11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

July 03,2024

๔๑๓....อิจฉาคนไทยปี ๒๐๓๐ (๗)

 

วันนี้ปิดเรื่องอิจฉาคนไทย ปี ๒๐๓๐ ได้เสียที ยังมีเรื่องรอบๆ บ้านเราที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วอีกมากที่อยากหยิบมาเล่าสู่กันฟัง ไม่น่าเชื่อว่าโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคอินเทอร์เน็ตที่การเข้าถึงข้อมูลนั้นจะทำได้ง่าย ไม่ว่าอะไรที่อยู่ในความสนใจจะถูกส่งต่อถึงกันได้แค่ปลายนิ้ว และอะไรที่ไม่ดีไม่ถูกต้องก็จะส่งต่อถึงกันด้วยปลายนิ้วเช่นกัน ประเทศไหนที่มีต้นทุนมีหน้าตักมาดีก็จะไปต่อได้ ไม่ต่างจากเสือติดปีก ในขณะที่อีกประเทศไม่มีต้นทุน แต่โหมการใช้สื่อโซเชียลสร้างภาพลวงไม่ตรงปก สุดท้ายก็ปลายนิ้วอีกนั่นละที่กดผู้ส่งสารลวงโลกลงต่ำกว่าตอนเริ่มต้นส่งสาร ครับ..ผมกำลังเอ่ยถึงกัมพูชา เกริ่นสู่กันฟัง พอเป็นหนังตัวอย่าง หนังจริงว่ากันตอนต่อไป วันนี้สรุปเรื่องที่ผมอิจฉาคนไทยให้จบก่อน

 

ไทย ใช่ว่าอยู่เฉยๆ จะดีได้เอง
เป็นการทำงานจากรุ่นส่งต่ออีกรุ่น
ห้าสิบปีที่ดอกผลความสำเร็จผลิบาน

เมืองอัจฉริยะ เขตเศรษฐกิจพิเศษสี่ภาค รถไฟความเร็วสูงทั่วไทย รถไฟทางคู่ ถนนเศรษฐกิจตะวันออกและตะวันตก ผมขึ้นตัวดำหนาๆ ไว้จะได้เห็นชัดๆ ทั้งหมดนี้ต่อยอดขึ้นมาจากการพัฒนาที่ได้เคยทำมาแล้วก่อนหน้า ประเทศไทยเราไม่ได้แข่งขันเพื่อขึ้นที่หนึ่งกับใคร ไม่ได้แข่งกับมาเลเซีย ไม่ได้แข่งกับสิงคโปร์ เพราะศักยภาพสองชาตินั้นเหมือนกระต่าย ไทยเราเหมือนเต่าที่อดทนเดินช้า แต่เดินไม่หยุด เราพัฒนามาเรื่อยๆ เมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้ว บนโลกโซเชียลในเว็บไซต์ที่ใช้เป็นสื่อกลางพูดคุยกันของคน ทั้งโลกหลายเว็บไซต์วันนั้นเรายอมรับว่าเราแพ้มาเลเซีย แต่วันนี้คนมาเลเซียออกมายอมรับแล้วว่า แพ้ไทย แม้แต่คนสิงคโปร์ก็ออกปากว่า ถ้าเรามีขนาดพื้นที่เท่ากับประเทศไทย เรายังไม่รู้ว่าเราจะพัฒนาได้แบบไทยหรือเปล่า เคยไปสิงคโปร์ไหมครับ สามวันผมก็เที่ยวได้หมดแล้ว เพราะสิงคโปร์มีพื้นที่เท่าๆ เกาะภูเก็ต สเกลการทำงานต่างกันเยอะ น่าภูมิใจที่เต่าจอมอึดตัวนี้ เอาชนะกระต่ายได้

 

อ่ะ..ทีนี้ ผมให้ดูที่เขตเศรษฐกิจสี่ภาค หลายคนสงสัย ก็มีแล้วนี่ ทำไมมันยังไม่ไปหน้ามาหลัง ใช่ครับมีมาก่อนหน้าเมืองอัจฉริยะเสียอีก รบก็ต้องปรับกำลังรบ แม่ทัพไร้ฝีมือจะต้องเปลี่ยนแม่ทัพ เมื่อก่อนการผลิตเราจะเป็นการผลิตขั้นพื้นฐาน เป็นสินค้าที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไรมาก ซึ่งผมก็เคยได้เขียนแล้วว่า ระบบการผลิตเหล่านี้ได้ย้ายฐานการผลิตไปเพื่อนบ้านหมดแล้ว เขตเศรษฐกิจสี่ภาคของไทยนั้นจะได้รับการอัดฉีดเทคโนโลยีการทำงานใหม่ๆ รับไม้ต่อจากเมืองอัจฉริยะ โดยเมืองอัจฉริยะจะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง เป็นโรงงานต้นแบบ สูบฉีดเทคโนโลยีเข้าไปตามเขตเมืองเศรษฐกิจทั้งสี่ สิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตคนทำงานมีคุณภาพสูงขึ้น รายได้ดีขึ้น เราจะก้าวเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรม

