May 30,2024
‘หมอแหยง’แถลงสู้ยันคดียังไม่จบ หลังศาลตัดสิน จำคุก ๒๕ ปี สร้างถนนหินคลุกหลายโครงการ

ตามที่เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๗ สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวว่า เมื่อวันที่ ๒๕ มี.ค.๒๕๖๗ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค ๓ มีคำพิพากษาคดีกล่าวหานายสำเริง แหยงกระโทก หรือ “หมอแหยง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการก่อสร้างถนนผิวจราจรหินคลุก หลายโครงการ โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต ๑ ภาค ๓ เป็นโจทก์ฟ้องแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
คดีนี้ มีจำเลย รวม ๑๘ ราย ได้แก่ นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายกอบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑ นายชัยเกียรติ เกษรบัวทอง จำเลยที่ ๒ นายธวัชชัย ตระกูลวณิชย์ จำเลยที่ ๓ นายชาญวุฒิ จุลรัษเฐียร จำเลยที่ ๔ นายภิรมย์ วงศ์สุข จำเลย ที่ ๕ นายภาดล ศรีกระโทก จำเลยที่ ๖ นางจิติรัตน์ ทองประวัติสิริหรือนางไกรมา พิพัฒน์วิริยาภรณ์ จำเลยที่ ๗ (จำเลยที่ ๒-๗ เป็นคณะกรรมการตรวจการจ้าง) นายพงศ์ศรณ์ หรือวิรัตน์ ตันชนะศักดิ์ จำเลยที่ ๘ นายวรวิทย์ ศรีสิทธิ์ จำเลยที่ ๙ นายจตุพงษ์ ปุงมา จำเลยที่ ๑๐ (จำเลยที่ ๘-๑๐ เป็นผู้ควบคุมงาน) นายอภิวัฒน์ พลสยม ปลัด อบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑๑ นายนริศ (ขิก) เรืองธนานุรักษ์ รองนายก อบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑๒ นายสนอง ศรีทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ จำเลยที่ ๑๓ นายบุรี มะลิวัลย์ หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร จำเลยที่ ๑๔ นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง จำเลยที่ ๑๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ จำเลยที่ ๑๖ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร จำเลยที่ ๑๗ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง จำเลยที่ ๑๘

ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำเลยดังนี้ ๑. นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายกอบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑ จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวม ๒๕ ปี ๒. นายธวัชชัย ตระกูลวณิชย์ จำเลยที่ ๓ นายชาญวุฒิ จุลรัษเฐียร จำเลยที่ ๔ รวมจำคุก คนละ ๑๓ ปี ๑๖ เดือน ๓. นายภิรมย์ วงศ์สุข จำเลยที่ ๕ นายภาดล ศรีกระโทก จำเลยที่ ๖ นางจิติรัตน์ ทองประวัติสิริหรือนางไกรมา พิพัฒน์วิริยาภรณ์ จำเลยที่ ๗ และนายจตุพงษ์ ปุงมา จำเลยที่ ๑๐ จำคุกคนละ ๓ ปี ๔ เดือน ๔. นายพงศ์ศรณ์ หรือวิรัตน์ ตันชนะศักดิ์ จำเลยที่ ๘ นายวรวิทย์ ศรีสิทธิ์ จำเลยที่ ๙ จำคุกคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ๕. นายนริศ เรืองธนานุรักษ์ รองนายก อบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑๒ จำคุก ๑๒ ปี ๑๖ เดือน ๖. นายสนอง ศรีทรัพย์ หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ จำเลยที่ ๑๓ และนายบุรี มะลิวัลย์ หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร จำเลยที่ ๑๔ จำคุกคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ๗. นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส หุ้นส่วนผู้จัดการผู้มีอำนาจ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง จำเลยที่ ๑๕ จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ๘. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โคราชพัฒนะ จำเลยที่ ๑๖ และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธนนวพร จำเลยที่ ๑๗ ปรับกระทงละ ๒๐,๐๐๐ บาท รวมปรับคนละ ๔๐,๐๐๐ บาท ๙. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง จำเลยที่ ๑๘ ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๑๐. ยกฟ้อง นายอภิวัฒน์ พลสยม ปลัด อบจ.นครราชสีมา จำเลยที่ ๑๑

