11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

May 27,2024

ไม่พลิก ครูโคราชเลือก “สมศักดิ์ จักสาร” ศิษย์ก้นกุฏิ ผอ.ทอง นั่ง ปธ.สหกรณ์ครู สืบอำนาจต่อสมัยที่ 10 บริหารเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท

 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม ที่อาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา (สอค.นม)จัดการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2/2567 เพื่อเลือกตั้งประธานและกรรมการดำเนินการชุดที่ 67 แทนตำแหน่งเดิมที่ครบวาระ โดยมีสมาชิกสามัญซึ่งเป็นบุคลากรทางการศึกษาทุกระบบในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นับหมื่นคนเดินทางมาแสดงตนกันอย่างคึกคัก โดยจัดหน่วยเลือกตั้งตามกลุ่มโรงเรียนที่สังกัดในแต่เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สมาชิกยืนต่อแถวรอคิวเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง พร้อมรับค่าตอบแทนเป็นเบี้ยค่าเดินทางและอาหารรายละ 1,500 บาท ส่งผลให้การจราจรภายใน มทส. ติดขัดอย่างหนัก

 

การนับคะแนนเลือกตั้งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางกองเชียร์ได้ส่งเสียงลุ้นระทึก นายปรีชา กำพุฒกลาง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สอค.นม. เปิดเผยว่า จากจำนวนมีผู้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 28,905 คน มีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 90 % ผลรวมคะแนนเบื้องต้น นับแล้ว 84 % กลุ่มรักษ์สหกรณ์โดยนายสมศักดิ์ จักสาร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระแก้วและอดีตประธาน สอค.นม.ชุดที่ 61 ได้เว้นวรรคเนื่องจากดำรงตำแหน่งครบ 2 วาระติดต่อกันพร้อมกรรมการหมายเลข 1-7 ประกอบด้วย 1.นายวิเชียร ผดุงชาติ 2.นายโกเมน แตงกระโทก 3.นายอารีย์ จันทรชัย 4.นางสาวอำไพ  บุญลำพุ 5.นายไพฑูรย์  ลือชา 6.นายสมัตร ฉัตรรัตนวารี 7.มานิตย์ พรร่มโพธ์

 

ได้เป็นกรรมการดำเนินการบริหารเงินทุนดำเนินการ 40,147,628 บาท (กว่า 4 หมื่นล้านบาท) ถือเป็นองค์กรที่มีสมาชิกและทุนดำเนินการมากที่สุดในภูมิภาค ผลประกอบการล่าสุดมีทุนเรือนหุ้น 18,684 ล้านบาท ทุนสำรอง 2,168 ล้านบาท เงินฝาก 9,808 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 1,585 ล้านบาท

 

นายสมศักดิ์ จักสาร อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระแก้วและอดีตประธาน สอค.นม.ชุดที่ 61

ทั้งนี้สามารถสืบอำนาจต่อนายทอง วิริยะจารุ ประธานที่ปรึกษา สอค.นม. เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ ส่วนนายธีรวิทย์ เดือนกลาง ผู้สมัครประธานคู่แข่งหัวหน้ากลุ่มลดดอกเบี้ย แม้นชูประเด็นสกัดการผูกขาดของกลุ่มอำนาจเก่าร่วม 9 สมัย และติดตามการนำเงินของสหกรณ์ฯ หลาย 100 ล้านบาท ไปฝากไว้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แต่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ต้องใช้เวลาร่วม 20 ปี ตามคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง โดยไม่มีดอกเบี้ยปีละ 50 ล้านบาทรวมทั้งการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสมาชิก แต่ก็สู้กลุ่มรักษ์สหกรณ์ไม่ได้โดยมีคะแนนตามหลังกว่าครึ่งหรือ 1.3 หมื่นคะแนน

 


121 443