December 02,2023
ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และอสังหาฯ “โอ๊ต”วัชรพล กมลนฤเมธ กรรมการบริหาร บจก.โปรเจกต์ซอฟต์ (ประเทศไทย)

“ขอนแก่น” อีกหนึ่งจังหวัดในภาคอีสานที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นที่เป้าหมายของนักลงทุน ด้วยการเดินทางที่ค่อนข้างครบครันทั้งทางบกและทางอากาศ มีการเติบโตของธุรกิจหลายอย่าง รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ที่มีทั้งรายใหญ่และรายย่อย ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นทุกวันนี้แทบจะไม่มีที่ดินว่างแล้ว เพราะถูกแทนที่ด้วยอสังหาฯ ทั้งแนวดิ่งและแนวราบ จึงมีการขยายออกไปรอบๆ เมือง
“โคราชคนอีสาน” พาไปรู้จักกับคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่แม้ครอบครัวจะมีธุรกิจอยู่แล้ว แต่เขาเลือกที่จะบุกเบิกธุรกิจของตัวเอง โดยมีแนวคิดจะทำตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี “โอ๊ต” วัชรพล กมลนฤเมธ จากหนุ่มน้อยกลายเป็นหนุ่มเต็มตัวในวัย ๒๘ ปี เป็นลูกคนสุดท้องของ “วิฑูรย์-อรจิต กมลนฤเมธ” ฝ่ายพ่อนั้นเคยนั่งเก้าอี้ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงานภาค ๔ รวมทั้งทำธุรกิจผลิตน้ำดื่มภายใต้แบรนด์ “แฟรนไชส์” อยู่ยั้งยืนยงมาหลายสิบปีแล้วในขอนแก่น โดยโอ๊ตมีพี่สาวคนเก่ง คือ “หมอส้ม” ทพญ.กมลชนก กมลนฤเมธ (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งและเหรียญทอง)
“โอ๊ต” เรียนจบมัธยมที่โรงเรียนสาธิตศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) และต่อปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข.
• เรียนยังไม่จบแต่ตั้งใจจะทำ
ปัจจุบัน “โอ๊ต” เป็นกรรมการบริหารบริษัท โปรเจกต์ซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งปลุกปั้นมากับเพื่อนตั้งแต่เรียนยังไม่จบ เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่น รวมไปถึงระบบจัดการหลังบ้านให้กับบริษัทเอกชนและส่วนราชการ เขาเล่าว่า
“เรียนเกี่ยวกับธุรกิจอยู่แล้ว ก็พอจะรู้ว่าธุรกิจไหนเป็นเทรนด์ที่กำลังจะมา คิดตั้งแต่ช่วงเรียนปี ๓-๔ และก่อนที่จะเรียนจบช่วงที่ทำ thesis ประมาณปี ๔ เทอม ๒ ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนที่เรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ว่า ทำบริษัทมั้ย? เพราะว่าช่วงนั้นยังไม่ค่อยมีบริษัทซอฟต์แวร์ในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะอยู่กรุงเทพฯ ในภาคอีสานถือว่ามีน้อย จึงคุยกันและวางแผนตั้งแต่เรียนปี ๔ เทอม ๒ พอเรียนจบก็ตัดสินใจเปิดบริษัท โปรเจกต์ซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด”

