April 30,2024
ร้านค้าอีสานต้องรู้ แอปฯ ธนาคารลาว สแกนจ่ายได้ที่เมืองไทย

เมื่อวันก่อนธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)แถลงข่าวเปิดตัวบริการชำระเงินข้ามพรมแดน ผ่าน QR Code ระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว
นับเป็นประเทศที่ ๖ ในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน ที่ประเทศไทยเชื่อมโยงระบบ “สแกนจ่าย” กับต่างประเทศ ผ่านบริการ Cross-Border QR Payment เพิ่มเติมจากกัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
ที่น่าสนใจก็คือ ในปี ๒๕๖๖ ไทยและ สปป.ลาว มีนักท่องเที่ยวระหว่างกันสูงถึง ๒ ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งบริการนี้จะช่วยเรื่องธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
พี่น้องชาวลาวที่ข้ามมายังประเทศไทย สามารถนำแอปพลิเคชันธนาคารลาวที่ร่วมโครงการ สแกนจ่ายที่ประเทศไทยได้เลย มีความปลอดภัยเพราะไม่ต้องพกเงินสด ไม่ต้องแลกเงินบาทเพื่อมาจับจ่ายที่เมืองไทย
ส่วนบรรดาแม่ค้า ผู้ประกอบการที่รับเงินผ่านคิวอาร์โค้ดเป็นประจำ จะทราบดีว่ามีประโยชน์เพียงใด นอกจากไม่ต้องเก็บเงินสด เวลารับเงินโอนไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมร้านค้าแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องเงินทอน หรือธนบัตรปลอมอีกด้วย
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า QR Code ที่สามารถใช้รับเงินจากลูกค้าธนาคารลาวได้ ไม่ใช่ QR Code พร้อมเพย์ธรรมดา แต่เป็น “QR Code สำหรับร้านค้า” โดยเฉพาะ มีชื่อเรียกในทางเทคนิคว่า QR Tag ID 30

และต้องเป็น QR Code สำหรับร้านค้าที่ออกให้โดยธนาคาร ณ วันนี้มีให้บริการ ๔ แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น
โดยมีแอปพลิเคชันรับเงินของร้านค้า ได้แก่ แอปฯ K SHOP ธนาคารกสิกรไทย, แอปฯ ถุงเงิน ธนาคารกรุงไทย, แอปฯ Be Merchant Next Gen ธนาคารกรุงเทพ และแอปฯ กรุงศรี Biz มั่งมี ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีป้ายอะคริลิคของ ๔ ธนาคาร ที่ทำให้กับร้านค้า ด้านล่างจะระบุชื่อร้าน และชื่อบัญชี ลูกค้าธนาคารลาวสามารถสแกนจ่าย แล้วกรอกจำนวนเงินสกุลเงินบาทได้ ซึ่งระบบจะแปลงค่าเงินกีบให้โดยอัตโนมัติ
พ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการที่อยากมี QR Code ไว้ให้ลูกค้าธนาคารลาว และลูกค้าต่างชาติในอาเซียนสแกนจ่าย สามารถขอคำปรึกษา และขอ QR Code สำหรับร้านค้า ได้ที่สาขาของธนาคารทั้ง ๔ แห่ง
ส่วนลูกค้าธนาคารลาวที่ต้องการสแกนจ่ายที่เมืองไทย สามารถสแกนจ่ายได้ทั้งหมด ๖ ธนาคาร ได้แก่ แอปฯ BCEL ONE ของธนาคารการค้าต่างประเทศลาว, แอปฯ ACLEDA MOBILE ของธนาคารเอซีลีดา
แอปฯ JDB YES ของธนาคารร่วมพัฒนา, แอปฯ LVB DigiBank ของธนาคารร่วมธุรกิจลาว-เวียด (LAO VIET BANK), แอปฯ ST HUB ของธนาคารเอสที และแอปฯ MEPOM (มีพร้อม) ของธนาคารส่งเสริมกสิกรรม (APB) เป็นต้น
