11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

July 02,2024

รมช.คมนาคมติดตามความก้าวหน้า โครงการรถไฟทางคู่ ความก้าวหน้าร้อยละ 33.48

สุรพงษ์ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ติดตามความก้าวหน้า โครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 พร้อมร่วมโดยสารขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA และเยี่ยมชมของดีวิถีริมราง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 จังหวัดนครราชสีมา นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสาวณภัทรา กมลรักษา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์  รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบกและประธานกรรมการรถไฟฯ นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ และโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร -  นครราชสีมา) ณ สถานีนครราชสีมา เพื่อติดตามการดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้นเป็นตามแผนที่กำหนด พร้อมทั้งได้ร่วมโดยสารขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA ที่สถานีรถไฟปากช่อง และเยี่ยมชมรับประทานอาหาร “ของดีวิถีริมราง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีนายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟฯ และผู้บริหารการรถไฟฯ ให้การต้อนรับ

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา นับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยรวมของประเทศ เพราะนอกจากเปรียบเป็นประตูของการเดินทางไปสู่พื้นที่ภาคอีสานแล้ว  จังหวัดนครราชสีมายังมีโครงการคมนาคมสำคัญ ที่สามารถเชื่อมโยงไปกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นอีกหลายโครงการ โดยเฉพาะรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ รวมถึงโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) หรือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่จึงมีเป้าหมาย เพื่อต้องการติดตามความก้าวหน้า และผลักดันการดำเนินการของโครงการฯในด้านต่างๆ หากพบอุปสรรคใดก็จะเร่งแก้ไข ให้เสร็จสิ้นตามแผนที่กำหนดไว้ โดยในส่วนโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน ช่วงมาบกะเบา–ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี ซึ่งเริ่มต้นก่อสร้างที่สถานีมาบกะเบา อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ผ่านพื้นที่ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน และมาสิ้นสุดโครงการที่สถานีชุมทางถนนจิระ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา วงเงินลงทุน 29,968 ล้านบาท

ปัจจุบัน ภาพรวมด้านงานโยธา สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา–คลองขนานจิตร คืบหน้าไปแล้วร้อยละ 96.36 ช้ากว่าแผนงานร้อยละ 3.64 และสัญญาที่ 3 งานอุโมงค์ มีความคืบหน้าร้อยละ95.36  ช้ากว่าแผนงานร้อยละ 4.64 เนื่องจากอยู่ระหว่างการเวนคืนพื้นที่จากประชาชน  ส่วนสัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร – ชุมทางถนนจิระ อยู่ระหว่างการแก้ไขรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ ช่วงสถานีโคกกรวด – ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 16 กิโลเมตร และปรับกรอบวงเงินเพื่อให้สอดคล้องกับโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงโคกกรวด - นครราชสีมา งานสัญญาที่ 3 – 5 เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณสูงสุด โดยคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการรถไฟฯ ได้ภายในเดือนสิงหาคม 2567 จึงมอบหมายให้การรถไฟฯ เร่งรัดดำเนินการในด้านต่างๆ ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน

ส่วนในรายละเอียดของสัญญาที่ 1  ช่วงบริเวณสะพานข้ามทางรถไฟ (Overpass) บ้านท่ามะนาว อำเภอปากช่อง ความยาว 900 เมตร  ปัจจุบันในส่วนที่เป็นโครงสร้างยกระดับข้ามทางรถไฟ ความยาว 400 เมตรเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นถนนทางราบ (At-grade) อีกประมาณ 500 เมตรที่อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่ ขณะที่การสร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) บริเวณถนนเทศบาล 9 อำเภอปากช่อง ความยาว 300 เมตร ก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 77 ของมูลค่างาน ที่เหลืออยู่ระหว่างเวนคืนที่ดินของเอกชน ซึ่งการรถไฟฯ กำลังขออนุมัติงบประมาณเวนคืนเพิ่มเติม 197.38 ล้านบาท หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ความเห็นชอบ ก็จะเร่งดำเนินการได้ต่อในเดือนตุลาคม 2567  เพื่อให้การดำเนินทั้งโครงการเสร็จตามเป้าหมายภายในเดือนธันวาคม 2568

ส่วนการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างปากอุโมงค์ลำตะคอง (อุโมงค์ 3) ฝั่งมุ่งหน้าสถานีคลองไผ่  ระยะทาง 237 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางนั้น ขณะนี้การรถไฟฯ อยู่ระหว่างเสนองานเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนงานภายในปี 2567 ต่อมานายสุรพงษ์ ได้นำคณะเดินทางไปที่สถานีนครราชสีมา เพื่อติดตามโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) ระยะทางรวม 250.77 กิโลเมตร ซึ่งได้กำชับให้การรถไฟฯ เร่งรัดการก่อสร้าง รวมถึงแก้ไขอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ทันตามแผนงานที่กำหนดไว้ภายในปี 2571