“โอ๊ต” เล่าว่า เปิดบริษัทแรกๆ เรายังไม่มีชื่อเสียง ใช้วิธีการพยายามบอกต่อเครือข่ายคนรู้จัก เพื่อน ญาติ ว่า ใครก็ตามที่มีธุรกิจก็เข้ามาปรึกษาก่อนได้ว่า เวลาจะมีระบบหลังบ้านที่เป็นระบบซอฟต์แวร์ขึ้นมาดีไหม จัดการอะไร ช่วยอะไรเขาได้บ้าง แล้วก็เริ่มได้งานมาจากจุดนั้น
• เข้าหาหน่วยงานราชการ
“เมื่อบริษัทพอจะมีรายได้เลี้ยงตัวเองแล้ว เราก็กระโดดเข้าไปหาส่วนราชการ เริ่มที่ขอนแก่นเพราะใกล้ตัวเราที่สุด ดูว่าเขามีแนวนโยบายอะไร มีโครงการที่อยากทำหรืออยากได้หรือไม่ เริ่มแรกเราก็ทำโปรแกรมให้ฟรีก่อนเลย ซึ่งตัวแรกที่ทำให้ฟรีเลยก็คือ e-Pam เป็นระบบการประชุมออนไลน์ของสำนักงานจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจะกระจายให้ส่วนราชการทั้งจังหวัดใช้งาน ตอนนี้ก็ยังใช้อยู่ สิ่งนี้ถือเป็นความสำเร็จของบริษัท ผมถือว่าเป็นงานที่สร้างชื่อเสียง เป็นงานที่ทำให้เรามีชื่อเสียง เพราะตอนที่เราทำขึ้นมา ท่านผู้ว่าฯ คนก่อนนำระบบนี้ไปประกวดรางวัลเลิศรัฐในส่วนกลาง และดูเหมือนจะชนะด้วย เมื่อเรามีชื่อเสียงแล้วก็จะมีหน่วยราชการทั้งกรมการปกครองหรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นมาจ้างเราทำระบบขึ้นมาเป็นของเขาเอง ซึ่งระบบเหล่านี้มีการนำไปประกวดอีกก็ชนะอีก” โอ๊ตเล่าอย่างภูมิใจ

• เป้าหมายของ ‘โปรเจกต์ซอฟต์’
“วัชรพล” หรือ “โอ๊ต” บอกว่า โปรเจกต์ซอฟต์มีหุ้นส่วน ๓ คน แต่ที่บริหารมีผมกับเพื่อน เพราะอีกหุ้นหนึ่งตอนนี้ไม่ได้บริหารด้วยแล้ว ส่วนเป้าหมายนั้น จริงๆ ทุกวันนี้น่าจะพอใจแล้ว ก่อนหน้านี้ธุรกิจดรอปพอสมควร คือช่วงโควิดที่ผ่านมา เพราะว่า ต้องพึ่งงานจากภาครัฐเป็นหลักพอโควิดมางบประมาณก็ถูกนำไปทำเรื่องโควิด ทำให้ช่วงนั้นบริษัทค่อนข้างดาวน์พอสมควร แต่มีการปรับตัวมาเรื่อยๆ ซึ่งทุกวันนี้รายได้หลักของบริษัทก็จะเป็นงานจากบริษัทมหาชนที่กรุงเทพฯ มากกว่า ส่วนงานราชการผมก็พยายามกลับมาดิวใหม่ กลับมาคุยใหม่เพิ่มขึ้น เพราะว่าในช่วงโควิดเราก็เข้าใจว่ามีข้อจำกัด แต่เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว ตอนนี้ก็จะเป็นตลาดเดิมที่จะกลับมา เราก็ต้องมีดิวใหม่แล้ว เพียงแต่ว่ายังอยู่ในขั้นตอนการคุย TOR และมีแผนต่างๆ ที่ได้ร่วมมือกับบริษัทมหาชนอื่นด้วยในการที่จะทำโปรเจ็กต์ต่างๆ
“หากถามว่า คาดหวังว่าบริษัทจะไปถึงจุดไหน จริงๆ จากแผนที่วางไว้ เราคาดว่าน่าจะขยายและมีงานไปลงทั่วประเทศเลย”

