11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

December 02,2023

CPF เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบ“เอลนีโญ” เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางอาหาร

เป็นที่คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” จะส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาภัยแล้ง ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลงเกิดปัญหาขาดแคลน กระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร หนึ่งในแนวทางรับมือเพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น คือ การใช้น้ำอย่างประหยัด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนหลายแห่ง เตรียมพร้อมปรับแผนเพื่อรับมือโดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ตระหนักและเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ขาดแคลนน้ำจากผลกระทบเอลนีโญ ชูหลัก 3Rs ลดการดึงน้ำมาใช้ (Reduce) นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในฟาร์มและโรงงานให้ดียิ่งขึ้น  

 

นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟเปิดเผยว่า บริษัทฯ ส่งเสริมให้ทุกธุรกิจมีความตระหนักและรับผิดชอบต่อการนำทรัพยากรน้ำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด ปฏิบัติตามมาตรการจัดการทรัพยากรน้ำ สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) ในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยนำหลัก 3Rs มาใช้ ทั้งลดปริมาณการดึงน้ำมาใช้ นำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้เตรียมแผนรับมือผลกระทบจากสภาวะเอลนีโญต่อประเทศไทย  ที่อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนลดลง มีโอกาสเกิดภัยแล้งในบางพื้นที่ และมีความเสี่ยงต่อพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการน้ำสูง 

 

นายสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ

สถานประกอบการของซีพีเอฟทั่วประเทศ ทั้งธุรกิจสุกร ไก่เนื้อ เป็ดเนื้อ และไก่ไข่ ได้สำรวจพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำจากผลกระทบเอลนีโญ รวมทั้งจัดทำแผนและนำมาตรการต่างๆ มาใช้  อาทิมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในฟาร์ม และโรงงานให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้หลัก 3Rs มาตรการลดการใช้น้ำในการเตรียมโรงเรือน ปรับเวลาการราดน้ำของชุดทำอุณหภูมิโรงเรือนระบบอีแว็ป ( Evaporative cooling system : EVAP) ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ ปรับอัตราการไหลของน้ำที่ใช้ให้เหมาะสม ทำทางน้ำเพื่อรวบรวมน้ำธรรมชาติให้ไปอยู่ที่บ่อผิวดินเพื่อกักเก็บน้ำมาตรการขุดและสร้างบ่อผิวดินเพิ่มเติม เจาะแหล่งน้ำบาดาล รณรงค์ลดการใช้น้ำที่สิ้นเปลือง ด้วยการเพิ่มความถี่ในการสำรวจจุดรั่วไหล ใช้น้ำจากระบบบำบัดรดน้ำต้นไม้ในช่วงฤดูแล้ง ฯลฯ

 

รวมไปถึงการสำรองน้ำ (Reserve) โดยนำโมเดลธนาคารน้ำใต้ดินมาปรับใช้ ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินที่หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำและทดแทนการซื้อน้ำจากภายนอกได้กว่า ๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นผลประหยัด ๑ ล้านบาท ต่อปี ซึ่งเกษตรกร อาทิ ผู้เลี้ยงสุกร ปลูกพืช ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวในการซื้อน้ำช่วงฤดูแล้ง    

 

นอกจากนี้ ซีพีเอฟ มุ่งมั่นลดการดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง และได้กำหนดให้การบริหารจัดการน้ำ เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของเป้าหมายความยั่งยืนของบริษัท ซึ่งผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๕ กิจการประเทศไทยของซีพีเอฟ สามารถลดปริมาณการดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตลงได้ถึง ๕๓% เมื่อเทียบกับปี ๒๕๕๘ ขณะเดียวกัน กิจการในไทยและต่างประเทศ มีปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ซ้ำและนำกลับมาใช้ใหม่คิดเป็น ๒๔% (กิจการประเทศไทยและต่างประเทศ) ของปริมาณการดึงน้ำมาใช้ทั้งหมด พร้อมกันนี้ ซีพีเอฟยังได้สนับสนุนคู่ค้าธุรกิจมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดในนโยบายด้านการจัดหาอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของซีพีเอฟและบริษัทคู่ค้าธุรกิจเองด้วย 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับพิเศษ ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๕๙ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน - วันที่ ๑๔ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
 


113 1,861