สำหรับความก้าวหน้าโครงการ ล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 2567 ภาพรวมได้ดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 33.48 โดยในส่วนแผนก่อสร้างงานโยธา 14 สัญญา ซึ่งเริ่มก่อสร้างไปตั้งแต่เมื่อปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ได้ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 2 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา และยังไม่ลงนาม 2 สัญญา   มีรายละเอียด ดังนี้

ก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว 2 สัญญา
- สัญญาที่ 1 – 1 ช่วงกลางดง - ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม.
- สัญญาที่ 2 - 1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก ระยะทาง 11.00 กม.   

อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญา
1. สัญญา 3-1 ช่วงแก่งคอย-กลางดง และปางอโศก-บันไดม้า ระยะทาง 30.21 กม. ผลงาน 0.43 %  
2. สัญญา 3-2 งานอุโมงค์มวกเหล็ก และลำตะคอง ระยะทาง 12.23 กม. ผลงาน 66.32 %  
3. สัญญาช่วงบันไดม้า-ลำตะคอง ระยะทาง 26.10 กม. ผลงาน 51.19 %  
4. สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด ระยะทาง 37.45 กม. ผลงาน 75.97 %  
5. สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา ระยะทาง 12.38 กม. ผลงาน 7.62 %  
6. สัญญา 4-2 ช่วงดอนเมือง-นวนคร ระยะทาง 21.80 กม. ผลงาน 0.32 %  
7. สัญญา 4-3 ช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. ผลงาน 33.46 %  
8. สัญญา 4-4 ศูนย์ซ่อมบำรุงเชียงรากน้อย ผลงาน 12.24 %  
9. สัญญา 4-6 ช่วงพระแก้ว-สระบุรี ระยะทาง 31.60 กม. ผลงาน 2.62 %
10. สัญญา 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กม. ผลงาน 54.65 %

ส่วนที่ยังไม่ลงนาม 2 สัญญา
1. ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง 15.21 กม.  
2. ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ระยะทาง 13.30 กม.   

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้รายงานความคืบหน้าแผนการสร้างสถานีรถไฟนครราชสีมาแห่งใหม่ สำหรับรองรับโครงการรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่เพื่อการรื้อถอนสถานีรถไฟเดิม เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสถานีใหม่ โดยรูปแบบจะเป็นลักษณะอาคารขนาดใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งลิฟต์ บันไดเลื่อน บันไดทางขึ้นลง บันไดหนีไฟ ห้องสุขา ห้องพักสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ห้องให้นมบุตร ห้องรับฝากสิ่งของ ห้องจำหน่ายตั๋ว ห้องเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ตลอดจนพื้นที่ใช้สอยสำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ จึงได้สั่งการให้การรถไฟฯ เร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงการขนส่ง เพื่อให้นครราชสีมาเป็นศูนย์กลางรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยว ไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นในจังหวัด รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะการเชื่อมโยงจากโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก่ประชาชนคนไทยได้อีกมาก


ในโอกาสนี้ นายสุรพงษ์ ยังได้นำคณะร่วมโดยสารขบวนรถไฟท่องเที่ยว KIHA ที่สถานีรถไฟปากช่อง และร่วมรับประทานอาหาร ของดีวิถีริมราง เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์เส้นทางรถไฟท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศตามนโยบายของรัฐบาล โดยในเส้นทางของดีวิถีริมรางในจังหวัดนครราชสีมา ถือเป็นแหล่งรวบรวมอาหารที่มีชื่อเสียงมากมายไม่ว่า ข้าวหมูแดงที่สถานีปากช่อง ผัดหมี่และปลาร้าทอดกรอบที่สถานีนครราชสีมา ข้าวโพดหวาน ที่หอมหวาน เปลือกบางที่สถานีปางอโศก น้อยหน่าผลใหญ่ รสหวานทานง่าย ที่สถานีกลางดง เป็นต้น

ท้ายนี้ นายสุรพงษ์ มั่นใจว่าหากการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ รวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมาดำเนินการได้แล้วเสร็จ จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มขีดความสามารถในระบบโลจิสติกส์ของไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศ และขับเคลื่อนให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ในการเดินทาง การขนส่งสินค้าของประชาชนคนไทยได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

cr.ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย


275 4,801