May 06,2024
สพป.ขอนแก่น เขต 1 สั่งย้าย รองผอ.ร.ร.ชื่อดังชั่วคราว หลังถูก ปปช.บุกจับคาห้องทำงานขณะเรียกรับเงินจากผู้ปกครอง พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบสวน

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ภาค 4 เข้าทำการจับกุมรองผู้อำนวยการโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในเขตอ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียนเพื่อรับย้ายนักเรียนระหว่างปีการศึกษา รายละ 20,000 บาท ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 1 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อขอพบกับ นายอารยันต์ แสงนิกุล ผอ.สพป.ขก.เขต 1 แต่ติดราชการในพื้นที่ต้องไปประเมินโรงเรียนต่างๆตามตารางงานราชการที่กำหนดไว้


ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ภายหลังจากที่ทาง ป.ป.ช. ลงพื้นที่จับกุม รองผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นและปรากฎเป็นข่าวเมื่อวานที่ผ่านมา ภายหลังจากทางเขตทราบเรื่องก็ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากทางโรงเรียนทันทีโดยพบว่าเป็นผู้บริหารในโรงเรียน จึงได้สืบข้อมูลก่อนนำมาประมวลผลว่าการสืบข้อเท็จจริงนั้นมีมูลหรือไม่ หากพบมีมูลก็จะตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกขั้น โดยทุกขั้นตอนต้องเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจ และได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามขั้นตอนแล้ว กระทั่งมีคำสั่งย้าย รอง ผอ.คนดังกล่าว มาประจำสำนักงานเขตการศึกษาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้คณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความโปร่งใส และเกิดความเป็นธรรม

"ที่ผ่านมาในส่วนของทางสำนักงานเขตฯ ได้ มีการร่วมมือกันในการป้องกันและป้องปรามอย่างเข้มงวด กับทาง ป.ป.ช. และ ส.ต.ง. และมีการจับกุมแต่ไม่เป็นข่าวมาหลายคนทั้งผู้บริหารและครูในโรงเรียน ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนการลงโทษให้ออกหรือไล่ออกนั้น จะต้องรอผลการสอบสวนทางคดีอาญาควบคู่ไปกับการพิจารณาเอาผิดในเรื่องของวินัยด้วย"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ป.ป.ช.ภาค 4 ได้แจ้งข้อหากับทางรอง ผอ.รร.ฯที่ถูกกล่าวหารับเงินในคดีอาญาแล้วโดยได้ประกันตัวในวันที่ถูกแจ้งข้อหา ประกอบด้วยความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำ หรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำ การหรือไม่กระทำ การอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำ คุก ตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำ คุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท หรือประหารชีวิต และ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


41 349



