11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

January 30,2024

คนทำหนังขอนแก่นชี้หนังไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ รัฐควรสนับสนุนยั่งยืนไม่ใช่แค่ฟีเวอร์แล้วหายไป

 

เมื่อเวลา ๑๔.๐๐ น. วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๗ ที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ในฐานะที่สอนภาพยนตร์ เป็นคนที่ทำหนังเป็น และเป็นคนที่อยู่ในกระบวนการภาพยนตร์ที่ดำเนินกิจกรรมให้หนังเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย รู้จักคนในวงการภาพยนตร์ รู้ว่าคนในกระบวนการภาพยนตร์นั้นทำอะไรตั้งแต่เริ่มจนจบ พอได้ยินรัฐบาลมาบอกว่าภาพยนตร์ไทยจะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ คนทำหนังถึงกับช็อก เพราะหนังก็คือสื่อฯ ที่ทรงพลังมากที่สุดอย่างหนึ่งในโลก ดังนั้น เป็นคำถามที่ว่าหนังจะหาคอนเทนต์อะไรให้เกิดการเป็นกระแสเพราะหนังมีทุกรูปแบบและมีทุกเรื่องราว ทั้งบวกและลบ 

 

รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น

“ถ้าจะเอาหนังไทยไปทำเป็นซอฟต์พาวเวอร์ก็จะหมายถึงสื่อชนิดหนึ่งที่ไปค้นหาคอนเทนต์ที่ดี ซึ่งอาจจะไปค้นหาวัฒนธรรม รากวัฒนธรรม หรือวิถีต่างๆ หรืออะไรที่เป็นของใครของมันดังนั้นต้องมีคนบอกว่าเรื่องนี้นั้นเป็นพลังที่พอจะเป็นหนังและนำไปเผยแพร่ให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์จริงๆ เพราะคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ใช่คิดเอง ทำเอง ชงเอง ตบเอง เสพเอง ถ้าเป็นเช่นนั้นในความเข้าใจผมทั้งหมดนี้ไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ แต่ซอฟต์พาวเวอร์ต้องมีคนมาเสพมาเห็น มาดู ยิ่งต่างชาติเขาเห็นและทำตามด้วยความสมัครใจ ฉะนั้นซอฟต์พาวเวอร์ผ่านสื่อภาพยนตร์ที่รัฐบาลกำลังทำนั้นเป็นไปได้ แต่ต้องระวังว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นซอฟต์พาวเวอร์ หรือเป็นฟีเวอร์ เป็นกระแสและนำไปใช้ในทางที่ผิดๆ เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิด ความเข้าใจผิดก็จะมามองกลับว่าเรากำลังเรียนรู้ในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่”

 

รศ.ดร.นิยม กล่าวต่ออีกว่า ในสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ ถ้ามองในเชิงบวกต้องขอบคุณรัฐบาลคุณเศรษฐา ที่อาจจะเป็นรัฐบาลเดียวในข้อมูลที่มีอยู่ ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจเชิงความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy ให้ความสำคัญทางทุนวัฒนธรรมและให้ความสำคัญสิ่งเหล่านี้ให้ไปสู่ตลาดโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือถ้าไม่เข้าใจในซอฟต์พาวเวอร์โดยถ่องแท้แล้ว ก็เพียงแค่เอาคำว่าซอฟต์พาวเวอร์ทิ้งและมาช่วยกันสนับสนุนหนังไทยจากปรากฏการณ์หรือกระแสที่เกิดขึ้นในวงการหนังไทยอย่างที่ผ่านมา น่าจะถูกกว่า ถ้าจะเอาหนังไทยไปแข่งกับโลก ก็ไม่ควรเอาโลกมาดูหนังไทยในสิ่งที่เขารู้จัก ดังนั้นคนทำหนังต้องเอาเรื่องที่ทุกคนรู้จักดี ทั้งวัฒนธรรม ชุมชน ภูมิปัญญา หาให้เจอเสร็จแล้วเอาเรื่องนี้มาทำหนังแล้วเอาไปขายในตลาดโลก เช่นตอนนี้คนขอนแก่นร่วมกันลงทุนทำหนังเรื่อง ๔ ขมัง กำลังได้รับความสนใจ และเรื่องพระไม้ ทุกคนกำลังสนใจจากฝีมือคนอีสาน เพราะสร้างนิยามและตัวตนว่า พระไม้ วัตถุอันตรายอย่าเอาเข้าบ้าน ทั้งหมดนี้คือการเฟ้นหาตัวตนและเอาไปขายในตลาดโลก ซึ่งทำกันมาก่อนจะมีปรากฎการณ์ซอฟต์พาวเวอร์เสียอีก ดังนั้นทุกคอนเทนต์ที่เราทำไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ อย่างสัปเหร่อที่ทำมานั้นไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ วิถีชีวิตการกินส้มตำ นี่ก็ไม่ใช่ซอฟต์พาวเวอร์ ทั้งหมดคือคอนเทนต์ที่รอผ่านกระบวนการซอฟต์พาวเวอร์ 

 

“ผมเป็นนักวิจัยมองทุกอย่างเป็นงานวิจัย ซอฟต์พาวเวอร์เป็นงานที่ค่อยๆ คิด อย่ากระโตกกระตาก แต่ตอนนี้กระโตกกระตากไปแล้ว ถ้าเราช่วยกันทำอย่างค่อยป็นค่อยไป จนกลายเป็นการป้ายยาแบบไม่รู้ตัว แต่ต้องขอชมรัฐบาล ที่ทำให้คนทำหนังเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ ทำให้คนรักหนังอิ่มเอมใจ เพราะรัฐบาลมากระตุ้นและมาแสดงพลังให้เห็นว่าหนังไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก และคนไทยอยากดูหนังไทย แต่ทำอย่างไรที่จะหาคนไทยทำหนังไทยให้ถูกตา คนไทยก็เท่านั้นเอง” รศ.ดร.นิยม กล่าว

รศ.ดร.นิยม กล่าวท้ายสุดว่า “ปัจจุบันคนทำหนังเก่งๆ เยอะ ดีๆ เยอะ และคนไทยที่อยากดูหนังไทยก็เยอะ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญและใส่ใจในวงการภาพยนตร์จะเป็นตัวกระตุ้นและขับเคลื่อนให้คนที่อยากทำหนัง หรือคนที่อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมหนังไทยนั้นกล้าที่จะเดินออกมาและแสดงตัวว่าพร้อมที่จะทำหนังไทยดีๆ มีแนวคิดและไอเดียที่ดีมานำเสนอก็จะได้รับการผลักดันและส่งเสริม เพราะทุกวันนี้คนทำหนังขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ทุกคนมีไอเดียแต่เงินไม่มีดังนั้นวันนี้คนอยากทำกับงบที่อยากให้มีแล้วก็ต้องมาคุยกัน มาเจอกันมาแลกเปลี่ยนกันเพราะคอนเทนต์อีกมากมายที่อยู่ในประเทศไทยที่ไม่แพ้ชาติในโลก ที่รอการนำเสนอจากคนทำหนังและคนที่อยากสนับสนุนและแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังไทยให้เกิดความยั่งยืน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่แท้จริงไม่ใช่ปรากฏการณ์ฟีเวอร์ที่ดังแล้วและก็ดับไป” 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๑ วันที่ ๑๕ เดือนมกราคม - วันที่ ๑๔ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๗
 


143 1,786