เมืองไทยจะเป็นตลาดแรงงานราคาสูง

เอาอย่างนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นสำหรับเมืองโคราช นอกจากรถไฟความเร็วสูงที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบเมือง ผมอยากให้มองไปที่ถนนเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อมสี่ประเทศเข้าด้วยกัน จากฝั่งตะวันตกที่ประเทศพม่าเข้ามาไทยที่จังหวัดตาก วิ่งผ่านภาคอีสานไปออกลาวที่จังหวัดมุกดาหาร และต่อไปถึงเวียดนามได้เส้นทางนี้ไทยสร้างเสร็จเรียบร้อย รอเชื่อมต่อกับพม่าและลาว ถนนเส้นนี้จะช่วยให้การขนส่ง และการค้าพม่า ไทย ลาว และเวียดนาม เติบโตขึ้น อีสานจะเป็นภาคที่มีการเจริญเติบโตสูง ตลอดสองข้างทางจะมากด้วยโรงงาน ไทยเราจะได้เปรียบเพื่อนบ้านอยู่หลายช่วงตัว แม้ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ไทยจะกลายเป็นตลาดแรงงานเบอร์หนึ่งในอาเซียน มันส่งผลดีต่อลูกหลานไทยแน่นอน เพราะงานในตำแหน่งสูงย่อมตกเป็นของลูกหลานไทย ภาพแรงงานกระจุกตัวจะค่อยๆ หายไป หยุดเทศกาลจะไม่เป็นวันหยุดเคลื่อนย้ายแรงงานกลับบ้านกันอีกต่อไป เพราะงานจะกระจายออกทั่วประเทศ

 

พอมองภาพเมืองไทยในอีก ๕-๑๐ ปี ข้างหน้าออกไหมครับ ผมละอยากไปเกิดใหม่ สมัยผมเรียบจบมานั้น งานไม่ได้มีตำแหน่งอะไรให้เลือกทำมากนัก วันนี้ประเทศไทยวางแผนพัฒนาประเทศมาได้อย่างราบรื่นเป็นขั้นเป็นตอน เป็นประเทศที่มีความมั่นคงสูงเกินกว่าคำว่าอาเซียนจะมาครอบไว้ แม้จะมีสิงคโปร์ที่ยืนดูอยู่ไกลๆ แต่ถ้าวัดกันเรื่องศักยภาพ และความสามารถผลักดันให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อีก สิงคโปร์ยอมรับกลายๆ ว่า เราอาจต้องสูญเสียตำแหน่งนี้ให้ไทย แม้แต่เรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยที่สิงคโปร์พยายามมีนอกมีใน เพื่อสกัดไม่ให้อภิมหาโปรเจ็กต์นี้เกิด สุดท้ายก็ต้านกลุ่มนักลงทุนจีนกับญี่ปุ่นไม่ไหว ซึ่งโดยปกติสองชาตินี้ไม่ทำมาหากินใกล้กัน มีไทยชาติเดียวในโลกที่ทำให้จีนกับญี่ปุ่นต้องมาทำมาหากินใกล้กัน เห็นรถไฟความเร็วสูงไหม ลื้อว่าลื้อแน่ งั้นอั๊วให้ญี่ปุ่นทำรถไฟความเร็วสูงสายเหนือแล้วกัน ถ้าดีเอาสายใต้ไปอีก ไทยรักษาสมดุลของมหาอำนาจได้อย่างไร้รอยต่อ 

