May 30,2024
ตำรวจภูธรภาค ๓ จับมือ ป.ป.ส.ภาค ๓ อบรมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.อีสานใต้ ย้ำแนวทางริบทรัพย์ตาม กม.ยาเสพติด

เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ เปิดโครงการฝึกอบรมอบรมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค ๓ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ ๘-๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ณ โรงแรมเซ็นทารา โคราช จังหวัดนครราชสีมา มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ อบรมซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนหรือปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค ๒ วิทยากร และคณะทำงาน รวมทั้งสิ้น ๑๒๙ คน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ สามารถดำเนินการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐานให้ครอบคลุมทุกด้าน มีทักษะที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานตรวจสอบและริบทรัพย์สินให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด

พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓
นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค ๓ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีเป้าหมายลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดและปัญหาที่เกี่ยวเนื่องให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน ๑ ปี พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ ในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ส. จึงมีข้อสั่งการให้บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการปราบปราม ยึดและอายัดทรัพย์สินอย่างจริงจัง โดยการปราบปรามการค้ายาเสพติดทุกระดับ ขยายผลถึงเครือข่ายรายสำคัญ ยึดทรัพย์ตัดวงจรการค้าให้สิ้นซาก และให้เดินหน้าติดอาวุธทางปัญญาแก่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ด้วยการฝึกอบรมการริบทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดทั่วประเทศ ตามเขตพื้นที่ของสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค ๑-๙/กรุงเทพมหานคร ณ ที่ตั้งสำนักงาน ป.ป.ส.ภาคทั้ง ๑๐ แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ พิษณุโลก เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา ระหว่างห้วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ รวมจำนวนผู้เข้าร่วมการอบรม ๑,๐๕๘ นาย

พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ กล่าวว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นกลไกสำคัญ และเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินแทนเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการสืบสวนพฤติการณ์ การกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ควบคู่ไปกับการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด โดยการดำเนินการต่อทรัพย์สินตามแนวทางการริบทรัพย์สินตามมูลค่า (Value based confiscation) เพื่อตัดวงจรเครือข่ายของนักค้ายาเสพติด ดังนั้น จึงได้เล็งเห็นความสำคัญของการฝึกอบรมบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนหรือปฏิบัติงานด้านตรวจสอบทรัพย์สิน ให้มีความรู้ สามารถดำเนินการรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง พยานหลักฐานให้ครอบคลุมทุกด้าน มีทักษะที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานตรวจสอบและริบทรัพย์สินให้เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.๒๕๖๔ มาตรา ๘๔ และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๔ มาตรา ๑๑/๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับมาตรการตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์สิน ซึ่งรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ นอกเหนือจากผู้เสพคือผู้ป่วยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับมาตรการริบทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่จะมีบทบาทสำคัญทำให้หน่วยงานปราบปรามยาเสพติดดำเนินการปราบปรามทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้า และการเงินของกลุ่มการค้ายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตำรวจภูธรภาค ๓ ได้กำหนดแผนยุทธการเด็ดปีกนักค้ารายย่อยภาคอีสานตอนบน กำหนดเป้าหมายให้ตำรวจในสังกัด ๒๕๓ สถานี ที่ต้องสืบสวนขยายผลจากผู้เสพไปยังผู้ค้าที่สร้างผลกระทบในพื้นที่ เพื่อให้ศาลออกหมายจับ พร้อมทั้งให้ดำเนินการสืบหาทรัพย์สิน โดยสามารถตรวจค้น จับกุม และยึดอายัดทรัพย์สิน ตามแผนยุทธการดังกล่าวในเดือนมกราคม ๒๕๖๗ ได้จำนวนมากถึง ๑๕๐ ล้านบาท



นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๕ วันที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๑๔ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๗
133 372