• ทำการตลาดอย่างไร
ถ้าเป็นในส่วนของซอฟต์แวร์ยอมรับเลยว่าแทบจะเป็น Connection จากบุคคลเป็นหลัก เพราะถ้าเป็นส่วนที่ลูกค้าติดต่อเรามา อันนี้คือเขารู้จักเราอยู่แล้ว ทั้งจากตามสื่อต่างๆ บ้างหรือจากการบอกต่อบ้าง ยิ่งถ้าสมมติในเอกชนด้วยกัน เราสามารถเจาะงานระดับบริษัทมหาชนได้ เขาก็จะมีการบอกต่อ เพราะธุรกิจนี้ในประเทศไทยยังเป็นธุรกิจที่ยังต้องการคนไปรันโปรเจ็กต์อยู่ตลอดเวลา เรียกว่ามีดีมานต์มากกว่าซัพพลาย เขาก็จะมีการบอกต่อว่า บริษัทไหนรับงานแบบนี้ ทำงานแบบนี้ได้ กลายเป็นว่าเขาจะติดต่อมาหาเราตลอด
• สร้างธุรกิจตัวเองให้ดีก่อน
ส่วนธุรกิจของคุณพ่อนั้น “โอ๊ต” บอกว่า ก็มีช่วยบ้าง แต่คุณพ่อยังบริหารเป็นหลัก ถ้าคุณพ่อเกษียณก็ต้องเข้าไปดู เป็นธุรกิจที่อยู่ตัวแล้ว เพราะทำมาหลายสิบปี ตอนนี้ก็ทำธุรกิจของตัวเองให้ดีก่อน
• จับธุรกิจอสังหาฯ
ตอนนี้ “โอ๊ต” กำลังเริ่มไปจับธุรกิจอสังหาฯ โดยเขาบอกว่า “เรามีที่ดินเปล่าที่ซื้อไว้นานแล้ว อยู่ในเขตบ้านโจด ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น ถ้าขายก็จะได้ราคาในระดับหนึ่ง แต่ถ้านำที่ดินนี้มาพัฒนาต่อเป็นอสังหาฯ ทำบ้านเดี่ยวขาย ก็จะได้กำไรมากกว่าเดิมอีก จึงมาลองทำดู เพราะว่าจริงๆ ตระกูลของผมก็ทำหมู่บ้านอยู่แล้ว (หมู่บ้านยลภา) จึงพอจะมีองค์ความรู้ จึงหยิบมาดูว่าที่ดินตรงนี้เป็นอย่างไร ทำได้ไหม พอเห็นว่าทำได้ก็เริ่มลงมือทำ จริงๆ เริ่มปรับที่มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ลงมือสร้างจริงๆ ประมาณกลางปี”

โดยสร้างเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว ๓ ห้องนอน ๒ ห้องน้ำ จำนวน ๓ ยูนิต ส่วนพื้นที่ด้านหน้าที่เคยตั้งใจว่าจะสร้างอาคารพาณิชย์ ก็ยังเป็นแค่โมเดลอยู่ ถ้าจะทำก็ต้องสร้างบ้านให้เสร็จและขายให้หมดก่อน ยังไม่คิดจะทำตอนนี้เพราะตลาดห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ยังซบเซาอยู่
บ้านทั้ง ๓ หลังขนาดพื้นที่จะไม่เท่ากัน แต่จะอยู่ที่ ๕๐-๖๐ ตร.ว. เพราะว่าเราทำตามรูปแปลงที่ดิน จะมีบ้านใหญ่สุด ใหญ่รองลงมา และเล็กสุด แต่ราคาขายน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๒ ล้านบาทปลายๆ แต่ยอมรับว่ายังไม่ได้เคาะตัวเลขจริงๆ ออกมา เพราะรอสรุปต้นทุนบางอย่างให้จบก่อน โดยตั้งเป้าว่าถ้าการก่อสร้างดำเนินไปถึง ๖๐% แล้ว จะเริ่มมีการประชาสัมพันธ์ และถ้ามีคนสนใจก็จะให้จองไว้ก่อน ส่วนการโอนก็ต้องรอบ้านเสร็จก่อนอยู่แล้ว


• จบโครงการนี้มีโครงการต่อไป
“ถ้าทำแล้วค่อนข้างเวิร์ค ผลตอบรับดี ไม่ค่อยมีปัญหา จะทำต่อแน่นอน เพราะมีที่ดินแปลงอื่นรออยู่พอสมควร”
• ตลาดอสังหาฯ ในขอนแก่น
“โอ๊ต” บอกว่า ถือว่าแข่งขันสูงพอสมควร จริงๆ ผมคิดว่าจากที่ดูตลาดทุกรูปแบบแข่งขันสูงหมด คอนโด บ้านทาวน์โฮม แต่ว่าจากที่เราลองทำรีเสิร์ชตลาดบ้าน พบว่า ขอนแก่นจะมีจุดเด่นคือจะมีประชากรย้ายมาอยู่เยอะในทุกๆ ปี เนื่องด้วยปัจจัยที่ว่าข้าราชการย้ายมาทำงาน หรือมหาวิทยาลัยขอนแก่นก็จะมีบุคลากรต่างๆ รวมทั้งนักศึกษาบางคนเมื่อเรียนจบก็ตัดสินใจทำงานอยู่ที่ขอนแก่นต่อเลย ถ้ามีศักยภาพด้านการเงินก็ตัดสินใจซื้อบ้านซื้อคอนโดเลย ต้องถือว่าการแข่งขันสูงจริงแต่ว่าดีมานด์ก็ยังสูงอยู่ด้วย

