11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

December 25,2023

‘กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด’ บุกศาลากลางทวงถามผู้ว่าฯ แก้ปัญหาผลกระทบเหมืองโปแตช

 

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดเผยแพร่ข่าวว่า เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ น. กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดกว่า ๑๐๐ คน รวมตัวที่วัดสระขี้ตุ่น บ้านสระขี้ตุ่น บ้านสระสมบูรณ์ เพื่อเดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายกเทศมนตรีตำบลหนองบัวตะเกียด กำนัน ตำบลหนองบัวตะเกียด และผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งขณะที่กำลังรวมตัวได้มีตำรวจตำแหน่งสารวัตรสืบสวนและเจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.ด่านขุนทด เข้ามาพูดคุยสอบถาม โดยอ้างว่าจะติดตามดูแลเรื่องการเดินทางไปยื่นหนังสือครั้งนี้ โดยกลุ่มแจ้งว่าจะเดินทางไปยื่นหนังสือ ไม่ได้ไปชุมนุม

ต่อมาเวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ที่ทำการเทศบาลตำบลหนองบัวตะเกียด กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้แสดงความคิดเห็นต่อการทำเหมืองแร่โปแตชที่ชาวบ้านไม่เคยได้รับผลประโยชน์ได้รับแต่ผลกระทบ ทั้งยังไม่มีมาตรการแก้ไขและป้องกันผลกระทบได้จริง จากนั้นจึงยื่นหนังสือเพื่อให้ทางเทศบาลมีคำสั่งห้ามใช้ระเบิดในพื้นที่และขอให้มีการชี้แจงต่อกลุ่มที่วัดสระขี้ตุ่น ภายหลังจากที่เทศบาลหนองบัวตะเกียดได้มีการเข้าไปศึกษาดูงานภายในเหมืองแร่โปแตช ซึ่งอาจเป็นการสนับสนุนบริษัทฯ ให้เปิดดำเนินโครงการเหมืองแร่และใช้วัตถุระเบิดในการขุดเจาะอุโมงค์ใหม่ รวมถึงกรณีที่นายอุดม พาขุนทด กำนันตำบลหนองตะเกียด มีรายชื่อเป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิตรวจสอบเหมืองแทนผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงทั้งหมดในเขตพื้นที่ประทานบัตร ว่าได้รับตำแหน่งนี้ได้อย่างไรในเมื่อไม่ได้มีการเลือกจากประชาชนในพื้นที่ 

 

จากนั้นเวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. เมื่อเดินทางมาถึงที่จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้พักทานข้าวเที่ยง ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปที่อนุสาวรีย์ลานย่าโมเพื่อขอพรให้จัดกิจกรรมผ่านไปด้วยดีและปิดเหมืองแร่โดยเร็ว และปราศรัยถึงผลกระทบจากการทำเหมืองแร่โปแตชให้ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาได้รับทราบ

ต่อมากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้เคลื่อนขบวนไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งผู้ว่าฯ ได้เคยแจ้งว่า จะชะลอการดำเนินการของโครงการเหมืองแร่โปแตชและโรงต้มเกลือของบริษัท ไทยคาลิ จำกัด ทั้งหมดเอาไว้ก่อน เพื่อดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกิดจากโครงการ แต่นับตั้งแต่การลงพื้นที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาและอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม และ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ บริษัทฯ ก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของโรงต้มเกลือยังไม่หยุดดำเนินการ และทางจังหวัดนครราชสีมาก็ไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ผลตรวจสอบออกมาชัดเจนแล้วว่าในพื้นที่กำลังประสบภัยจากความเค็มอย่างรุนแรง แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้เหมืองแร่เดินหน้าในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงการ ซ้ำร้ายยังมีการเห็นชอบต่อการใช้วัตถุระเบิดในการทำเหมืองทั้งที่ทราบดีว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชน เป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านในพื้นที่

 

โดยมีนายบุญรวย เลิศวนิชย์ทิพย์ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และนายอาทิตย์ ชามขุนทด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ รับหนังสือแทน ซึ่งก่อนยื่นหนังสือกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้ทวงถามกับนายบุญรวยว่า หลังจากที่ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วผลการตรวจสอบออกมาว่าพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่จริง แต่หลังจากนั้นไม่มีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการทำเหมืองใดๆ บอกเพียงว่าผู้ว่าฯ ไม่มีอำนาจพอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ (คนร.) จัดการแทนเพื่อปัดความรับผิดชอบ และเรื่องการจ่ายค่าลอดใต้ถุน ที่บริษัทจะต้องจ่ายให้กับผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเขตพื้นที่ประทานบัตรทั้งหมด เพื่อเป็นค่าเสียหายในการละเมิดแดนกรรมสิทธิที่ดิน ตั้งแต่ที่ได้รับอนุญาตประทานบัตรมาตามกฏหมาย พ.ร.บ.แร่ใหม่ ๒๕๖๐ ประกาศไว้ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินค่าลอดใต้ถุนมาก่อน ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะต้องถูกเพิกถอนประทานบัตร

 

กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จึงขอให้ผู้ว่าฯ มีคำสั่งชะลอการดำเนินการของบริษัทฯเหมืองแร่ทั้งหมด ทั้งเหมืองแร่โรงแต่งแร่ จนกว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่งห้ามใช้ระเบิดในการประกอบกิจการโดยเด็ดขาด หลังพบในรายงานเปลี่ยนแปลงโครงการว่ามีการใช้ระเบิดจำนวนมาก

หลังรับหนังสือนายบุญรวยได้กล่าวต่อกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดว่า จะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องการสั่งให้เหมืองหยุดดำเนินการเป็นเรื่องยาก แต่เรื่องการใช้ระเบิดและค่าเสียหายในการละเมิดแดนกรรมสิทธิที่ดินจะตรวจสอบให้ แล้วจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ด้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดยืนยันว่าต้องการปิดเหมืองแร่ ใครบอกว่ามีเหมืองแล้วจะมีแต่ความเจริญ ทุกวันนี้ยังไม่เห็นความเจริญที่เหมืองว่า มีแต่ผลกระทบเต็มไปหมด ชาวบ้านทำเกษตรกรรมเป็นหลัก ที่ไร่ที่นาได้รับความเสียหายหมด แล้วชาวบ้านจะเอาอะไรกิน ถ้ามีเหมืองแล้วไม่สามารถทำกินได้ก็ไม่ควรมีต้องปิดเหมืองเท่านั้น

ก่อนเดินทางกลับ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดได้ย้ำว่า หากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ใดๆ พวกเรากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จะกลับมาที่ศาลากลางจังหวัดอีกครั้ง และจะไม่กลับจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม พวกเราจะไม่ยอมให้มีการเปิดเหมืองแร่โปแตชและโรงต้มเกลือในพื้นที่ จะไม่ยอมให้ใครมาระเบิดแผ่นดินของเราโดยเด็ดขาด

 

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๐ วันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖- วันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๗
 


63 1,718