยกไปยังสายภาคเหนือ เมื่อเข้าสู่จังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอหนองแซง, เมืองสระบุรี, แก่งคอย, มวกเหล็ก และอำเภอวิหารแดง โดยเฉพาะช่วงที่เข้าสู่ชุมทางมวกเหล็กจะผ่านเขตประทานบัตรการทำเหมืองปูน ๓ แห่ง คือ โรงปูนอินทรี(SCCC), ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) และปูนทีพีไอ (TPI) อีกทั้งยังใกล้พื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งแนวเส้นทางช่วงนี้เพื่อลดผลกระทบกับโรงปูนทั้ง ๓ แห่ง และพื้นที่ลุ่มน้ำธรรมชาติ อาจจะต้องปรับหรือเบี่ยงแนวเส้นทางให้มีความเหมาะสมในการทำความเร็วได้ จากนั้นเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ผ่านพื้นที่อำเภอสีคิ้ว ช่วงลำตะคองระยะทางประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร ซึ่งมีความลาดชันสูง การศึกษาและออกแบบจะมี ๓ ทางเลือก คือ ๑. เจาะเป็นอุโมงค์ ๒. สร้างทางยกระดับ และ ๓. ยึดตามแนวเส้นทางเดิม โดยลดความเร็วลงประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมทั้งปรับระดับความลาดเอียงของตัวรางให้น้อยที่สุด ก่อนที่จะเข้าสู่อำเภอปากช่อง, สูงเนิน, อำเภอเมืองนครราชสีมา ที่สถานีรถไฟนครราชสีมา และชุมทางจิระ โดยจะมีสถานีจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ที่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสถานีรถไฟนครราชสีมา คิดค่าโดยสารเฉลี่ย ๒.๕๐ บาท ถึง ๓ บาท ต่อระยะทาง ๑ กิโลเมตร”
ใช้เวลาเดินทาง ๑ ชั่งโมงครึ่ง
นายนิรัตน์ ตันสวัสดิ์ ผู้จัดการโครงการฯ ชี้ให้เห็นว่า “รถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที จะทำให้อัตราการใช้ขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๐ เพิ่มปริมาณผู้โดยสารไม่น้อยกว่า ๔๐,๐๐๐ คนต่อวัน โดยรถไฟความเร็วสูง ๑ ขบวน สามารถขนส่งผู้โดยสาร ๘๐๐ คน เทียบเท่ารถโดยสารประจำทาง ๒๐ คัน จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางคุ้มค่าระยะยาว อีกทั้งการขับเคลื่อนด้วยระบบพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาด ก่อมลพิษน้อยเมื่อเทียบการขนส่งรูปแบบอื่นที่ต้องใช้น้ำมัน ทั้งยังลดต้นทุนค่าพลังงานไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยมีขนาดความกว้างของราง ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานสากลทั่วโลกขนาด ๑.๔๓๕ เมตร จึงมีหลายประเทศเสนอเทคโนโลยีให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาตามความเหมาะสม คาดจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ในช่วงปลายปี ๒๕๕๗ ระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้นประมาณ ๕ ปี ซึ่งจะช่วยเชื่อมต่อภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน”
ค่าศึกษาถึงหนองคาย ๒๐๐ ล.
นางชนินนาถ เก้าสำราญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบการขนส่งและจราจร สนข. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า “สนข. ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคม ให้ศึกษาและออกแบบความเหมาะสม โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา และการศึกษาไปถึงจังหวัดหนองคาย เพื่อเชื่อมโยงไปสู่อาเซียนได้ โดยใช้ระยะเวลาทำการศึกษา ๑๔ เดือน ในวงเงินประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลให้นโยบายมุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางมาสู่ภาคอีสาน เริ่มตั้งแต่เมืองโคราช รวมไปถึงการศึกษาครั้งนี้ให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นตามจุดต่างๆ ที่มีผลกระทบกับโครงการฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางแล้วผู้มีส่วนได้เสียก็ต้องพัฒนาด้วย และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ จากการทำความเร็วสูงที่ ๒๕๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแนวเส้นทางเดิม โดยสายอีสานตลอดเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางตรง ผ่านภูเขาไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อผ่านบริเวณลำตะคองจะใช้โอกาสนี้เสริมความงดงามให้กับเขื่อนลำตะคอง ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมืองโคราช นอกจากนี้จะพัฒนาเมืองและสถานีรับ-ส่งผู้โดยสาร ในการนำสินค้าโอทอป เช่น ผ้าไหม และผ้าพื้นเมือง นำมาพัฒนาในขบวนรถไฟความเร็วสูงด้วย”
ค่าก่อสร้างเบื้องต้น ๒ แสนล.
“เส้นทางรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย คาดว่าจะใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ ๒ แสนล้านบาท โดยทางรัฐบาลจะนำโครงการดังกล่าวไปกู้เงิน เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน ๒.๒ ล้านล้านบาท ก่อนผลักดันพ.ร.บ.เงินกู้ฯ เข้าสภา คาดว่าภายในปี ๒๕๖๑ จะมีรถไฟความเร็วสูงจากกรุเทพฯ-โคราช ก่อนที่จะขยายไปยังจังหวัดหนองคาย และเชื่อมต่อกับจีนตอนใต้และสปป.ลาวต่อไปในอนาคต” นางชนินนาถ กล่าวในท้ายสุด
ทั้งนี้ แนวเส้นทางที่ขยายไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากนครราชสีมา-หนองคาย จะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงของจีนทางตอนใต้ และสปป.ลาวในอนาคต โดยแนวเส้นทางจากจังหวัดนครราชสีมา ผ่านอำเภอเมืองนครราชสีมา, โนนสูง, คง, บัวใหญ่, บัวลาย จากนั้นแนวเส้นทางที่ผ่านจังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ ๑๓๘ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ ๗ อำเภอ คือ อำเภอพล, เมืองขอนแก่น, โนนศิลา, น้ำพอง, บ้านไผ่, เขาสวนกวาง และอำเภอบ้านแฮด เมื่อมาถึงจังหวัดอุดรธานี ระยะทางประมาณ ๙๒ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่ ๕ อำเภอ คือ อำเภอโนนสะอาด, กุมภวาปี, ประจักษ์ศิลปาคม, เมืองอุดรธานี และอำเภอเพ็ญก่อนที่จะเข้าสู่จังหวัดหนองคาย ระยะทางประมาณ ๒๖ กิโลเมตร ผ่านพื้นที่อำเภอสระใคร และอำเภอเมืองหนองคาย โดยมีการเปิดปฐมนิเทศโครงการเป็นครั้งแรกตามแนวเส้นทางนี้ เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ณ โรงแรมประจักษ์ตรา ดีไซน์ โฮเทล จังหวัดอุดรธานี
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๒๑๓๗ วันอาทิตย์ที่ ๑๐ - วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๖
796 1,737