• ขอนแก่นเติบโตเป็นอันดับ ๑ ในภูมิภาคอีสาน?
“ผมว่าแล้วแต่ว่ามองด้านไหน ซึ่งถ้ามองตัวเลขจีดีพีในภาพรวม ผมยังคิดว่าตอนนี้โคราชมาแรงกว่า แต่ขอนแก่นจะสูงกว่าตรงที่เมื่อนำมาหารต่อหัวประชากร เพราะว่าโคราชประชากรเยอะ แต่ถ้าเป็นเรื่องของโอกาสทางธุรกิจผมรู้สึกว่าโคราชน่าจะมาก่อนด้วยปัจจัยบวกด้านมอเตอร์เวย์หรือว่ารถไฟความเร็วสูง เพราะเฟสของโคราชสร้างเสร็จก่อนอยู่แล้ว ตรงนี้น่าจะมีผลค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่ขอนแก่นก็จะมีจุดเด่นคือเมืองด้านการศึกษา มีนักศึกษามาเรียนเยอะ รวมทั้งด้านการแพทย์ มีโรงพยาบาลหลากหลาย ผมได้รู้จักผู้ใหญ่บางท่าน ประกาศหาซื้อบ้านในจังหวัดขอนแก่น ผมก็ถามว่าทำไม เขาบอกว่าอยากจะให้พ่อแม่ของเขาที่เป็นปู่ย่าตายายมาอยู่รักษาพยาบาล เพราะสะดวกกว่ากรุงเทพฯ ก็มีตลาดแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งผมก็รู้สึกแปลกใจ” โอ๊ต กล่าว
โอ๊ตบอกอีกว่า “ส่วนเรื่องไมซ์ซิตี้ ขอนแก่นพยายามพรีเซนต์เรื่องนี้เยอะ เพราะมีเอกชนสร้างศูนย์ประชุมรองรับ เช่น KICE หรือจะเป็นหอประชุมกาญจนาภิเษก ของ มข. ค่อนข้างที่จะครบ ส่วนโรงแรมผมเคยเห็นอโกด้าจัดอันดับว่าโรงแรมที่ขอนแก่นมีความคุ้มค่าที่สุด”

โอ๊ต-วัชรพล กมลนฤเมธ กรรมการบริหารบริษัท โปรเจกต์ซอฟต์ (ประเทศไทย)
• ข้อคิดสำหรับคนที่จะทำธุรกิจ
ท้ายสุด “โอ๊ต-วัชรพล กมลนฤเมธ” บอกว่า ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าอยากจะมาเป็นนักธุรกิจ ต้องท่องกับตัวเองตลอดเลยว่า ต้องมีความอดทนสูงพอสมควร เราอาจจะต้องเจอปัญหาทุกรูปแบบ และวิกฤตต่างๆ ต้องปรับ Mindset ตรงนี้ให้ได้ก่อน เพราะทุกคนมาทำธุรกิจเพราะหวังเงิน หวังรวย บางคนคิดว่ามาทำปีสองปีแล้วก็รวยแล้ว ผมคิดว่ามีแค่ ๕% ที่ทำได้อย่างนั้น แต่อีก ๙๕% อยู่ระหว่างทางที่อาจจะรวยใน ๕ ปี ๑๐ ปีก็ได้ เพียงแต่ว่า บางคนอาจจะล้มเลิกตั้งแต่ปีแรกแล้ว พอ Mindset ตรงนี้ไม่ได้ กลายเป็นว่าพอมาทำแล้วก็เสียทั้งเวลาและเงินที่ลงทุนไป พอเจอโน่นนั่นนี่แล้วก็ไม่อยากแก้ปัญหาแล้ว ไม่อยากสู้ต่อแล้ว ซึ่งก่อนจะลงมือทำธุรกิจอย่างน้อยๆ ก็ควรจะศึกษาตลาดมาก่อน ไม่ใช่ว่าจะขายอะไรก็ได้ แต่ควรศึกษาว่าธุรกิจมีทิศทางที่จะเป็นไปได้มั้ย
จับตาดูนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ว่า ก้าวย่างการทำธุรกิจของเขาจะโลดแล่นต่อไปอย่างไร แต่แนวคิดของเขาสามารถเป็นแนวทางให้คนอื่นได้เป็นอย่างดี




ซูกี : สัมภาษณ์/เรียบเรียง
นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับพิเศษ ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๕๙ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน - วันที่ ๑๔ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

190 2,539



