11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

April 29,2024

‘วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ’ ผลิต ‘ถั่วเหลืองอินทรีย์’ พืชความมั่นคงทางอาหาร สร้างรายได้กลุ่มปีละกว่า ๑.๓๕ ล้าน

 

นางประเทือง วาจรัต ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๑๑ อุบลราชธานี (สศท.๑๑) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่าปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์มากขึ้น เห็นได้จากการที่ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าปลอดสารเคมีส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตเข้าสู่ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านเกษตรอินทรีย์ พ.ศ.๒๕๖๖–๒๕๗๐ โดยกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทย เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ๒ ล้านไร่ ในปี ๒๕๗๐ 

 

นางประเทือง วาจรัต ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ ๑๑ อุบลราชธานี (สศท.๑๑) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)

สศท.๑๑ ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ พบว่า ถั่วเหลืองอินทรีย์ นับเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรอินทรีย์ของจังหวัดที่เกษตรกรเริ่มให้ความสนใจเพาะปลูก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่สามารถผลิตหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย อาทิ การสกัดน้ำมัน แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตอาหารสัตว์ ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ โดยพบการเพาะปลูกถั่วเหลืองอินทรีย์ที่ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์แห่งเดียวของจังหวัดศรีสะเกษ และได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ จากสหภาพยุโรป (EU) โดยเริ่มดำเนินการปี ๒๕๖๔ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูก ๑๔๙ ไร่ สมาชิกเกษตรกร ๔๐ ราย มีนางสาวสมศรี สมบัติวงค์ เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน 

 

ด้านสถานการณ์การผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์ของวิสาหกิจชุมชน ปีเพาะปลูก ๒๕๖๖/๖๗ พบว่า เกษตรกรเพาะปลูกถั่วเหลืองอินทรีย์รุ่น ๒ (ฤดูแล้ง) ต้นทุนการผลิตของกลุ่มเฉลี่ย ๔,๐๙๙ บาท/ไร่/ปี เกษตรกรปลูกช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน ของปีถัดไป ระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ๙๕-๑๑๐ วันได้ผลผลิตรวม ๒๗ ตัน/ปี ผลผลิตเฉลี่ย ๑๘๒ กิโลกรัม/ไร่/ปี ผลตอบแทนเฉลี่ย ๖,๓๘๔ บาท/ไร่/ปี ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย (กำไร) ๒,๒๘๕ บาท/ไร่/ปี ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้เกษตรกรอยู่ระหว่างทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งผลผลิตจะออกมากที่สุดช่วงเดือนเมษายน ๒๒ ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของผลผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์ทั้งหมด ด้านสถานการณ์ตลาด เกษตรกรจะนำผลผลิตมาจำหน่ายให้กับกลุ่มตามเกรดคุณภาพในราคา ๓๐-๓๕ บาท/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาถั่วเหลืองทั่วไปที่มาราคา ๑๙.๕๐ บาท/กิโลกรัม หลังจากนั้นวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ จะทำการรวบรวมผลผลิตทั้งหมดจากสมาชิกเกษตรกรจำหน่ายให้กับบริษัท นอร์ธเทอร์น ฟู้ด คอมเพล็กซ์ จำกัด ในราคา ๕๐ บาท/กิโลกรัม เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบ ในการแปรรูปเครื่องปรุงรส ทั้งนี้ สามารถสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษกว่า ๑,๓๕๙,๐๐๐ บาท/ปี 

 

ทั้งนี้ วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ มีแผนที่จะพัฒนาเพิ่มประสิทธิการผลิต การเตรียมดินการดูแลจัดการแปลงโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในแปลงเพื่อให้ถั่วเหลืองอุดมสมบูรณ์ ให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการพัฒนาเครื่องจักรในการเก็บเกี่ยวเพื่อลดต้นทุนการใช้แรงงานคนและลดขั้นตอนการเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตามถั่วเหลืองเป็นพืชอายุสั้น นิยมนำมาปลูกหลังฤดูการทำนา เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย และยังสามารถช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูในระบบการปลูกข้าว และช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เกิดความสมดุลของธาตุอาหาร ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้นส่งผลต่อการแร่ธาตุในดินที่เพิ่มขึ้นของการปลูกข้าวในนาฤดูกาลถัดไป อีกทั้งภาครัฐได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตพืชเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคงทางอาหารและส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อยหลังฤดูทำนา 

 

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลการผลิตถั่วเหลืองอินทรีย์รุ่น ๒ (ฤดูแล้ง) สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือขอคำปรึกษาได้ที่นางสาวสมศรี สมบัติวงค์ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์แฟร์เทรดศรีสะเกษ ตำบลผักไหม อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ โทรศัพท์ ๐๘๖-๐๕๒๓๖๐๖ และ สศท.๑๑ อุบลราชธานี โทรศัพท์ ๐๔๕-๓๔๔๖๕๔ หรือ อีเมล zone11@oae.go.th

 

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๔ วันที่ ๑๕ เดือนเมษายน - วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗


37 445