11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

April 30,2024

๔๑๒....อิจฉาคนไทยปี ๒๐๓๐ (๕)

 

เป็นไปได้อยากจะถอยอายุลงสัก ๒๐ ปี นี่เป็นความรู้สึกของผมจริงๆ นะ คืออยากมีชีวิตในวัยทำงานในเมืองไทย และดูความเติบโตเปลี่ยนแปลงของบ้านเราที่กำลังก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางความเจริญของเอเชีย นี่ผมไม่ได้พูดแค่ในอาเซียนนะ ผมหมายถึงเอเชียกันเลยทีเดียว 

ตำแหน่งภูมิศาสตร์..ยอด
มิตรประเทศรอบล้อม..เยี่ยม
ทั้งหมดนี้ส่งให้ไทยคว้าโอกาสที่ดีกว่า

อินโดนีเซียพยายามที่จะขึ้นไปผู้นำในทุกๆ ด้านของอาเซียน พยายามผลักดันให้สกุลเงินอินโดขึ้นเป็นสกุลเงิน หลักใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายกันระหว่างประเทศในอาเซียนด้วยกันภาษาไทบ้านเรียก ดอลล่าร์แห่งอาเซียน พี่อินโดแกก็พยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นาน แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันสักที มีแต่จะสาละวันเตี้ยลง เตี้ยลง สาเหตุเพราะตำแหน่งภูมิศาสตร์ประเทศ มันเป็นเกาะ ไม่มีเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันทางบก การค้าขายกับมิตรประเทศเพื่อนบ้านมีต้นทุน 

หากเปรียบเทียบกับไทย อินโดนีเซียจึงแพ้ทางไทยอย่างชนิดงูแพ้เชือกกล้วย ไทยค้าขายกับอาเซียน ๒.๓ ล้านล้าน บาท แต่เราซื้อของจากเพื่อนบ้านนำเข้า ๑.๗ ล้านล้านบาท เรามีกำไรจากเพื่อนบ้านปีเดียวหกล้านล้านบาท ตัวเลขนำโด่ง ในอาเซียน พม่ามาซื้อของจากไทยก็ใช้เงินบาท ลาวและกัมพูชา ไม่ต้องพูดถึง เพราะสามารถใช้เงินบาทคู่กับเงินสกุลท้องถิ่นได้ 

 

มาเลเซียเมื่อก่อนไม่ยอมรับเงินบาท ซื้อขายกันตามชายแดนต้องแปลงเงินบาทไปเป็นสกุลเงินมาเลย์ก่อน วันนี้ไม่ใช่แล้วละ หลังจากยี่สิบปี ที่ค่าเงินริงกิตของมาเลเซีย ร่วงเป็นมะม่วงสุก วันนี้เราจ่ายค่าที่พักโรงแรมในมาเลย์ด้วยธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท เจ้าของจะยิ้มชอบใจ เพราะเงินบาทเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่ง และเสถียรมากที่สุดในภูมิภาค คือถือใบละพันบาทของไทยไว้ วันนี้หนึ่งพัน พรุ่งนี้ก็ยังหนึ่งพัน แต่ถือใบสิบริงกิตไว้ พรุ่งนี้อาจเหลือ ๙.๗๕ ริงกิตก็ได้ เงินบาทกลายเป็นของมีค่า น่าสะสมสำหรับเพื่อนบ้าน เลยออกไปไกลหน่อยอย่างเวียดนามนั้น ผมก็เคยเล่าไปแล้วว่าร้านค้าที่เวียดนาม ถ้าคนไทยจ่ายด้วยเงินบาทโดยเฉพาะใบละ ๑,๐๐๐ บาท เจ้าของร้านดีใจมาก ส่วนฟิลิปปินส์นั้น ผมยังไม่มีข้อมูล แต่ผมว่ากระแสเงินบาทของไทยก็คงไม่ทำให้คนฟิลิปปินส์ปฏิเสธเงินบาท สถานะของฟิลิปปินส์ก็เหมือนอินโดนีเซียคือมีสภาพเป็นเกาะ การค้าขายกับเพื่อนบ้านมิตรประเทศทำได้ยากกว่าประเทศที่มีชายแดนติดกันอย่างไทย

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานที่ดี
ระบบการขนส่งที่ชาญฉลาด
ไม่มีเหตุผลใดที่ไทยจะไม่ขึ้นแท่น

