10thSeptember

10thSeptember

10thSeptember

 

April 08,2024

กมธ.ที่ดินแก้ปัญหาข้อพิพาท ที่สาธารณประโยชน์อำเภอสีคิ้ว สส.เสนอเทคโนโลยีพิสูจน์สิทธิ์

 

เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั้น ๑ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร และคณะลงพื้นที่ติดตามปัญหาข้อพิพาทปัญหาที่ดินทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ตัวแทนสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส.ส.พรรคก้าวไกล ๓ เขต ในจ.นครราชสีมา รวมทั้งชาวบ้านน้ำเมา ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว กว่า ๑๐ คน เข้าร่วม

 

ทั้งนี้ ในวาระพิจารณาปัญหาพิพาทที่สาธารณประโยชน์บ้านน้ำเมา ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว มีที่มาว่า เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๐ ทางราชการได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์ เนื้อที่ประมาณ ๖๔๘ ไร่ ต่อมามีการตัดทางหลวงหมายเลข ๒ (ถนนมิตรภาพ) ผ่านที่ดิน จึงถูกแบ่งเป็น ๒ ส่วน ทิศเหนือ เนื้อที่ ๑๕๔-๑-๕๔ ไร่ ทิศใต้ ๔๙๔-๑-๒๘ ไร่ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ ทางราชการได้ตรวจสอบแนวเขตเพื่อหาข้อมูลและออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แต่มีการคัดค้านและเรียกร้องผ่านสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้ทางราชการแก้ไขปัญหา โดยขอให้ราชการออกเอกสารสิทธิ์ให้ ทาง อ.สีคิ้ว จึงได้สำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงและทำรายละเอียดแปลงที่ดินที่ราษฎรบุกรุกถือครอง ปรากฏมีบุกรุกถือครองรวม ๘๐ ราย ๙๘ แปลง เนื้อที่ ๑๖๙-๓-๘๖ ไร่ จึงนำผลสำรวจเสนอคณะกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนจังหวัดนครราชสีมา (กบร.ส่วนจังหวัด) พิจารณาตามกระบวนการเจ้าหน้าที่ สำนักงานที่ดินชี้แจงขั้นตอนสามารถดำเนินการคือออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ซึ่งเป็นเอกสารที่ราชการจัดทำเพื่อบอกแนวเขตที่ดินของรัฐให้ชัดเจนให้ทราบที่ดินติดกับเขตที่ดินของรัฐอยู่ที่ใด อ้างเป็นการป้องกันการบุกรุกและการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจเนื่องจาก น.ส.ล.มิใช่หนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน

 

นายอภิชาติ ประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ เปิดเผยว่า แนวทางแก้ไขปัญหามีดังนี้๑. กรรมาธิการออกหนังสือเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อเปลี่ยนมติ ครม. ๒๕๔๐ เปลี่ยนเงื่อนไข พิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้ชะลอการบังคับคดี รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไว้ก่อน ระงับการประกาศ น.ส.ล. จนกว่าผลการตรวจสอบผลพิสูจน์กระจ่างชัด และไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนเป็น ส.ป.ก. เพราะเป็นการสร้างปัญหาใหม่อีก และ ๒.นำเสนอ ผวจ.นครราชสีมา มอบให้ กบร.ส่วนจังหวัด ดำเนินพิสูจน์สิทธิ์ใหม่ ซึ่งต้องตรวจสอบเข้มข้น รวบรวมข้อมูลหลักฐานรอบด้าน หน่วยงานราชการไม่กีดกันประชาชน เพื่อสถานะกรรมสิทธิ์ที่ดีกว่า 

 

นายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

นายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ส.ส.โคราช เขต ๓ กล่าวว่า ประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบพิสูจน์การครอบครองสิทธิ์ตั้งแต่บรรพบุรุษของชาวบ้านในข้อถกเถียงเกี่ยวกับหลักฐานการอยู่อาศัยของชาวบ้านที่มีในที่ดินผืนพิพาทนี้ก่อนการเก็บข้อมูลของหน่วยงานราชการ ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ตรวจสอบวิเคราะห์ยืนยันเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาได้

ด้านนางลลิดา อุ่นจันทึก อายุ ๗๒ ปี ตัวแทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดีอีเอส พร้อมนายพชร จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ส.ส.พื้นที่ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่พบราษฎรที่มีปัญหาพิพาท ล่าสุดมีการเร่งรัดประกาศบังคับคดีจากหน่วยงานราชการในท้องถิ่นให้ชาวบ้านเร่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านพักอาศัยตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เราต้องการให้ภาครัฐออกโฉนดที่ดินให้ทั้งหมด ที่ดินผืนนี้มีหลักฐานระบุบรรพบุรุษได้จับจองมาหลายชั่วอายุคน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยไม่มีความชัดเจนและไม่ช่วยเหลือ โยนปัญหากันไปมา ปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อน ปัญหาก็ยืดเยื้อนานหลายสิบปี รวมทั้งใช้อำนาจทางกฎหมายตัดแบ่งที่ดินให้ชาวบ้านเสียสิทธิอีก เราก็เคลื่อนไหวต่อสู้เดินทางไปยื่นหนังสือหลายหน่วยงานรวมทั้งรัฐบาล แต่ไม่มีแสงสว่างปลายอุโมงค์ หลังเรียกร้องอย่างต่อเนื่องกับภาครัฐจนนำมาสู่การพิสูจน์ด้วยภาพถ่ายทางอากาศ ปี ๒๔๙๕ ยืนยันสิทธิ ปรากฏร่องรอยชาวบ้านอาศัยอยู่มาก่อนและมีใบเหยียบย่ำ จากนั้นดำเนินการรังวัดที่ดินเสียค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่ารายละ ๓,๐๐๐ บาท ปรากฏไม่มีการออกโฉนดหรือดำเนินการให้แต่อย่างใด ซึ่งแต่ละรายถือครอง ๕๐-๑๕๐ ตารางวา และเป็นบ้านพักอาศัยไม่ใช่ที่ดินผืนใหญ่

 

อย่างไรก็ตาม ที่ดินแปลงนี้ประชาชนครอบครองมาเป็นระยะเวลาหลาย ๑๐ ปี ได้พยายามออกเอกสารสิทธิ์ที่เป็นโฉนดให้ได้ ปี ๒๕๓๗ มติคณะรัฐมนตรีให้พิสูจน์สิทธิ์  มีการออกรังวัดเตรียมจะออกโฉนด แต่เรื่องก็เงียบหายไป ประชาชนอยากให้ทางราชการได้ออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้ จึงจำเป็นต้องทราบข้อเท็จจริง รวมทั้งความเป็นมาของที่ดินแปลงนี้ว่าเป็นเช่นไร หากสามารถพิสูจน์สิทธิ์และชี้ให้เห็นร่องรอยหลักฐานการอาศัยอยู่มาก่อน ทางราชการก็ควรออกโฉนดให้ แนวทางการแก้ไขปัญหา ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามที่กฎหมายกำหนด กรณีหลักฐานไม่เพียงพอสามารถนำเข้าโครงการจัดรูปที่ดิน เพื่อให้ประชาชนได้ครอบครองอย่างถูกต้อง

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๓ วันที่ ๑๕ เดือนมีนาคม - วันที่ ๑๔ เดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๗


74 587