17thJune

17thJune

17thJune

 

May 04,2024

ตำรวจเร่งล่ามือปืนจ่อยิงเผาขน ‘ดำช่องจอม’เซียนมวยดับคารถตู้

 

เร่งล่ามือปืนบุกจ่อยิงเผาขนเซียนมวย “ดำช่องจอม” ดับคารถตู้ หลังนำนักมวยมาชกในงาน เมียเผยสามีชอบช่วยเหลือคนอื่นไม่เคยมีปัญหากับใคร ไม่รู้ปมที่ถูกสังหาร ตำรวจเร่งตรวจสอบประวัติ หวังคลี่ปมสังหารโหดต่อหน้าลูก สืบภาค ๓ จัดกำลังลงพื้นที่ล่ามือยิง

เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ธีรพล ยมนา ผู้กับการการสถานีตำรวจภูธรกระสัง, พ.ต.ท.ธัชพล ชิณวงษ์ รอง ผกก.ป.สภ.กระสัง, กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กระสัง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ภายในวัดหนองเต็ง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ หลังได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบขนาด บุกจ่อยิงในระยะเผาขน นายเปลี่ยนวิถี หรือ “เสี่ยดำ ช่องจอม” อายุ ๕๖ ปี ชาว ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายมวยอยู่ที่ จ.สุรินทร์ ถูกยิงด้วยกระสุนไม่ทราบขนาด บริเวณท้ายทอยและศีรษะ ๒ นัด เสียชีวิตในลักษณะเอนเบาะนอนพัก อยู่บนรถตู้ ยี่ห้อฮุนได สีเทา เป็นรถมาจากประเทศกัมพูชา หลังนำมวยมาชก ๒ คู่ ในงานฉลองพัดยศเจ้าอาวาสวัดหนองเต็ง ต.หนองเต็ง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบบริเวณกระจกหน้ารถ มีร่องรอยกระสุนกระทบใส่แตก ๑ จุด คาดว่าน่าจะเป็นกระสุนที่ยิงพลาด เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น.ของวันนี้

โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่าย   เร่งหาข้อมูลเบาะแสและสอบปากคำผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุปมการสังหารโหดเซียนมวย และรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

นางนิตยา ต้องถือดี อายุ ๔๖ ปี ภริยาผู้ตาย เปิดเผยว่า โดยปกติเวลาที่จะพานักมวยไปชกที่ไหน ตนจะติดตามสามีไปด้วย ซึ่งวันเกิดเหตุก็มาถึงวัดในช่วงเย็น ก็มีการจัดชกมวยตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนถึงประมาณตี ๐๔.๓๐ น. ตนกับสามีและเพื่อนๆ ที่มาด้วยกันในรถรวม ๕-๖ คน ก็กำลังจะขึ้นรถ โดยสามีขึ้นไปนั่งบนรถก่อน ส่วนตนกำลังจะเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งอีกฝั่งแต่ยังไม่ทันได้เปิดประตู ก็ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น ๓ นัด แต่เสียงไม่ดังมากตอนแรกยังไม่รู้ว่าสามีถูกยิง กระทั่งเปิดประตูจะขึ้นรถจึงเห็นสามีเสียชีวิตบนเบาะคนขับ แต่ตนมองไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง คนที่มาด้วยกันต่างก็ตกใจทำอะไรไม่ถูกก่อนจะแจ้งคนในงาน ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาดู ซึ่งจุดที่รถจอดห่างจากเวทีมวยประมาณ ๕๐ เมตร ตนไม่รู้ว่าสามีถูกยิงเพราะสาเหตุอะไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นสามีมีเรื่องกับใคร เพราะสามีเป็นคนอารมณ์ดีรักเพื่อน ชอบช่วยเหลือคนอื่น เวลาเพื่อนๆ จัดมวยก็จะมาช่วยงานกันตลอดวันเกิดเหตุก็พานักมวยมาชก ๒ คู่ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี

ด้านนายอดิเรก บูรณ์เจริญ พ่อค้าขายของใกล้กับสถานที่จัดมวย เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนไม่เห็น มารู้ก็ตอนที่ทางผู้จัดมวยบนเวทีประกาศ ว่าให้เรียกตำรวจมาเพราะมีเหตุยิงกัน ถึงรู้ว่าเกิดเหตุมึนถูกยิงเสียชีวิต จากนั้นก็มีคนไปดูจำนวนมาก แต่คนไม่ได้เข้าใกล้จึงไม่รู้ว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น และเพราะสาเหตุอะไรถึงถูกยิงเสียชีวิต เพราะช่วงที่มีการชกมวยก็ไม่เห็นใครมีปัญหาอะไรในงาน แต่มาเกิดเหตุตอนที่มวยเลิกแล้ว ทั้งผู้จัดคนดูก็กำลังแยกย้ายกันกลับ

ล่าสุดวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๗ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ พร้อมด้วยกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จัดกำลังชุดสืบสวนภาค ๓ และชุดสืบสวนภูธรจังหวัด ร่วมกับชุดสืบในพื้นที่ สภ.กระสัง ลงพื้นที่หาข้อมูลหลักฐาน ไล่กล้องวงจรปิด และตรวจสอบประวัติของผู้ตาย พร้อมทั้งได้สอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นเบาะแสในการคลี่ปมที่ถูกยิงเสียชีวิต

พ.ต.อ.ธีรพล ยมนา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระสัง

พ.ต.อ.ธีรพล ยมนา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระสัง ระบุว่า สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุยิงเจ้าของค่ายมวยเสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชู้สาวเนื่องจากข้อมูลทราบว่าผู้ตายมีภรรยาทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา, ประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวก็อยู่ระหว่างตรวจสอบเพราะผู้ตายเป็นคนนอกพื้นที่ รวมถึงรถที่ผู้ตายขับมาก็เป็นรถทะเบียนกัมพูชาก็ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเป็นรถของผู้ตายหรือรถใคร รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจก็ต้องสืบสวนในเชิงลึกเช่นกัน เพราะนอกจากผู้ตายจะเป็นเจ้าของค่ายมวยแล้ว ยังมีธุรกิจดูแลตลาดชายแดนด้วย ซึ่งตำรวจก็จะสืบสวนในทุกประเด็นเพื่อให้ทราบเหตุจูงใจที่แท้จริง เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๔ วันที่ ๑๕ เดือนเมษายน - วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๗


131 503