พอจะมองเห็นชีวิตของลูกหลานไทยในวันข้างหน้าบ้างหรือยัง ถ้ายัง นั่งลง เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังต่อ ทำความเข้าใจ แล้วจะแอบอิจฉาเล็กๆ กับชีวิตคนไทยในวันข้างหน้าใกล้ๆ นี้ ครั้งที่แล้วผมเล่าเรื่องเมืองอัจฉริยะอีอีซีไปแล้ว จำชื่อนี้ไว้นะครับชื่อนี้จะมาเปลี่ยนหน้าตาประเทศไทย และจะเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้คนไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง อันเป็นตำแหน่งที่ทิ่มแทงใจคนไทยมากว่าสามสิบปียังเหลือแลนด์บริดจ์อีกหนึ่งที่จะเข้ามาเสริมทัพหน้าของไทยให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งมั่นคง แล้วผมจะค่อยๆ เล่าว่า..ทำไม

 

แลนด์บริดจ์เล่าวันหลัง วันนี้ผมอยากชี้ให้ดูว่าไม่มีอะไรมาฉุดรั้งความเจริญเมืองไทยได้ พม่าก็ยังตรีทูตคือไม่รู้จะยังเป็นประเทศต่อได้หรือไม่ กะเหรี่ยงและรัฐฉานทางเหนือที่ติดกับไทยไม่น่ากังวลอะไร เพราะโดยพื้นฐานแล้วก็อยากแยกตัวมาปกครองตัวเอง และยังต้องพึ่งพาไทย คนกะเหรี่ยงที่ผมเคยข้ามไปเที่ยวทางแม่สอด บนหลังตู้เย็นในร้านก๋วยเตี๋ยวมีรูปรัชกาลที่เก้าตั้งอยู่ เชียงตุงก็มีครับ ปฏิทินของธนาคารกรุงไทยเรานี่ละที่มีรูปรัชกาลที่เก้าแขวนอยู่ในร้าน ในตลาด ที่ผมห่วงก็เพื่อนบ้านที่สามนาฬิกานี่ละ ยังไม่ถึงสิบปีดีเลย เหมือนเพื่อนจะห้าวจัด อยากได้เกาะกูด เฮ้อ..เบื่อมันว่ะ

ไปดูลาวบ้างดีกว่า จำน้องนุ่นสาวลาวเหนือได้ไหมครับ ลูกสาวนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ เรียนจบแล้วไม่ได้ทำงาน เพราะไม่มีงานให้ทำ วันนี้มาทำงานเมืองไทย เมืองลาวเขาผิดพลาดชนิดแก้ไขไม่ได้ก็ตรงใช้เงินเกินตัวนี่ละ ลาวเป็นหนี้จีนมากโข คือมันมากเกินกว่าจะชดใช้คืนได้ พูดชัดๆ คือขนาดดอกเบี้ยก็ฉิวเฉียดเจียนอยู่เจียนไป กับไทยเงินยืม ๑,๖๐๐ ล้านก็ส่งหนังสือมาขอเลื่อนการชำระ เมืองลาวตอนนี้วิกฤตหนักกว่าปีที่แล้ว คนเรียนจบไม่มีงานทำ เกิดค่านิยมใหม่คือเรียนจบก็ไม่มีงานทำ งั้นสู้แบกหน้าไปทำงานเมืองไทยตั้งแต่เรียนจบมอปลายเลยดีกว่า ชี้ไปตรงไหนก็รู้ได้ว่าเมืองลาวต้องขาดแคลนบุคลากรในสาขาวิชาชีพต่างๆ ส่งผลให้จะไม่มีการพัฒนาอะไรไปอีกนานนับสิบๆ ปีทีเดียว

 

