July 03,2024
โคราชเริ่ม‘บำนาญประชาชน’ ปลูกต้นไม้เป็นเงินออม ตั้งเป้า ๑ ล้านต้นภายในปี ๖๗

เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่สวนรุกขชาติปรุใหญ่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๘ นครราชสีมา ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา นางสมพิส ทองดีนอก เกษตรจังหวัดนครราชสีมา นายสราวุธ อุเทนรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๘ นครราชสีมา และนายชัชนรินทร์ อ่อนราษฎร์ เกษตรต้นแบบอำเภอปากช่อง ร่วมแถลงข่าวโครงการบำนาญประชาชน ปลูกต้นไม้เป็นเงินออมโดยโครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นบำนาญในยามชราและเป็นทางเลือกให้กับประชาชน แรงงานนอกระบบ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฯลฯ ที่ไม่มีบำเหน็จบำนาญในยามชรา หากเริ่มปลูกไม้มีค่าตั้งแต่อายุยังน้อย ต้นไม้ที่ปลูกจะเติบโตมีราคาในอนาคต รวมทั้งการปลูกต้นไม้ยังเป็นการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟู ส่งเสริมพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน เป็นการลดก๊าซเรือนกระจกและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีตัวแทนเกษตรกร ส่วนราชการ เข้าร่วมพร้อมรับมอบพันธุ์ไม้ เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าไม้ ที่มีต้นไม้ขึ้น เนื้อที่ ๒ ล้านไร่เศษ คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๕๔ ของพื้นที่จังหวัด จึงต้องเร่งรัดดำเนินการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในทุกรูปแบบและต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมรวมทั้งสถานการณ์บุกรุกทำลายป่าในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาที่ดินทำกินและปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้โครงการจะเริ่มดำเนินงานภายในปี ๒๕๖๗ ตั้งเป้าเกษตรกรหรือประชาชนทั่วไปเข้าร่วมโครงการ ไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ คน และมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านต้น สำหรับเกษตรกร และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถาม รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอ ทั้ง ๓๒ อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา

“ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าว มี ๔ ข้อหลักประกอบด้วย ๑.จะมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นในพื้นที่จากจำนวน ๑ ล้านต้นที่ตั้งเป้าหมายไว้ ๒.ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเองที่มีเอกสารสิทธิ์ และภาครัฐจะรับลงทะเบียนเพื่อยืนยันว่าต้นไม้ที่ปลูกนั้นเป็นต้นไม้ของประชาชนเจ้าของที่ดินและสามารถขายให้กับภาครัฐได้ในอนาคต ๓.ธ.ก.ส.รับต้นไม้เป็นสินทรัพย์ในการค้ำประกันเงินกู้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ และ ๔.ประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต โดยเฉลี่ยแล้วราคาประเมินต้นไม้ที่แจกจ่ายให้ปลูกนั้น ปลูก ๓๐ ปี จะมีราคาต้นละ ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ที่เข้าร่วมโครงการสามารถปลูกได้ตั้งแต่ ๕๐-๒๐๐ ต้น เฉลี่ยจะมีเงินบำนาญไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท สำหรับต้นไม้ที่โครงการกำหนดให้ปลูกและจะแจกจ่ายให้ประชาชน เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ต้นพะยูงต้นยางนา ต้นประดู่ป่า ต้นมะค่าโมง ต้นแดง และต้นมะฮอกกานี” นายชัยวัฒน์ กล่าว




นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๖ วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน - วันที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๗
106 332