ทั้งนี้ นายสำเริง แหยงกระโทก เป็นอดีตนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) เข้ารับโล่เกียรติยศเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ซึ่งเป็นการทำงานของแพทย์ในชนบทที่ทำงานร่วมกับชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ สังคม และจิตใจของชาวบ้าน เคยมีตำแหน่งเป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
ทั้งนี้ ภายหลังที่สำนักข่าวอิศราเสนอข่าวออกไป มีการเผยแพร่ต่อๆ กันไปอย่างกว้างขวาง กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ นพ.สำเริง แหยงกระโทก ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก “หมอแหยง แจ้งข่าว นพ.สำเริง แหยงกระโทก” มีข้อความว่า
“หมอแหยงแถลงยืนยันความบริสุทธิ์ เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับผิดพลาด ลงนามนับพันสัญญา ขออุทธรณ์สู้ในชั้นศาล ถึงที่สุด
คำแถลง ของ นพ สำเริง แหยงกระโทก
..ตามที่มีข่าวศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก นพ.สำเริง ๒๕ ปี มีคนสอบถามและเป็นห่วงผมเป็นจำนวนมาก ผมขอขอบคุณขอบใจทุกคนครับ ผมหนักแน่นและมั่นคงกับชีวิตและความเป็นจริง การทำงานของตนเอง ขอขอบคุณสื่อมวลชน เพื่อนฝูง ประชาชนที่ติดตามข่าว
ผมมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้ว ผลการพิจารณาจะสามารถทำให้ผมได้รับความเป็นธรรมถูกต้อง ประวัติการทำงานตลอดที่ผ่านมาเป็นพยานยืนยันได้ว่า ผมเป็นคนอย่างไร ผมเป็นคนชนบท เติบโตในหมู่บ้านที่อำเภอครบุรี ผมทราบดีว่าพี่น้องประชาชนยากลำบากอย่างไร และผมควรทำอะไรเพื่อพวกเขา
การเป็นแพทย์และได้มาอยู่ในชนบทห่างไกลยิ่งทำให้ผมเข้าใจความทุกข์ยากเมื่อพี่น้องประชาชนเจ็บป่วย การมาเป็นนายก อบจ เป็นอีกบทบาทหนึ่งของชีวิตที่ผมเห็นว่าจะสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้เพิ่มมากขึ้น
การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงถนน ดังกล่าว เป็นเรื่องที่ผมยอมรับว่ามีความผิดพลาด งาน อบจ. งบประมาณนับพันล้านบาท การดูแลของนายกฯ คนเดียวย่อมไม่สามารถดูได้ทั่วทั้งหมด ต้องมีคนช่วย มีแขนขา และอาจมีความผิดพลาดได้
สำหรับ ๖ โครงการนี้ รวมงบประมาณแล้ว เพียง xxx ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ xxx ของงบ อบจ. ซึ่งเป็นส่วนที่น้อยมาก ที่จะเป็นเหตุจูงใจให้ทุจริตเทียบกับงบอื่นๆ ที่สูงกว่ามากๆ

ตามคำตัดสินของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ นสพ.เพิ่งนำลงข่าว คดีนี้เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ผ่านมา ๑๕ ปีแล้ว โดยรองนายกอบจ.ฯ เป็นผู้ดำเนินการโครงการ ๖ โครงการ และมีการทำงาน เสนอการลงนาม มาตามลำดับขั้น ตั้งแต่ผู้ปฏิบัติ มาที่ช่าง มาที่หัวหน้าฝ่าย มาที่ปลัด มาที่รองนายก เมื่อมาถึงนายก ก็ต้องลงนามตามหน้าที่เราลงนามในฐานะนายก อบจ.ฯ ยืนยันว่า ผมไม่ทราบเรื่องนี้เลย และลงนามปกติเป็นพันโครงการ
แน่นอนว่า ในทางการเมือง มีการแข่งขัน แย่งชิงกัน จึงมีการซ้ำเติมจากรุ่นหลังถัดมาเพื่อให้เราพ้นจากนายก อบจ.และไม่ให้เรามีโอกาสสมัครนายก อบจ. แข่งกับเขาอีก ..การนำเรื่องเพื่อจัดการกับผมให้พ้นสนามแข่งขันจึงมีผลทำให้ ศาลชั้นต้นตัดสินออกมาแบบนี้..
อย่างไรก็ตาม ในกระบวนยุติธรรม ที่ยังไม่สิ้นสุด ผมยังมีโอกาสพิสูจน์ความจริง ผมกำลังอุทธรณ์สู้อยู่ โดยผมจะนำเอกสารและการนำสืบความจริง ตลอดจนพยาน ฯลฯ ทั้งหมด มาสู้คดีในชั้นศาลเพื่อความบริสุทธิ์ โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ผมเชื่อว่า เราน่าจะต่อสู้ได้ครับ ไม่ต้องห่วงครับ ขอบคุณทุกคนครับ”
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๕ วันที่ ๑๕ เดือนพฤษภาคม - วันที่ ๑๔ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๗
145 1,882



