12thSeptember

12thSeptember

12thSeptember

 

February 02,2024

โคราชวิกฤต PM 2.5 เพิ่มต่อเนื่อง ตื่นตระหนกแชร์ต่อจนวุ่นวาย บางเว็บไซต์ ระบุค่าเกิน 100

 

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายธนัญชัย  วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (ผอ.สคพ.11 นม.) เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่า ยังมีค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดวัดได้ 64.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม) สาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งวันนี้เหลือเพียง 3 จุด และอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม ขณะนี้เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตอ้อยประกอบกับสภาพอากาศมีสภาวะลมสงบและส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมหนาวอ่อนกำลังลง ทำให้จุดความร้อนจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้านย้อนขึ้นมาเกิดผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้เกิดการสะสมของปริมาณฝุ่นเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรถยนต์ดีเซลปล่อยควันดำเกินค่ามาตรฐาน

 

นายธนัญชัย  วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11

กรณีการอ้างอิงข้อมูลปริมาณฝุ่นละออง พบบางแอพพลิเคชั่นระบุสภาพอากาศในเขตตัวเมืองโคราช 100.4 มคก./ลบ.ม โดยวิธีตรวจวัดยังไม่เป็นที่รับรองและได้สร้างความตื่นตระหนกและมีการแชร์ต่อกันด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความเที่ยงตรงแม่นยำ และมาตรฐาน กรมควบคุมมลพิษใช้ผลตรวจวัดและแสดงในแอพพลิเคชั่น Air4Thai เป็นตัวเลขประกอบการเฝ้าระวังและรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น

 

ด้านนายแพทย์ทวีชัย  วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา (ผอ.สคร.9 นม.) กล่าวว่า ฝุ่น PM 2.5 สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือดและแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานในอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และ 4 กลุ่มโรคสำคัญ คือ 1.กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก 2.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ 3.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันตามร่างกาย มีผื่นแดงตามร่างกายและ 4.กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น อาการแสบหรือคันตา น้ำตาไหล และตาแดง ต้องเฝ้าระวังและดูแลเป็นพิเศษ

 

นายธนัญชัย  วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา

ทั้งนี้ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากาก แว่นตา เสื้อแขนยาวป้องกันฝุ่นหากสงสัยหรือมีอาการผิดปกติรีบไปพบแพทย์โดยเร็วและตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ติดตามสถานการณ์จากเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ http://air4thai.pcd.go.th/ หรือผ่านทางแอปพลิเคชัน Air4Thai เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

 


129 1,709