11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

January 30,2024

นายทุนเงินกู้ ทุบบ้าน ๒๑ หลัง ลูกหนี้ร้อง‘ผู้ว่าฯโคราช’ช่วย

 

เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๖ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นายมานพ จิตรติกรกุล อายุ ๖๒ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑/๑ ซอยท้าวสุระ ๑ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมลูกชายและผู้เสียหายเดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา แต่ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้นายอนุชา อินทศร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครราชสีมาและนายอาทิตย์ ชามขุนทด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ รับเรื่องแทน ซึ่งเป็นความเสียหายกรณีถูกนายทุนเงินกู้มารื้อบ้านและห้องเช่า รวมทั้งนำทรัพย์สินมีค่าออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

 

นายอาทิตย์ ชามขุนทด ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นคำบอกเล่าฝ่ายเดียว ซึ่งยังไม่เห็นเอกสารหลักฐาน จึงประสานให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา และให้ลงทะเบียนลูกหนี้ เพื่อเชิญคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยตามกระบวนการ

 

นายมานพ เปิดเผยว่า ที่ดินผืนพิพาทเป็นทรัพย์สินมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ขนาดประมาณ ๑ ไร่ โดยสร้างห้องเช่าชื่อหอพักวิดีโอ อยู่ในละแวกโค้งวัดศาลาลอย ผู้เช่าส่วนใหญ่เป็นมนุษย์เงินเดือนและประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งเก็บค่าเช่าห้องละ ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือน ไว้กิน ไว้ใช้ตอนชราภาพ ต่อมาภริยาที่จดทะเบียนสมรสได้ปลอมแปลงเอกสารลายมือตน เพื่อนำโฉนดที่ดินไปทำธุรกรรมขายฝากกับนายทุนในเขต อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ราคาประมาณ ๔ ล้านบาท ซึ่งมาทราบตอนที่สัญญาใกล้ครบกำหนด จึงได้แจ้งความให้ระงับธุรกรรมดังกล่าว กระทั่งวันที่ ๓ มกราคมที่ผ่านมา นายทุนได้ว่าจ้างให้ผู้รับเหมานำชายฉกรรจ์มารื้อบ้านและเอาทรัพย์สินส่วนหนึ่งไปด้วย ห้องเช่า ๒๑ ห้องถูกทุบทำลายโดยไม่มีหลังคา หน้าต่างและผนังบ้าน ความเสียหายประมาณ ๒ ล้านบาท และยังพูดข่มขู่จะปิดทางเข้าออกอีก จึงเกิดความกลัว ไม่มีที่พึ่งได้มาขอความช่วยเหลือให้นำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายด้วย

 

จากนั้นเมื่อช่วงสายวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๗ มีชายฉกรรจ์ร่วม ๑๐ คน นำรถบดถนนพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือช่างก่อสร้างมาที่หอพักดังกล่าว นายนนท์ฐิวัจน์ จิตรติกรกุล ลูกชาย   นายมานพ รับทราบจากเพื่อนบ้านจึงรีบเดินทางมาห้ามรื้อถอนเมื่อสอบถามหัวหน้าคนงาน อ้างเสี่ย ต. นายทุนเงินกู้ว่าจ้างให้มาพัฒนาพื้นที่ เพื่อขายต่อ แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมและขอดูเอกสารที่เป็นหมายบังคับคดีของศาลจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่มีมาแสดง หัวหน้าคนงานเห็นท่าไม่ดีจึงต้องขนรถและเครื่องมือช่างกลับทันที  

 

นายนนท์ฐิวัจน์ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นายทุนรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง อ้างดำเนินการโดยชอบมีการซื้อขายอย่างสุจริตและเห็นหลังคาผุพังจำเป็นต้องรื้อออกทั้งหมด ข้อเท็จจริงผืนดินพิพาทยังเป็นที่ดินมรดกและสินสมรสและมีแผนปรับปรุงใหม่แต่ถูกรื้อออกทั้งหมด ทำให้ได้รับความเสียหายร่วม ๒ ล้านบาท รวมทั้งขาดรายได้จากการเช่ารายเดือนกว่า ๓ หมื่นบาท ขอยืนยันการทำธุรกรรมขายฝากที่ดินไม่ชอบตามขั้นตอน แม่ได้แอบปลอมแปลงเอกสารลายมือพ่อแล้วนำโฉนดที่ดินไปทำธุรกรรมขายฝากกับนายทุนราคาประมาณ ๔ ล้านบาท ทั้งๆ ที่ ราคาประเมินมากกว่า ๑๐ ล้านบาท ครอบครัวทราบตอนสัญญาใกล้ครบกำหนด และไปแจ้งความให้ระงับธุรกรรมดังกล่าว 

จากนั้นไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค ๓ นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๑ วันที่ ๑๕ เดือนมกราคม - วันที่ ๑๔ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๗
 


169 1,933