11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

February 09,2024

ชาวด่านขุนทด โคราช ยกทัพบุกศาลากลาง จี้ ผู้ว่า ออกคำสั่งยุติโครงการเหมืองโปแตซ

 

 

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดจำนวนกว่า 50 คน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเรื่องขอให้มีคำสั่งยุติการดำเนินการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหินของ บริษัทไทยคาลิ จำกัด กับนายสยาม  ศิริมงคล ผวจ.นครราชสีมา ซึ่งติดภารกิจได้มอบหมายให้นายอาทิตย์  ชามขุนทด ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับแทน บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เนื่องจากการยื่นหนังสือครั้งที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมชนบางคนได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับนายสมเกียรติ  วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง นครราชสีมา และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) รักษาความสงบเรียบร้อยป้องปราบเหตุความวุ่นวาย กลุ่มผู้ชุมนุมได้ไฮด์ปาร์คผ่านเครื่องขยายเสียง ชาวบ้านถือรูปถ่ายสภาพผลกระทบความเสียหายในพื้นที่ และป้ายผ้าระบุข้อความ “กินโปรตีน ไม่กินโปรแตช” “อย่าเห็นแก่แดก อย่าแลกบ้านเกิด” พร้อมส่งเสียงร้องตะโกนแสดงพลัง “กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดไม่เอาเหมืองแร่” “เหมืองแร่ออกไปๆๆ” จากนั้นได้เทเศษเกลือที่ตกตะกอนลักษณะเป็นผลึกเป็นก้อนแผ่นในพื้นที่เกษตร รวมถึงแหล่งน้ำ ราดบริเวณบันไดทางขึ้นศาลากลาง ฯ

 

 นางเดือนรุ่ง มูลขุนทด แกนนำ เปิดเผยว่า กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดซึ่งเป็นผู้คัดค้านโครงการเหมืองแรโปแตช พื้นที่ ต.หนองไทร ต.หนองบัวตะเกียด และ ต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ชาวบ้านถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการดังกล่าว ซึ่งมีข้อพิพาทและได้ร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทางวาจาและเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างต่อเนื่อง

 

รวมถึงปัญหาความไม่ชอบมาพากลการอนุมัติรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EA) จึงได้รวมตัวมาพบ ผวจ.นครราชสีมา และมีข้อตกลงให้ชะลอการดำเนินโครงการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ไม่มีการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม โครงการยังดดำเนินการตามปกติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 บริษัท ไทยคาลิ จำกัด ได้ปรับเปลี่ยนแผนผังโครงการทำเหมืองโดยขุดดินถมดินและทำคันคูรอบพื้นที่ “ดอนหนองโพธิ์” ซึ่งเป็นพื้นที่ตามแผนผังโครงการทำเหมืองใหม่ ซึ่งชาวบ้านไม่ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ กรณีการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการจากข้อมูลของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้ชี้แจงอ้างถึงรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EA) ผ่านความเห็นชอบ แต่อยู่ในระหว่างการพิจารณาความสอดคล้องระหว่างแผนผังโครงการทำเหมืองประกอบการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองบางส่วนกับมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม จึงเป็นคำถามสำคัญเหตุใดหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จึงจงใจละเลยและเพิกเฉยให้เกิดการกระทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ตรวจสอบ เมื่อทวงถามก็ถูกปกปิดข้อมูลและกีดกันออกจากกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งการตั้งคณะทำงานรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการร้องเรียนโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่และคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา แต่งตั้งคณะทำงานติดตามเฝ้าระวังผลกระทบทั้งสองคณะ ไม่มีรายชื่อกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดซึ่งได้รับผลกระทบและเป็นผู้ร้องเรียนแต่อย่างใด

 

 ทั้งนี้ยังไม่เคยแจ้งให้กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดไปร่วมให้ข้อมูลแม้แต่ครั้งเดียว แต่กลับเดินหน้ากระบวนการตรวจสอบกันเองระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้อนุมัติโครงการกับบริษัทพิพาท คณะทำงานทั้งสองชุดจึงไม่มีความชอบธรรม ทั้งๆที่ผลการตรวจสอบของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) และสถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน เป็นหลักฐานมีผลกระทบชัดเจน นอกจากไม่แก้ปัญหา ยังพยายามประวิงเวลาให้เกิดการฟอกดำเป็นขาวเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งดังกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จึงขอผู้มีอำนาจออกคำสั่งเร็วที่สุดให้หยุดการดำเนินการเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่เกี่ยวกับการทำเหมืองทั้งหมดไว้ก่อนและเอาผิดต่อการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการทำเหมืองก่อนได้รับอนุญาตอย่างถึงที่สุด เพื่อชะลอผลกระทบรวมทั้งขอให้ ผวจ.นครราชสีมา  ลงพื้นที่มาพบผู้เดือดร้อน ผู้ได้รับผลกระทบเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาร่วมกัน

 


123 1,814