March 06,2024
ธนาคารยอมเยียวยา ลุงถูกถอนเงินปริศนา

กรณีที่ น.ส.อัมพาพร พลนางรอง อายุ ๓๒ ปี ชาว ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ นำหลักฐานสลิปการโอนเงินให้กับนายเลื่อน พลนางรอง อายุ ๖๐ ปี ผู้เป็นพ่อเดือนละ ๓,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อเพื่อจี้ให้ทางธนาคาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากที่พ่อบอกกับลูกสาวว่าเงินที่โอนมาให้ถูกถอนออกอย่างเป็นปริศนานานนับปี โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนถอนออก รวมเป็นเงินที่หายไปกว่าแสนบาท ทั้งที่พ่อยืนยันว่าใช้บัตร ATM ไปกดถอนที่ตู้มาใช้จ่ายแค่เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท แต่เมื่อไปสอบถามกับทางธนาคารก็แจ้งว่ามีการเบิกถอนเงินผ่านบัตร ATM แต่เมื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตู้ ATM ที่ถูกถอนเงินออก ทางธนาคารบอกว่าเจ้าของบัญชีต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน แล้วนำใบแจ้งความกลับมาส่งให้ทางธนาคาร เพื่อจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่ในการอนุมัติตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่ง น.ส.อัมพาพรดำเนินการตามที่ทางธนาคารแนะนำ โดยไปแจ้งความที่ สภ.ปะคำ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุที่พ่อไปกดเงิน ตั้งแต่วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ จากนั้นนำใบแจ้งความกลับไปส่งให้ธนาคารที่อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ที่พ่อทำบัตร ATM เรียบร้อยแล้ว ผ่านไปเกือบ ๘ เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้านั้น

น.ส.อัมพาพร พลนางรอง อายุ ๓๒ ปี ชาว ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์
ล่าสุดเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ตัวแทนธนาคารสำนักงานใหญ่ และตัวแทนธนาคารสาขาเสิงสาง จ.นครราชสีมา เดินทางมาที่ สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ เพื่อพูดคุยชี้แจงกับเจ้าของบัญชีที่แจ้งความว่าเงินที่ลูกสาวโอนให้ถูกถอนหายไปปริศนา การพูดคุยกันครั้งนี้มีตัวแทนธนาคาร ผู้เสียหาย รวมถึง พ.ต.อ.ชิษณุพงษ์ เถียรกิตติพงศ์ ผกก.สภ.ปะคำ และนายวันชนะ ปฐมศิริ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมรับฟังและเจรจาไกล่เกลี่ยด้วย

โดยใช้เวลาในการพูดคุยชี้แจงนานกว่า ๒ ชั่วโมง ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าร่วมรับฟัง แต่หลังจาก พูดคุยเสร็จทางธนาคารยอมจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งตามความเหมาะสม ในฐานะที่เป็นลูกค้าธนาคาร เนื่องจากวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญที่จะสามารถยืนยันได้ว่าใครเป็นคนกดเงินหมดอายุตามระยะเวลาการบันทึกภาพของแต่ละรอบแล้ว เนื่องจากสามารถบันทึกภาพได้ ๖๐ วันแล้วก็จะเวียนทับอัตโนมัติ ถึงแม้ตามข้อมูลในระบบเอกสารที่นำมาชี้แจงจะยืนยันว่าเลขรหัสบัตรที่ถอนเป็นเลขเดียวกัน แต่ผู้เสียหายก็ยืนยันว่าไม่ได้ถอน

อย่างไรก็ตาม หลังมีการชี้แจงและพูดคุยทำความเข้าใจ ทั้งนายเลื่อน เจ้าของบัญชี และ น.ส.อำภาพร ลูกสาว ยอมรับการเยียวยาจากธนาคาร และจะไม่เดินเรื่องหรือดำเนินการอะไรต่อ เพราะไม่มีภาพวงจรปิดที่เป็นหลักฐานจะพิสูจน์ว่าใครเป็นคนถอน แต่ก็อยากฝากเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่เจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ควรจะรีบแจ้งธนาคาร และแจ้งตำรวจ เพื่อตรวจสอบโดยเร็ว

นายเลื่อน พลนางรอง อายุ ๖๐ ปี ชาว ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ พ่อของ น.ส.อัมพาพร พลนางรอง
พ.ต.อ.ชิษณุพงษ์ เถียรกิตติพงศ์ ผกก.สภ.ปะคำ กล่าวว่า หลังจากที่ทางธนาคารมาชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ผู้เสียหาย ซึ่งทางตำรวจและอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ก็มาร่วมรับฟังด้วย ได้ข้อสรุปว่าธนาคารยอมเยียวยาให้กับเจ้าของบัญชีซึ่งเป็นลูกค้า เพราะผู้เสียหายมาแจ้งตำรวจหลังที่กล้องวงจรปิดหมดอายุหรือเวียนทับไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถดูได้ว่าเป็นใครที่ไปกดถอนเงิน ทางผู้เสียหายก็พอใจในการชี้แจงธนาคาร ส่วนที่ธนาคารส่งเอกสารไปผิด สภ.นั้น เป็นความผิดพลาด แต่เอกสารที่ส่งไปผิดโรงพักก็เป็นแค่การแจ้งว่าวงจรปิดหมดอายุไปแล้วไม่สามารถดูเท่านั้น ก็ไม่ได้เป็นหลักฐานอะไร หลังจากทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ทางตำรวจก็ไม่ต้องดำเนินการอะไรต่อ เพราะผู้เสียหายเองก็ไม่ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ แต่เป็นการแจ้งเพื่อขอเอกสารส่งให้ทางธนาคารเพื่อทำเรื่องขอดูกล้องวงจรปิดเท่านั้นอย่างไรก็ตาม หากใครเจอกรณีลักษณะนี้ ขอให้รีบแจ้งธนาคารหรือตำรวจโดยเร็ว เพราะวงจรปิดที่เป็นหลักฐานสำคัญจะบันทึกภาพได้ ๖๐ วันก่อนจะมีการเวียนทับอัตโนมัติ
28 1,560



