11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

December 02,2023

รำลึกหัวรถไฟ ๑๒๓ ปี

 

สถานีรถไฟนครราชสีมา คนโคราชพากันเรียกว่า “หัวรถไฟ” หรือ มักเรียกกันสั้นๆ ว่า “หัวรถ”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริสร้างทางรถไฟสายแรกของเมืองไทย จากกรุงเทพฯถึงเมืองนครราชสีมา ลงมือก่อสร้างเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๓๔๓๔ (ร.ศ.๑๑๐) ใช้เวลาประมาณ ๙ ปี และเปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๔๓ (ร.ศ.๑๑๙) นับถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๒๓ ปี

นับเป็นการปฏิวัติการคมนาคมทางบกครั้งใหญ่จากหน้ามือเป็นหลังมือ กล่าวคือจากการใช้ ช้าง ม้า ลา วัว ควาย ฯลฯ มาเป็นรถจักรไอน้ำ ทำให้การคมนาคมจากเมืองนครราชสีมาและภาคอีสานไปยังกรุงเทพฯ  ที่ทุรกันดารแสนยากลำบากต้องข้ามป่าเขาสูงดงพญาไฟที่เต็มไปด้วยภยันตราย ซึ่งแต่ก่อนใช้เวลาแรมเดือนมาเป็นเวลาเพียง ๑ วัน นับว่าสะดวกรวดเร็วที่ไม่เคยมีมา ประชาชนได้คบหาไปมาถึงกันมากกว่าแต่ก่อน มีการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างภูมิภาครุดหน้ากันมากขึ้น บ้านเมืองพัฒนาอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือฝรั่งเศสไม่สามารถอ้างได้ว่าภาคอีสานเป็นอาณานิคมของลาว    

วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๔๓ (ร.ศ.๑๑๙) เป็นวันมหามงคล เนื่องด้วยในหลวงรัชกาลที่ ๕ ทรงเปิดการเดินรถไฟสายประวัติศาสตร์ กรุงเทพฯ-เมืองนครราชสีมา อย่างเป็นทางการ จากนั้นพระองค์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จประพาสเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ออกเดินรถเวลา ๑ โมงเช้าเศษ ถึงสถานีรถไฟเมืองนครราชสีมา เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ

พระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนสรรพสิทธิ์ประสงค์จัดกองทหาร พร้อมด้วยพระยากำแหงสงครามข้าหลวงเทศาภิบาล ข้าราชการมณฑลนครราชสีมาและมณฑลใกล้เคียง ตลอดจนพสกนิกรล้นหลามต่างมารอรับเสด็จ ซึ่งชาวบ้านไม่เคยเห็นรถไฟมาก่อนว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูว่า ต่างจากสัตว์พาหนะอย่างไร

เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินลงจากรถไฟพระที่นั่ง ปืนใหญ่ยิงถวายคำนับ ๒๑ นัด แตรวงทำเพลงสรรเสริญพระบารมี

การเสด็จครั้งนี้ทรงถือโอกาสเยี่ยมราษฎรและตรวจราชการเมืองนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๔๓

นับเป็นวันประวัติศาสตร์ของการรถไฟไทยและเมืองนครราชสีมา

 

รัชกาลที่ ๕ ทรงขุดดินพระฤกษ์ถมทางรถไฟ ณ บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม กทม.

 

นอกจากสถานีรถไฟนครราชสีมา (หัวรถไฟ) จะเป็นสถานีประวัติศาสตร์ดังที่กล่าวแล้ว ยังมีเหตุการณ์บ้านเมืองที่ควรรำลึกถึงก็คือ ในปี พ.ศ.๒๔๗๖ พระองค์เจ้าบวรเดชได้ก่อตั้ง “คณะกู้บ้านกู้เมือง” เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลแต่ไม่สำเร็จ รัฐบาลได้สร้างขวัญกำลังใจแก่ชาวเมืองนครราชสีมาด้วยการจัดพิธีเรียกขวัญเมือง วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๖ และสถานีหัวรถไฟแห่งนี้เป็นสถานที่ต้อนรับรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จากกรุงเทพฯ ที่มาร่วมพิธี 

 

ข้าราชการและประชาชนเมืองนครราชสีมา รอต้อนรับคณะรัฐมนตรีจากกรุงเทพฯ ที่หัวรถไฟ

อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๘ หน่วยบินของสัมพันธมิตร ได้ทิ้งระเบิดลงที่สถานีหัวรถไฟแห่งนี้ เสียหายยับเยินจนต้องบูรณะสร้างใหม่เป็นอาคารปัจจุบัน 

วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จประทับรถไฟพระที่นั่งจากสถานีสวนจิตรลดามาลงที่สถานีรถไฟนครราชสีมาครั้งแรก เวลา ๑๔.๔๘ น. เพื่อทรงเยี่ยมพสกนิกร ซึ่งล้วนเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อยู่ในความทรงจำของชาวเมืองนครราชสีมา

 

จากอดีตถึงปัจจุบัน กิจการรถไฟเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ

คาดว่า ในปี พ.ศ.๒๕๖๗ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เตรียมทุบรื้อถอนอาคารสถานีหัวรถไฟ เพื่อก่อสร้างอาคารสถานีรถไฟมีความสูง ๓ ชั้น รองรับโครงการไฮสปีดเทรนและรถไฟทางคู่ ซึ่งแม้ชาวเมืองนครราชสีมาจะได้ทัดทานการรื้อสถานีเดิม และเสนอให้ทางการรถไฟพิจารณาทบทวนอนุรักษาษ์อาคารสถานีหัวรถไฟไว้ เพื่อให้ลูกหลานได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์ของกิจการรถไฟสายแรกของไทย แต่ก็ไม่เป็นผล

 

ที่สุดกลุ่มคนโคราช “ภาคีอนุรักษ์เมืองนครราชสีมา” ร่วมกับ “สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา” คงทำได้เพียงจัดงานรำลึกสถานีหัวรถไฟ ๑๒๓ ปี ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ ณ บริเวณสถานีหัวรถไฟ ไว้ในความทรงจำเป็นวาระสุดท้าย ก่อนที่จะไม่ได้เห็นสถานีหัวรถไฟแห่งนี้อีกแล้ว

ลาก่อน สถานีหัวรถไฟ ๑๒๓ ปี สถานีรถไฟประวัติศาสตร์ เธอจะอยู่ในความทรงจำของชาวเมืองนครราชสีมาชั่วนิรันดร

๏ ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต

นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับพิเศษ ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๕๙ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน - วันที่ ๑๔ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

 


319 14,012