11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

May 04,2024

ค้านตั้ง‘รง.อาหารหมาแมว’ ในเขตพื้นที่ตำบลสุรนารี


ตามที่เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ นายสุพจน์ แสนมี นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ได้ทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรีตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา กรณีที่บริษัท สแน็คส์ แฟคทอรี่ จำกัด มีความประสงค์จะดำเนินการประกอบกิจการโรงงานผลิตอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีพื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงงานในพื้นที่ในตำบลสุรนารี จากการตรวจสอบเอกสารพบว่าได้มีการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากอุตสาหกรรมจังหวัดนครรราชสีมา และพื้นที่ที่ขออนุญาตอยู่ในที่ดินประเภทชุมชน (สีชมพู) ตามเขตประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.๒๕๖๐ จึงขอความอนุเคราะห์จากอำเภอเมืองนครราชสีมาในการจัดการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงงานดังกล่าวในพื้นที่ตำบลสุรนารี ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ ในส่วนเวลาและสถานที่ตามหน่วยงานในพื้นที่กำหนด

โดยอำเภอเมืองนครราชสีมา ได้มอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านตะเกาทอง หมู่ที่ ๔ ตำบลสุรนารี ดำเนินการจัดให้มีการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและรับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงงานดังกล่าว ในพื้นที่ตำบลสุรนารี ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๗ พร้อมทั้งให้ดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับการก่อสร้างอาคารโรงงานเข้าร่วมการประชุมประชาคมด้วย เพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติมและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อำเภอเมืองนครราชสีมาจึงขอให้เทศบาลฯ พิจารณาตามอำนาจหน้าที่ในการตรวจตราถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขอตั้งโรงงานดังกล่าวในพื้นที่ฯ และได้ประสานกับผู้ใหญ่บ้านตะเภาทอง หมู่ที่ ๔ ตำบลสุรนารี ในการดำเนินการจัดให้มีการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและรับฟังการชี้แจงเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงงาน

ต่อมาในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ น. ของวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๗ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๔ มีประชาชนในพื้นที่บ้านตะเภาทอง หมู่ ๔ เขตเทศบาลตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยนายสุทธิชัย พูลเพิ่ม ปลัดอำเภอเมืองนครราชสีมา นายบรรจบ ม่วงแม้น นายกเทศมนตรีตำบลสุรนารี เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชน มารวมตัวกันเพื่อรับฟังนางสาวชณิตา ทรัพย์เครือญาติ กรรมการ บริษัท สแน็คส์ แฟคทอรี่ จำกัด และผู้เกี่ยวข้องชี้แจงให้ข้อมูลแนะนำและกระบวนการผลิตขนมอบแห้งสำหรับสุนัขและแมว ทั้งนี้มีประชาชนยืนชูป้ายข้อความระบุ “ชาวบ้านหมู่ ๓ บ้านยาง ต.สุรนารี ไม่เอาโรงงานอาหารสัตว์”, “คัดค้านก่อสร้างโรงงาน”, “หยุดสร้างโรงงานในที่ชุมชน” และ “ชาวบ้านไม่เอาโรงงานอาหารสัตว์” เป็นต้น โดยมีวิวาทะกันเป็นระยะๆ ปลัดอำเภอต้องคอยห้ามปรามให้การประชุมดำเนินต่อไป  

ทั้งนี้ เป็นเวลากว่า ๒ ชั่วโมง ไม่มีท่าทีจะได้ข้อยุติและบรรยากาศตึงเครียดมากขึ้น จึงสอบถามความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลปรากฏมติเป็นเอกฉันท์ทุกคนได้พากันแสดงสัญลักษณ์ยกมือคัดค้านไม่ให้สร้างโรงงานในพื้นที่ เนื่องจากที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงชุมชน ซึ่งมีทั้งหอพัก ร้านอาหาร และแปลงเกษตรกรรม มีข้อกังวลเกี่ยวกับมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต จากนั้นได้แยกย้ายกันโดยไม่มีเหตุความวุ่นวายแต่อย่างใด

