December 04,2023
วงเวียน ‘หนอนไหมนักรบ’ สร้างอัตลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยว เข้าสู่ ‘นาโพธิ์’ แดนดินผ้าไหมงาม

สร้างสรรค์ได้ดี และสะดุดตามากๆ เมื่อ เทศบาลตำบลนาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การบริหารของ นายวรพงษ์ บาลไธสง นายกเทศมนตรีฯ ซึ่งจัดสรรงบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก่อสร้างวงเวียนแล้วมีรูปปั้นหนอนไหมนักรบตัวอ้วนๆ ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร และเป็นวงเวียนเดียวในโลกที่เป็นแบบนี้ เพราะต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวอำเภอนาโพธิ์ จะได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย

นายวรพงษ์ บาลไธสง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาโพธิ์
วงเวียนนี้มีรูปปั้นหนอนไหมอ้วนๆ ทั้งหมด ๖ ตัว แต่ละตัวจะปั้นเป็นอิริยาบถท่าทางที่แตกต่างกัน มีทั้งยิ้มแย้ม บึ้งตึง ทะเล้น และทำปากจู๋ ซ้ำยังปั้นให้ตัวหนอนไหมสวมหมวกและแต่งตัวเหมือนชุดนักรบอีกด้วย
ยิ่งกว่านั้น ยังตั้งชื่อให้หนอนไหมแต่ละตัว เช่น สีแดง ชื่อ “บันดาลโชค”, สีเหลืองคือ“สุขอนันต์”, สีเขียว ชื่อ “สยบทุกข์” ส่วนสีฟ้าชื่อ“ศรีนาโพธิ์”, สีส้มคือ “ปราบไพรี” และสีชมพูชื่อ“โภคทรัพย์” ซึ่งนอนไหมนักรบทั้ง ๖ ตัว จะอยู่ล้อมรอบอัก หรือกี่สำหรับแกว่งเส้นไหม เพื่อสื่อให้เห็นว่าอำเภอนาโพธิ์เป็นเมืองแห่งการผลิตผ้าไหม

หลังจากก่อสร้างวงเวียนหนอนไหมดังกล่าวแล้วเสร็จ มีประชาชนในพื้นที่ รวมถึงผู้ที่ขับรถผ่านไปมาต่างก็อดใจไม่ได้ที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หรือโพสต์ลงในโซเชียล อย่างไรก็ตามนอกจากจะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว การสร้างวงเวียนยังช่วยลดอุบัติเหตุด้วย เพราะบริเวณดังกล่าวมีมีรถสัญจรไปมาค่อนข้างพลุกพล่าน เพราะอยู่ใจกลางตัวอำเภอเป็นแหล่งชุมชน มีทั้งตลาด โรงเรียน และสถานที่ราชการ
นายวรพงษ์ บาลไธสง นายกเทศมนตรีตำบลนาโพธิ์ เปิดเผยว่า อำเภอนาโพธิ์เป็นพื้นที่เหนือสุดของจังหวัดบุรีรัมย์ และเป็นเมืองปิด ต้นทุนสภาพพื้นที่ก็จะไม่มีทะเล ภูเขา น้ำตก หรือป่าไม้ ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวได้ จึงคิดว่าจะต้องทำอย่างไรจะเป็นส่วนหนึ่งของบุรีรัมย์ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวและกีฬามาตรฐานระดับโลก และจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ และจะทำอย่างไรให้คนรู้จักอำเภอนาโพธิ์มากขึ้น แม้ปกติคนจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเมืองผ้าไหม

จึงเกิดแนวคิดว่าจะต้องทำอะไรที่เป็นสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่ผ่านไปมารู้ว่าได้มาถึงเมืองไหมแล้ว จึงเป็นที่มาขอแนวคิดในการนำภูมิปัญญาเมืองแห่งผ้าไหมมาเป็นจุดดึงดูด แต่ก็ต้องมีความโดดเด่นและแตกต่างไม่เหมือนใคร ซึ่งปกติวงเวียนที่เห็นตามอำเภอ หรือจังหวัดต่างๆ ก็จะเป็นรูปปั้นเจ้าเมืองบ้าง หรือหอนาฬิกาบ้าง ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการสร้างวงเวียนหนอนไหมที่แตกต่างไม่เหมือนใครด้วยการปั้นรูปหนอนไหมในรูปแบบต่างๆ ทั้งหน้ายิ้ม หน้าบึ้ง ทำปากจู๋ หน้าตาทะเล้น และใส่หมวกให้เป็นนักรบหนอน ที่สื่อให้เห็นว่าเป็นกองพลังถักทอเส้นใยไหมขึ้นไปยัง “อัก” หรือภาษาพื้นถิ่นอีกสานเรียกว่า “กี่” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการแกว่งไหม เพื่อที่จะถักทอเป็นผ้าไหม และถือเป็นวงเวียนหนอนไหมนักรบหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้ ซึ่งหลังจากทำวงเวียนหนอนไหมดังกล่าวแล้วก็มีประชาชน รวมถึงคนที่ขับรถผ่านไปมาต่างแวะถ่ายรูป ถ่ายคลิปไปโพสต์ลงในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ก็ขอขอบคุณที่ทำให้คนรู้จักอำเภอนาโพธิ์มากขึ้น
นอกจากนี้ “นายกฯวรพงษ์” ยังเชิญชวนนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ขับรถผ่านไปมา แวะเวียนไปถ่ายรูปวงเวียนหนอนไหม และมาอุดหนุนผ้าไหมของชาวอำเภอนาโพธิ์ ซึ่งมีทั้งผ้าไหมที่เป็นอัตลักษณ์ผ้าไหมลายพระราชทาน ลวดลายสวยงามและมีคุณภาพมาตรฐานด้วย


นสพ.โคราชคนอีสาน ฉบับพิเศษ ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๕๙ วันที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน - วันที่ ๑๔ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
254 2,533