เมืองไทยเหมือนว่าวติดลมบน
ไม่ต้องออกแรงมากเหมือนเพื่อนบ้าน
 

เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว เมืองไทยยังเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในอาเซียน ช่วงนั้นเพื่อนบ้านจะตกอยู่ในอาณัติของฝรั่งเศสบ้าง อังกฤษบ้าง อเมริกาบ้าง ไทยเราเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวใครจะคิดละครับ มาวันนี้ไทยขึ้นมายืนระดับหัวแถวได้ เมืองไทยโชคดีเหมือนมีกระเป๋าเงินใส่งบประมาณสองใบ ใบแรกคืองบประมาณประจำปี ใบที่สองมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งผมเคยเล่าไปแล้วรายได้จากการท่องเที่ยวหายใจรดต้นคอรายได้งบประมาณประจำปี พนันได้เลยว่าเงินจากการท่องเที่ยวจะเกินหน้างบประมาณประจำปีของชาติ ในเร็วๆ นี้ เป็นเรื่องดีครับ ดีมากๆ ด้วย เพราะสองในห้าของคนทำงานในเมืองไทยทุกวันนี้ เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวไม่ทางตรงก็ทางอ้อม เงินจากการท่องเที่ยวนี่ละ สามารถอัดฉีดเข้ากระเป๋าผู้ประกอบการได้โดยตรง 

 

ก่อนหน้านั้น ฝรั่งมาเที่ยวไทยไปดูไปเห็นได้ไม่กี่ที่ มาวันนี้แม้แต่ข้าวแกงในตลาดก็ไปนั่งกิน นั่งรีวิว ช่วยกระจายข่าวเมืองไทยออกสู่สายตาชาวโลก แม้แต่คนเกาหลีมาเที่ยวเมืองไทยยังติดใจกับร้านเหล้าเมืองไทย คือร้านเหล้าในเกาหลีจะเหม็นบุหรี่มาก ผมเข้าไปนั่งกินเบียร์ไม่อร่อย เพราะผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ ร้านเหล้าหรือผับในเกาหลี ไม่สะอาดเท่าเมืองไทย สาวๆ เกาหลีมาเที่ยวผับ เที่ยวร้านเหล้าในเมืองไทย พอกลับบ้านไปกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์คุยกันในหมู่เพื่อนฝูง

ทุกวันนี้ผมไม่ห่วงเมืองไทยเลย เราแข็งแกร่ง แม้แต่ค่าเงินบาทก็ดูดีกว่าหลายชาติ มาเลย์และเวียดนามค่าเงินอ่อนกว่าไทยอีก มาเลย์เข้าขั้นแย่ ค่าเงินรูดมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว วันนี้ยังรูดอยู่ คนมาเลย์เลยขนเงินมาเที่ยวเมืองไทย เพราะข้าวของในมาเลเซียแพงมาก ระบบการตลาดของมาเลย์มีปัญหามานาน ยังแก้ไม่ได้ เวียดนามก็ค่าเงินร่วง เกิดอาการสมองไหล คนที่ไปเรียนเมืองนอกไม่กลับมาทำงานในเวียดนาม ระบบไฟฟ้าไม่พอใช้ บริษัทยักษ์ใหญ่ต้องเปลี่ยนเข็มมาไทย เพราะระบบไฟฟ้าของไทยในทุกวันนี้สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าได้อีกสองเท่าตัว

 

ผมจำไม่ได้แล้วว่า ตัวเลขเท่าไร จำได้แต่ว่าเรารองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศได้อีกสองเท่าสบายๆ เหตุผลนี้ละที่ทำให้บริษัทข้อมูลยักษ์ใหญ่ของโลกมุ่งมาที่ไทย เพราะบริษัทข้อมูลต้องการใช้กำลังไฟมากและเสถียร เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังว่าบริษัทข้อมูลที่มาลงทุนในไทยสองแสนล้านบาทกับที่ไปลงทุนในมาเลเซีย ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท มันแตกต่างกันอย่างไร ใครได้ใครเสีย ก่อนจบวันนี้ผมเอาชี้เป้า ๓๐ เส้นทางท่องเที่ยวรถไฟมาให้ดู ไม่มีเลย เฉี่ยวโคราชไปหมด เผื่อผู้มีอำนาจจะพิจารณาเจรจากับการรถไฟ ขอมาลงโคราชให้เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาบ้าง จบแล้วครับซีรี่ย์อิจฉาคนไทยปี ๒๐๓๐ จบแต่งานเขียน แต่ความอิจฉายังมีอยู่เหมือนเดิม เพราะคนไทยรุ่นต่อจากนี้ไป..ลื้อโชคดีจริงๆ

•โกแพท

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๔๙ ฉบับที่ ๒๗๖๖ วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน - วันที่ ๑๔ เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๗


55 673