นางสาวฐิติพรรณ ทูโคกกรวด อายุ ๓๙ ปี ชาวบ้านหมู่ ๓ บ้านยางใหญ่ เปิดเผยว่า ข้อกังวลโรงงานแห่งนี้ ต้องใช้น้ำในกระบวนการผลิต ปัจจุบันน้ำประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอกับการอุปโภคบริโภค รวมทั้งระบบโครงข่ายไฟฟ้าขัดข้องบ่อยครั้ง ชาวบ้านเกรงว่าจะมาแย่งทรัพยากรไปใช้ ประเด็นสำคัญชาวบ้านไม่เคยทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรงงาน

นายอารีย์ คำล้า อายุ ๕๓ ปี ข้าราชการครูโรงเรียนสูงเนิน เผยว่า ตนเกิดและเติบโตใน ต.สุรนารี การรับฟังความเห็นไม่ทั่วถึงและชี้แจงรายละเอียดไม่ครอบคลุมปัญหา หากเกิดผลกระทบหลังโรงงานดำเนินการ ชาวบ้านจะเคลื่อนไหวต่อต้านรุนแรงขึ้น

ด้าน น.ส.ชณิตา กรรมการบริษัทสแน็คส์ แฟคทอรี่ จำกัด กล่าวชี้แจงว่า เริ่มดำเนินกิจการตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปัจจุบันมีสถานที่ผลิตสินค้าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ปีนี้มีความจำเป็นย้ายสถานที่ผลิต เนื่องจากผู้ก่อตั้งรวมถึงทีมงานส่วนหนึ่งเป็นชาวโคราชตั้งใจกลับมาพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งสินค้าประกอบด้วยเนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อวัว ตับ และหัวใจหมูอบแห้ง โรงงานมีขนาด ๓๖๐ ตารางเมตร มีเพียงอาคารใช้งานหลักที่ใช้ผลิตสินค้าโดย ใช้เครื่องอบไฟฟ้าจำลองพลังงานแสงอาทิตย์เหมือนเตาไมโครเวฟ จำนวน ๙ เครื่องกำลังผลิต ๔๕๐ กิโลกรัมต่อวัน กระบวนการผลิตตัดแต่งอบแห้งและบรรจุลักษณะสินค้าคล้ายหมูแผ่นหมูแท่งแต่ไม่ปรุงรสสินค้าที่อบแห้ง สามารถเก็บในที่แห้งและเย็นโดยไม่ใช้สารกันบูด ส่วนน้ำที่ใช้ล้างเนื้อสัตว์ทำความสะอาดเครื่องครัวผ่านถังดักไขมันขนาด ๑,๐๐๐ ลิตร ดักจับไขมันและกองเศษเนื้อสัตว์ เพื่อกรองของเสียอื่นๆ ปล่อยน้ำผ่านการบำบัดลงสู่บ่อพักภายในมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ กรณีน้ำเต็มบ่อพักใช้วิธีสูบออก ไม่ให้เล็ดลอดปล่อยสู่ชุมชนอย่างแน่นอน ผลกระทบที่อาจเกิดจากการผลิต เช่น ขยะสด เราใช้เครื่องย่อยขยะนวัตกรรมเทคโนโลยีจากประเทศออสเตรเลีย กำจัดขยะสดและเศษไขมันจากบ่อดักไขมัน เหลือเพียงขยะแห้งเท่านั้นมีกำลังย่อยขยะได้ ๗๐ กก.ต่อวัน ซึ่งขยะจากการผลิตมีเพียง ๒๐ กก.ต่อวัน สามารถกำจัดปัญหาเศษอาหารและขยะสดสะสมที่อาจก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นรบกวนและเป็นแหล่งเพาะเชื้อ ดินที่ย่อยแล้วอุดมไปด้วยสารอาหารจากโปรตีน สามารถนำดินมาใช้ปลูกต้นไม้ภายในบริเวณโรงงานหรือแจกจ่ายใช้ปลูกพืชผักได้ เราดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนด ไม่มีเจตนาก่อมลพิษลดทอนคุณภาพชีวิตและเน้นพื้นที่สีเขียวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำข้อกังวลไปปรับปรุงให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๔ วันที่ ๑๕ เดือนเมษายน - วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗


32 233