ผู้นำลาวที่ไม่ใช่คนเชื้อชาติลาว
จะเอาใจที่ไหนทำเพื่อบ้านเมืองลาว

เมืองลาวไม่สร้างงานให้คน ทั้งๆ ที่มีทรัพยากรมากจนล้น ลาวจะคุ้นเคยกับระบบสัมปทาน ซึ่งจะได้เม็ดเงินนำเข้าประเทศน้อยมาก ผมพูดถึงระบบสัมปทานที่ในลาวทำนะ ถ้าเป็นเมืองไทย ในสัญญานั้นจะต้องระบุด้วยว่าจะต้องมีแรงงานที่เป็นคนท้องถิ่นจำนวนเท่าไร อาจจะ ๘๐/๒๐ คนท้องถิ่นแปดสิบมีคนต่างชาติได้ ไม่เกินยี่สิบ แต่ชั้นเชิงเหลี่ยมการค้าของลาวกับคนต่างชาติยังอ่อนเชิง บริษัทข้ามชาติจีน และเวียดนามก็เลยย้ายผู้คนของตนเองเข้ามาทำงานในโรงงาน เรื่องนี้ที่ผู้นำของลาวขาดความเชียวชาญเชิงยุทธ์ ถ้าบริหารจัดการดีๆ มันจะสมดุล คนเรียนจบก็มีงานให้ทำ เสียดายกว่าจะรู้ตัวก็จมดิ่งอยู่ก้นบ่อวิกฤตแล้ว ที่น่าหดหู่ลงไปกว่านั้นคือ คนลาวยอมรับที่จะให้คนจีนเป็นผู้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของตัวเอง โดยมีความคิดพื้นๆ ว่าจะทำให้คนลาวเจริญ และมีชีวิตที่ดีเหมือนเมืองจีน ..กรรม
ที่จริงผมอยากจะพูดถึงกัมพูชาอีกหน่อย แต่เนื้อที่คงไม่พอแล้วละ เอาเป็นว่าไปเรื่อยๆ แล้วกัน ผมมีแผนที่เส้นทางรถยนต์กับแผนที่รถไฟความเร็วสูงมาให้ดู คือมันเป็นยังงี้ครับ เมื่อปี ค.ศ.๒๐๐๗ จีนเปิดทำการรถไฟความเร็วสูงครั้งแรก และทยอยเปิดเส้นทางเพิ่มเรื่อยๆ จนกลายเป็นประเทศที่มีระบบขนส่งทางรางมากและดีที่สุดของโลกไปแล้ว ก่อนหน้าปี ๒๐๐๐ นั้น จีนยังเป็นประเทศยากจน และใส่เสื้อผ้าสีโมโนโทนกันอยู่เลย รถไฟความเร็วสูงได้เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบชีวิตอย่างสิ้นเชิง คนปลูกแตงโมที่ยูนนานเคยค้าขายได้แค่มณฑลติดกันก็สุดยอดแล้ว แต่พอได้รถไฟความเร็วสูงก็สามารถเอาไปขายได้ถึงมณฑลเฮหลงเจียงตอนเหนือหนาวสุดของจีนได้ คนที่ไม่เคยเห็นแตงโม ไม่เคยรู้จักแตงโมก็ได้รู้รสชาติของพืชผลไม้เขตร้อน จากที่เคยปลูก ๓-๕ ไร่ ชาวบ้านก็ขยายพื้นที่ปลูกจนเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะว่าระบบการขนส่งที่ดี สะดวก ทำให้มีเศรษฐีหน้าใหม่ระดับร้อยล้านหยวนเกิดขึ้นรายเดือน พลเมืองจีนมี ๑,๔๐๐ ล้านคน ตลาดมีขนาดมหึมามาก การเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ในเมืองจีนช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า เกิดจากระบบการขนส่งที่ดี

 

หันมาดูของไทย ถ้าจับแผนที่สองอันนี้มาวางซ้อนกัน จะเกิดกระแสเงินสดหมุนเวียนค้าขายไปทั่วตามเส้นทาง ซึ่งนอกจากรถไฟความเร็วสูงจะช่วยกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนผ่านไปกับสินค้าได้ดีแล้ว ต้องไม่ลืมว่าเมืองไทยเป็นเมืองเอกของการท่องเที่ยวโลกไปแล้ว รถไฟยังจะต้องทำหน้าที่ขนส่งนักท่องเที่ยวไปด้วย ส่วนเส้นทางโดยรถยนต์เหนือใต้มีทั้งทางรางและทางล้อ ผมอยากให้ดูแนวขวางที่สินค้าจะกระจายไปทั้งทางตะวันออกและตะวันตก อีสานจะเป็นศูนย์กลางกลางผลิตสินค้าตลาดพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามไปได้หมด พนันกับผมไหมละว่าภาคอีสานจะเติบโตขึ้นอีกเยอะ คนอีสานจะมีเศรษฐกิจดีและมั่งคั่งขึ้นคนอีสานต้องมีเฮ ผมแอบอิจฉาคนอีสานบ้านเราอีกแล้วละ เตรียมพร้อมรับความเจริญ.. มีที่ดินอย่าเพิ่งขาย

อีสานจะโดดเด่น เตรียมผังเมืองให้ดี

ผมนั่งพิจารณา ไม่มีเหตุผลขัดข้องใดๆ เลยที่เงินบาทจะเป็นดอลล่าร์แห่งอาเซียนไม่ได้ การที่เงินบาทถูกใช้เป็นสกุลเงินกลางซื้อขาย แลกเปลี่ยนกัน ส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างมาก เดี๋ยวเล่าต่อครับ หมดเวลาแล้วจริงๆ ยิ่งเขียนยิ่งอิจฉาคนไทยรุ่นหลังๆ ขอฝากบ้านเมืองไว้กับน้องๆ รุ่นต่อๆ ไปด้วย ขอบคุณภาพแผนที่จากอินเทอร์เน็ต และจากเพจ Trend tour Thailand ที่นำเสนอภาพสวยๆ ในเมืองไทย เห็นแล้วอยากจะเก็บเป้ไปเที่ยว 
ไปแล้วครับวันนี้ยาวเลย หลังสงกรานต์คุยกันอีก กำลังสนุกเลย

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๔ วันที่ ๑๕ เดือนเมษายน - วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗


54 646