May 16,2024
สธ.บุรีรัมย์เผยสำนักครอบหม้อเปิดตาทิพย์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านรักษาโรคไม่ได้เสี่ยงติดเชื้อ

สธ.บุรีรัมย์ เผยสำนักครอบหม้อแกงเปิดตาทิพย์รักษาสารพัดโรค ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รับรอง ทั้งการใช้ภาชนะเดียวกันหลายคน ยังเสี่ยงติดเชื้อทางการสัมผัสและหายใจ เตือน ปชช.ควรใช้วิจารณญาณรักษาที่เกี่ยวกับความเชื่ออาจเสียโอกาสรักษาทางการแพทย์

ความคืบหน้ากรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพทางโลกโซเชียล อาจารย์ปู่ตรัย เป่ามหาระงับอาศรม อโรคยาประโคนชัยบุรีรัมย์ ระบุวิชาครอบหม้อเปิดตาที่สาม เปิดตาทิพย์ แสงพุ่งจ๊วดดดด ซึ่งเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่แปลกออกไป คือ การเอาหม้อแกงอลูมิเนียมมาครอบหัวผู้ที่เข้าไปรักษา แล้วเอาวัสดุบางอย่างไปเคาะตูดหม้อ แล้วเปิดหม้อแกงออกมา พร้อมกับเอ่ยปากว่า “เปิดตาทิพย์เปิดตาที่สาม” จนกลายเป็นกระแสฮือฮา กระทั่งมีหลายหน่วยงานลงพื้นที่ไปตรวจสอบสำนักครอบหม้อดังกล่าว แต่ทางผู้ดูแลไม่อนุญาตให้เข้าด้านใน ต้องมีหมายค้นก่อน

วันนี้ (16 พ.ค.67) ทันตแพทย์จีรศักดิ์ ทิพย์สุนทรชัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นสถานบริการแห่งนี้ ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนเกี่ยวกับการรักษาโรคใดๆ ส่วนกรณีการใช้หม้อแกงครอบศรีษะก็ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะยืนยันว่าจะรักษาโรคอะไรได้ ซึ่งผู้ที่ทำการรักษาที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์ตรัย ก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน และจากการตรวจสอบก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านได้ตามนิยามของกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงการรักษาโรคที่อ้างสรรพคุณต่างๆ ก็ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จะยืนยันได้ว่าจะรักษาโรคต่างๆ ให้หายได้จริง ซึ่งพี่น้องประชาชนที่จะไปรับบริการก็ต้องระมัดระวัง ด้วยว่าการที่ใช้หม้อหรืออุปกรณ์เดียวกันมาครอบศรีษะหลายๆ คน ก็เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการสัมผัสทางผิวหนัง หรือการสูดดมเข้าไปในร่างกาย

ทันตแพทย์จีรศักดิ์ ทิพย์สุนทรชัย รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์
และจากข้อมูลทราบว่าอาศรมแห่งนี้ ได้มีการจำหน่ายสบู่ให้กับผู้มาใช้บริการด้วยนั้น ถือว่าสบู่เป็นเครื่องสำอางประเภทหนึ่ง ซึ่งหากรับมาจำหน่ายมี อย.หรือจดทะเบียนชัดเจนถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่หากผลิตขึ้นเองก็ต้องไปตรวจสอบว่า ได้ขอ อย.ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบดูอีกทีแต่ตอนนี้ยังไม่ทราบเพราะยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบด้านในได้ ส่วนประเด็นการนวดหรือกดจุดเพื่อรักษาโรคนั้น คนที่จะทำการรักษาต้องผ่านการอบรมของกระทรวงสาธารณสุขไม่ต่ำกว่า 150 ชั่วโมง ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมต้องได้รับใบประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขรับรองด้วย รวมทั้งหากจะเปิดให้บริการนวดกดจุดก็ต้องขออนุญาตที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในแต่ละพื้นที่

ก็อยากฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนที่จะไปรับบริการไม่ว่าจะนวดกดจุด ซื้อผลิตภัณฑ์ หรือรักษาตามความเชื่อต่างๆ ก็ขอให้ใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วนว่ามีหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์หรือวิทยาการทางการแพทย์รองรับหรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียเงิน เสียเวลา และเสียโอกาส ที่จะได้รับการตรวจรักษาทางการแพทย์อย่างถูกวิธี ส่วนการซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาใช้ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีเครื่องหมาย อย.ถูกต้องหรือไม่ ส่วนการโฆษณาชวนเชื่อในการรักษาว่าเกินจริงหรือไม่นั้น ก็ต้องตรวจสอบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ไปใช้บริการกับสถานที่แห่งนี้แล้วได้รับผลกระทบหรือผลข้างเคียง ก็สามารถแจ้งหรือร้องเรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป

210 680