ผู้เขียนทดลองใช้แอปฯ BCEL ONE บัญชี ONE CASH WALLET ของธนาคารการค้าต่างประเทศลาว สแกนจ่ายผ่าน QR Code สำหรับร้านค้าของธนาคารไทยทั้ง ๔ แห่ง พบว่าถ้าเป็นแบบใส่จำนวนเงินเอง จ่ายได้ไม่มีปัญหา
โดยระบบจะแปลงเป็นสกุลเงินกีบอัตโนมัติ ณ เวลานั้น คิดค่าธรรมเนียม ๑% ของจำนวนเงินบาท เช่น ซื้อของ ๑ บาท คิดค่าธรรมเนียม ๐.๐๑ บาท หรือซื้อของ ๑,๐๐๐ บาท คิดค่าธรรมเนียม ๑๐ บาท
คนไทยอาจสงสัยว่าคิดค่าธรรมเนียมด้วยหรือ แต่ลูกค้าธนาคารลาวจะทราบดีว่า ถ้าสแกนจ่ายใน สปป.ลาว เสียค่าธรรมเนียมครั้งละ ๑,๐๐๐ กีบ หรือประมาณ ๑-๒ บาทอยู่แล้ว แต่ก็แลกด้วยความสะดวกสบายในการใช้จ่าย
นอกจากนี้ เครื่องรูดบัตร (EDC) บางธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (K BANK) ยังรองรับการชำระเงินจากนักท่องเที่ยว สปป.ลาว นอกจากมาเลเซีย ฮ่องกง อินโดนีเซีย สิงคโปร์ กัมพูชา และเวียดนามอีกด้วย
ที่ผ่านมากสิกรไทยรับสแกนจ่ายผ่าน QR ระหว่างประเทศ กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสูงกว่า ๔๐% ของตลาด มีร้านค้ารับสแกนจ่ายกว่า ๒ ล้านจุดทั่วประเทศ โดยร้านที่มีปริมาณรับสแกนจ่ายมากที่สุด คือ ร้านอาหาร และสินค้าแฟชั่น
คาดว่าปริมาณธุรกรรมนี้เติบโตขึ้น ๓๐% จากปีที่แล้ว พร้อมเชิญชวนร้านค้าที่สนใจใช้บริการ K SHOP ยืนยันว่าร้านค้าจะได้รับเป็นเงินบาท ตามราคาของสินค้าและบริการ ไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และไม่เสียค่าธรรมเนียม
ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่จะข้ามไปเที่ยวใน สปป.ลาว จะสแกนจ่ายได้ภายในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ โดยมีแอปพลิเคชันธนาคารที่ใช้ได้ ๒ แห่ง ได้แก่ แอปฯ Krungthai NEXT ธนาคารกรุงไทย และแอปฯ KMA ธนาคารกรุงศรี
ส่วนธนาคารลาวมีเข้าร่วม ๘ แห่ง ได้แก่ BCEL One Pay ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว, ACLEDA BANK LAOS ธนาคารเอซีลีดา, YesPay Lao QR ธนาคารร่วมพัฒนา (JDB), LDB Trust ธนาคารพัฒนาลาว (LDB)
LaoViet Bank QR Pay ธนาคารร่วมธุรกิจลาว-เวียด (LAO VIET BANK), ST HUB QR PAYMENT ธนาคารเอสที, QR KBank Shop ธนาคารกสิกรไทย สปป.ลาว และ Agricultural Promotion Bank ธนาคารส่งเสริมกสิกรรม

ก่อนหน้านี้ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว (BCEL) เปิดให้บริการชำระเงินข้ามประเทศด้วย QR Code มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แต่เป็นการสแกนจ่ายผ่านเครือข่าย Unionpay ระบบการชำระเงินสัญชาติจีน ซึ่งมีร้านค้าเข้าร่วมไม่มากนัก
แต่คราวนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ ของไทย กับ LAP NET ของ สปป.ลาว โดยตรง ไม่ผ่านตัวกลางใดๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนา QR Code มาตรฐาน LAO QR สำหรับธนาคารต่างๆ
เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ เป็นบริษัทที่รวมตัวกันของธนาคารเพื่อให้บริการระบบการชำระเงินต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ “ระบบพร้อมเพย์” (PrmoptPay) ซึ่งให้บริการผ่านมาแล้ว ๗ ปี กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของประเทศ
