10thSeptember

10thSeptember

10thSeptember

 

April 06,2024

เพิ่มมูลค่า ‘เห็ดฟาง’ สกัดโปรตีนผลิตโลชั่นบำรุงผิว ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียน ลดความหมองคล้ำ ยกกระชับผิว

 

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า “เห็ดฟาง” ถือเป็นเห็ดยอดนิยมในประเทศไทย มีปริมาณการผลิตสูงคิดเป็น ๗๕% ของผลผลิตเห็ดทั้งหมดในประเทศ มีอายุการเก็บรักษาสั้น โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบาน ซึ่งไม่นิยมบริโภค และเน่าเสียได้ง่าย ทำให้เกิดความสูญเสียของผลผลิตทางการเกษตร กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) กรมวิชาการเกษตร จึงมีแนวคิดเพิ่มมูลค่าเห็ดฟางโดยนำมาแปรรูปเพิ่มการใช้ประโยชน์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เนื่องจากเห็ดฟางมีโปรตีนสูง และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายและมีความสำคัญต่อผิวสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบของนวัตกรรมในวงการเครื่องสำอางได้ด้วย

 

นางสาวสุรีย์รัตน์ รักเหลือ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร ทีมนักวิจัยกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า งานวิจัยการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าเห็ดฟาง โดยเฉพาะเห็ดฟางดอกบานที่ใกล้หมดอายุการวางจำหน่าย และราคาตกต่ำ ด้วยการผลิตเป็นโปรตีนไฮโดรไลเซท สำหรับเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยศึกษาการใช้เอนไซม์อัลคาเลส ในการย่อยเห็ดฟางที่ระยะเวลาการย่อย ๒, ๓, ๔ และ ๕ ชั่วโมง เพื่อคัดเลือกโปรตีนไฮโดรไลเซท ที่มีคุณภาพเหมาะสมที่สุดในการนำไปประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิว 

 

นางสาวสุรีย์รัตน์ รักเหลือ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร ทีมนักวิจัยกรมวิชาการเกษตร

จากผลการทดลองพบว่า โปรตีนไฮโดรไลเซทที่ได้จากการย่อยเห็ดฟางดอกบานที่ระยะเวลา ๔ ชั่วโมง มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดและสูงกว่าวิตามินซีถึง ๓๐.๓๖% รวมทั้งยังพบว่าโปรตีนไฮโดรไลเซทที่ได้จากการย่อยเห็ดฟางดอกตูม ๓ ชั่วโมง มีความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่เป็นสาเหตุของความหมองคล้ำสูงที่สุดจึงเลือกนำโปรตีนไฮโดรไลเซทจากการย่อยเห็ดฟางดอกบานที่ ๔ ชั่วโมง และดอกตูมที่ ๓ ชั่วโมง มาผสมใช้ร่วมกันในอัตราส่วน ๑:๑ เพื่อให้ได้คุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งเอนไซม์ไท โรซิเนส ไปประยุกต์ใช้เป็นส่วนผสมในโลชั่นบำรุงผิวที่ความเข้มข้น ๐.๕% โดยผลิตภัณฑ์โลชั่นที่ได้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเอสผลิตภัณฑ์บำรุงผิวผสมสมุนไพร และได้การยอมรับจากผู้ทดสอบด้านสี ความหนืด การซึมสู่ผิว ความเหนียวเหนอะหนะ กลิ่นหลังทาความชุ่มชื่นหลังทา โดยผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผิวผสมโปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟางมีปริมาณ ๒๕๐ กรัม มีต้นทุนค่าวัตถุดิบ ๕๓.๖๙

 

นางสาวสุรีย์รัตน์ กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากผิวหนังของมนุษย์มีโปรตีนเป็นองค์ประกอบ ในระหว่างวันจะมีการสูญเสียโปรตีนจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ รังสียูวี และมลภาวะ สามารถซ่อมแซมผิวเนื่องจากการสูญเสียโปรตีนด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของโปรตีนไฮโดรไลเซท โดยเฉพาะเห็ดฟางเมื่อนำมาทำเป็นโปรตีนโฮโดรไลเชท จะมีคุณสมบัติในการทดแทนโปรตีนที่สูญเสียไประหว่างวัน โดยจะจับตัวกับน้ำและผิวจึงยึดเกาะกับน้ำและผิวหน้าได้โดยตรง และสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น เรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่นยกกระชับผิว โปรตีนไฮโดรไลเซทจากเห็ดฟางจึงมีประสิทธิภาพดูแลผิวพรรณครบถ้วน ทำให้เห็ดฟางเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ 
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ ๐-๒๙๔๐-๕๔๖๘-๙

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๓ วันที่ ๑๕ เดือนมีนาคม - วันที่ ๑๔ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๗
 


31 182