11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

March 15,2024

‘บุรีรัมย์’กระเรียนไทยมากที่สุด ปล่อยสู่ธรรมชาติแล้ว ๑๖๖ ตัว สวนสัตว์โคราช’ศูนย์ขยายพันธุ์ใหญ่ที่สุดในโลก

 

เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชา ติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการเพาะเลี้ยงขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยคืนสู่ธรรมชาติ ครั้งที่ ๑๒ จำนวน ๑๐ ตัว ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก พร้อมเป็นประธานเปิดเทศกาลนกกระเรียน ประจำปี ๒๕๖๗ Thailand Sarus Crane Festival 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒-๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ ศูนย์เรียนรู้พื้นที่ชุ่มน้ำและนกกระเรียนพันธุ์ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งตั้งชื่อให้กับนกกระเรียนพันธุ์ไทย ๒ ตัวที่อยู่อาศัยประจำ ณ ศูนย์เรียนรู้ฯ ได้แก่ “แจ๋วแหวว” และ “เฉิดโฉม” โดยมีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ พร้อมผู้บริหารระดับสูง นำโดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหัวหน้าหน่วยงานในพื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วม

 

พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวชื่นชมความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟูนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่องค์การสวนสัตว์ฯ ภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน และภาคประชาชน ชุมชนในท้องถิ่น เห็นความสำคัญจนสามารถช่วยกันนำนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับสู่ผืนนาและท้องฟ้าของเมืองไทยได้อีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า ๓๐ ปี ซึ่งนอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์สัตว์ป่าแล้ว ยังนำมาสู่การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่ศูนย์เรียนรู้ฯ แห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งศึกษาธรรมชาติที่สำคัญของพื้นที่ ก่อให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจและรายได้สู่ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ควบคู่การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ จึงขอให้คงกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ไว้ต่อไปเป็นประจำทุกปี

 

นกกระเรียนพันธุ์ไทย เป็นนกน้ำขนาดใหญ่ สูง ๑๕๐-๑๘๐ เซนติเมตร หนัก ๕-๙ กิโลกรัม ลำตัวสีเทา มีตุ่มหนังที่หัวสีแดงสด ขายาวสีแดงอ่อน มักอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูงในพื้นที่ชุ่มน้ำ นาข้าว หรือใกล้แหล่งน้ำ เป็นสัตว์ป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เคยสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของประเทศไทยเหลือไว้แต่เพียงต้นพันธุ์ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ๒๗ ตัว โดยพบเห็นในธรรมชาติครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๑๑ จากนั้นได้มีความพยายามเพาะขยายพันธุ์และใช้เวลาถึง ๗ ปี จึงประสบผลสำเร็จได้ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย ๒ ตัวแรก และใช้เวลาอีก ๑๕ ปีในการพัฒนาเทคนิคการเพาะขยายพันธุ์ทั้งแบบธรรมชาติและผสมเทียม จนปัจจุบันมีพ่อแม่พันธุ์กว่า ๑๐๐ ตัว และได้รับการยกย่องจากมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล ให้เป็นศูนย์เพาะขยายพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

หลังจากการเพาะพันธุ์ประสบผลสำเร็จ ได้มีการศึกษาวิจัยการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ โดยใช้หลักมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย และนับจากปี ๒๕๕๒ มีการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจากการเพาะเลี้ยงสู่ธรรมชาติแล้ว ๑๕๖ ตัว การปล่อยคืนนกกระเรียนพันธุ์ไทยในปี ๒๕๖๗ จำนวน ๑๐ ตัว นับเป็นรุ่นที่ ๑๒ ทำให้ปัจจุบันมีนกกระเรียนพันธุ์ไทยกลับสู่ธรรมชาติแล้ว ๑๖๖ ตัว ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์มีนกกระเรียนพันธุ์ไทยมากที่สุดในประเทศไทย และกลายเป็นแหล่งศึกษาและดูนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่สำคัญของประเทศ

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๒ วันที่ ๑๕ เดือนกุมภาพันธ์ - วันที่ ๑๔ เดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๖๗


28 1,554