ที่ผ่านมาบริการ Cross-Border QR Payment ประสบความสำเร็จในด้านสนับสนุนการท่องเที่ยวชายแดน เฉกเช่นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปีที่แล้วนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาเที่ยวที่นี่มากกว่า ๑.๘ ล้านคน
ประเทศไทยเชื่อมโยงบริการพร้อมเพย์ กับบริการดูอิทนาว (Duit Now) ของมาเลเซียเมื่อปี ๒๕๖๔ แต่ตอนนั้นมีสถาบันการเงินในมาเลเซียไม่กี่แห่งให้บริการนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือแลกเป็นเงินบาท
แต่เมื่อมีสถาบันการเงินมาเลเซียรายใหญ่ ๕ ราย เปิดให้บริการ ได้แก่ CIMB, Hong Leong Bank, MayBank, Public Bank และ Touch ’n Go ทำให้มีชาวมาเลเซียเริ่มทดลองสแกนจ่ายที่เมืองไทย โดยเฉพาะที่หาดใหญ่มากขึ้น
เมื่อสแกนจ่ายแล้วสะดวก ติดใจ ไม่ต้องแลกเงิน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทำให้ชาวมาเลเซียนิยมสแกนจ่ายอย่างก้าวกระโดด ปริมาณธุรกรรมจากที่มีเพียงแค่ไม่กี่รายการ ก็ก้าวกระโดดกว่า ๔๐,๐๐๐ รายการต่อเดือน
ทุกวันนี้ถ้าไปเที่ยวตลาดนัดกลางคืน อย่าง ตลาดกรีนเวย์ ซึ่งมีชื่อเสียงในหาดใหญ่ ถึงกับประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องว่ารับสแกนจ่ายเป็นภาษาต่างๆ พร้อมกับโลโก้แอปฯ ธนาคารในมาเลเซียที่สามารถสแกนจ่ายได้
ผลก็คือ มีชาวมาเลเซียทำคลิปรีวิวสแกนจ่ายที่เมืองไทยลงโซเชียลมีเดีย กลายเป็นที่บอกต่อและเลือกสแกนจ่ายที่นี่มากขึ้น ส่วนร้านค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น แม้ชาวมาเลเซียจะแลกเงินริงกิตน้อยลงก็ตาม
เมื่อร้านค้าอีกส่วนหนึ่งไม่ทราบบริการสแกนจ่าย แม้ลูกค้าถามถึงบ่อยครั้งแต่ร้านค้าไม่รู้จัก ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ใช้วิธีประสานธนาคารติดตั้ง QR Code ทันที ใช้เวลาเพียงวันเดียว ก็ติดตั้งและรับเงินได้แล้ว
ส่วนร้านค้าที่สับสนระหว่าง QR Code พร้อมเพย์ธรรมดา กับ QR Code สำหรับร้านค้า ที่ผ่านมาแบงก์ชาติ สำนักงานภาคใต้ พยายามสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะติดสัญลักษณ์กลางให้ชาวมาเลเซียเห็นปุ๊บรู้ปั๊บ
เมื่อประเทศไทยและ สปป.ลาว มีประชาชนและนักท่องเที่ยวไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ชาว สปป.ลาวนิยมเข้ามาจับจ่ายซื้อของที่จังหวัดหนองคาย และอุดรธานี ขอนแก่น และจังหวัดตามภาคอีสานต่างๆ บ่อยครั้ง
ความสำเร็จในการสแกนจ่ายที่หาดใหญ่ น่าจะนำมาปรับใช้กับพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลพื้นที่ ให้ประชาสัมพันธ์บริการนี้แก่ร้านค้าในภาคอีสาน โดยเฉพาะ ๔ จังหวัดใหญ่
พร้อมกับสื่อสารและแก้ไขจุดอ่อน เช่น ไม่ทราบว่ามี QR ร้านค้าโดยเฉพาะ หรือร้านค้าที่เลิกรับสแกนจ่ายเพราะประสบการณ์ไม่ดี ฯลฯ เพื่อให้บริการนี้กระตุ้นการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๔ วันที่ ๑๕ เดือนเมษายน - วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗
558 7,692



