11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

June 07,2024

ช้างป่า บุกวัด ทำร้ายพระสงฆ์ซี่โครงหัก เชื่อมาตามคำพูดท้าทายบอกจะจับผูกเอาไว้ข้างกุฎิ

 

ช้างป่า บุกวัด ทำร้ายพระสงฆ์ซี่โครงหัก ขณะที่พระลูกวัดที่รอดชีวิตเล่านาทีช้างป่าเข้ามา ตัวที่ดุร้ายเดินมุ่งตรงไปกุฏิพระทันที เชื่อมาตามคำพูดท้าทายบอกจะจับผูกเอาไว้ข้างกุฎิ และมีชาวบ้านเคยท้าบอกจะตัดหูช้างมาทำเป็นเมนูอาหาร ก็ถูกช้างเหยียบตายไปแล้วเช่นกัน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 6 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่วัดป่าประชาชุมพร ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านสันติสุข ม.6 ต.หนองแดง อ.ชมพู จ.ขอนแก่น หลังจากมีชาวบ้าน ขอความช่วยเหลือผ่านสื่อมวลชนเพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการเรื่องช้างที่เข้ามาทำลายพืชและทำร้ายชาวบ้าน บ้านอ่างทอง ต.ดงลาน อ.สีชมพู เสียชีวิต 1 ราย ทำร้ายพระลูกวัด วัดป่าประชาชุมพร บาดเจ็บอีก 1 รูป

 

ซึ่งจากการลงพื้นที่ก็พบกับพระวีระพันธ์ ถาวโร อายุ 31 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัด และ พระคำไพร คุเณนะโน อายุ 64 ปี พระลูกวัด ซึ่งได้พาสื่อมวลชน ลวพื้นที่ไปยังกุฏิของพระคำมูล อายุ 80 ปี พระที่ถูกช้างเข้าไปทำร้ายถึงในกุฏิ 

พระวีระพันธ์ เจ้าอาวาสวัดฯ  กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ช้างเข้ามาในวัดนั้น ที่กุฏิมีกล้องวงจรปิด แต่จับภาพไม้ได้ หลังเกิดเหตุ จึงได้สำรวจบนถนนภายในวัด พบรอยเท้า ช้าง 2 เชือก เข้ามาในวัดป่า เข้ามาทางประตูทางเข้าวัด ตัวที่ 1 แยกไปยังกุฏิพระคำไพร แต่โชคดีที่ช้างเข้าไปปไม่ถึงกุฏิ เพราะช้างเดินลงไปเล่นน้ำในสระน้ำข้างกุฏิ ส่วนเชือกที่ 2 เดินไปยังกุฏิพระคำมูล ซึ่งเป็นกุฏิชั้นเดียว หลังคาต่ำ  หลังเกิดเหตุ ได้สอบถามพระคำมูล ทราบว่า ช้างได้คลานเข้าไปในกุฏิและทำร้าย จนบาดเจ็บ ซี่โครงข้างซ้ายหัก 2 ซี่ ไหล่ซ้ายหลุด ซึ่งขณะเกิเหตุ พระในวัดไม่เห็นเหตุการณ์ ทุกรูปทราบเรื่องตอนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพมารับพระคำมูลไปโรงพยาบาลสีชมพู

 

ทางด้านพระคำไพร  กล่าวว่า ได้ยินเรื่องช้างอาละวาดในพื้นที่อ.สีชมพูมา 2 ปีแล้ว ทราบว่า มีช้างมาจากภูกระดึง ผานกเค้า จ.เลย เข้ามาในพื้นที่อ.สีชมพู ทำลายพืชในไร่สวน เจ้าหน้าที่ผลักดันออกไป แต่กลับมาเหมือนเดิม แต่แยกฝูง โดยช้าง 3 ตัวไปอีกทาง ช้าง 2 ตัวไปอีกทาง จนช้าง 2 ตัวมาถึงป่าประชาชุมพร  และทำร้ายพระจนบาดเจ็บ เคยเตือนพระคำมูลแล้วว่าอย่าท้าทายช้าง เพราะพระคำมูล มักจะพูดว่า มาเลย ช้างเข้ามาในวัดเลย จะจับช้างผูก ให้กินหน่อไม้ในวัด ให้ชาวบ้านมาดู จึงเตือนว่าอย่าท้าทาย เดี๋ยวช้างจะมาหา ซึ่งปรากฏว่าช้างมาจริงๆและไปหาพระคำมูลที่กุฏิจริงๆ แต่พระไม่สามารถจับช้างไว้ได้

 

 

"ซ้ำยังถูกช้างทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส สาเหตุที่เตือนพระคำมูล เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีชาวบ้านอ่างทอง ต.ดงลาน อ.สีชมพู ท้าทายว่า จะจับช้างป่าโขลงนี้ล่ามไว้แล้วจะตัดหูมาทำส้มหูช้าง จากนั้นไม่นานช้างมาหาและทำร้ายจนเสียชีวิต จึงตักเตือนพระคำมูล ว่าอย่าท้าทายช้าง เพราะเชื่อโดยส่วนตัวว่า คนที่ท้าทาย ช้างจะมาหาจริง และไม่มีใครสามารถจับช้างป่าได้และจะถูกทำร้ายทุกคน"

 

พระคำไพร  ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงเกิดเหตุ เช้ามืดวันที่ 3 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ขณะนอนหลับก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงสุนัขที่เลี้ยงไว้หลายตัวเห่า  จึงลุกขึ้นมาดู พบช้างตัวใหญ่ มีงา ยืนใช้งวงพังผ้าแสลนสีเขียวที่ล้อมบริเวณกุฏิไว้ จึงหลบและมองมาจากในกุฏิ เห็นว่า หลังจากช้างม้วนแสลนแล้ว ช้างก็เดินเลี่ยงจากกุฏิลงไปยังหนองน้ำและเล่นน้ำ จึงตะโกนบอกว่า ไม่มีอะไร และไม่ใช่คนท้าทาย ช้างจึงขึ้นจากน้ำและเดินหายไปในความมืด จนกระทั่งบิณฑบาตเสร็จ กลับมาที่วัดจึงได้ทราบว่าพระคำมูล พระที่ท้าทายช้างป่า ถูกช้างรุกเข้าในกุฏิ ทำร้ายจนบาดเจ็บดังกล่าว

 

 


223 559