11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

July 31,2024

รถไฟไทย-ลาว ถึงปลายทางเวียงจันทน์ (คำสะหวาด)

 

การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการขบวนรถโดยสารระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไป-กลับรวม ๔ ขบวน ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) และเส้นทางอุดรธานี-เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เริ่มให้บริการขบวนปฐมฤกษ์ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป

ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อ ๑๕ ปีก่อน วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๒ มีพิธีเปิดการเดินขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ก่อนเปิดการเดินรถจากสถานีหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ถึงสถานีท่านาแล้ง

ความเป็นมาของการก่อสร้างทางรถไฟไทย-ลาว เกิดขึ้นจากเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๐ รัฐบาลไทยและรัฐบาล สปป.ลาวได้ร่วมลงนามสัญญาว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกัน เพื่อให้มีการเดินรถไฟ  ร่วมกันระหว่างสองประเทศ และให้การรถไฟของทั้งสองฝ่ายร่วมกันกำหนดจำนวนขบวนรถโดยสารและตารางการเดินรถ

ต่อมาวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความช่วยเหลือรัฐบาล สปป.ลาว ก่อสร้างทางรถไฟจากช่วงกึ่งกลางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ถึงสถานีท่านาแล้ง ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร ในวงเงิน ๑๙๗ ล้านบาท โดยเป็นเงินช่วยเหลือแบบให้เปล่าร้อยละ ๓๐ และเงินกู้ผ่อนปรนแบบมีเงื่อนไขร้อยละ ๗๐

ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาเงินกู้ในระหว่างการประชุมร่วมรัฐมนตรี ไทย-ลาว เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๗ แต่เนื่องจากกฎระเบียบในสัญญาฉบับเดิมล้าสมัย ทั้งสองฝ่ายจึงได้จัดทำสัญญาฉบับใหม่และได้ลงนามการตกลง ว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกันในระหว่างการประชุม สุดยอดผู้นำ ๖ ประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๑

อย่างไรก็ตาม การเดินรถระหว่างสถานีหนองคาย กับสถานีท่านาแล้ง มีระยะทางเพียงแค่ ๕.๕๘ กิโลเมตร ให้บริการไป-กลับวันละ ๔ ขบวน ค่าโดยสาร ๒๐ บาท มีด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีหนองคาย และสถานีท่านาแล้ง แต่ปัญหาก็คือ สถานีรถไฟท่านาแล้ง ไม่มีรถเมล์ให้บริการ ต้องนั่งรถตู้เข้าเมืองราคาแพง

เมื่อเทียบกับนั่งรถโดยสารประจำทางลงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เสียค่ารถเมล์ขึ้นสะพานมิตรภาพ ๓๕ บาท จากนั้นเมื่อทำพิธีผ่านแดน สปป.ลาวเรียบร้อยแล้ว มีรถเมล์สาย ๑๔ สะพานมิตรภาพ-ตลาดเช้า ค่าโดยสาร ๑๘,๐๐๐ กีบ (ราคาเมื่อสิ้นปี ๒๕๖๖) หรือถ้านั่งรถเมล์จาก บขส.อุดรธานีไปเวียงจันทน์ จ่าย ๘๐ บาท นั่งรถต่อเดียวถึงตลาดเช้า

อย่างไรก็ตาม ทางรถไฟลาว-ไทยยังไม่หยุดอยู่แค่สถานีท่านาแล้ง เมื่อมีการก่อสร้างทางรถไฟและสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ในปี ๒๕๖๒ ใช้งบประมาณก่อสร้างรวม ๙๙๔.๖๘ ล้านบาท โดยฝ่ายไทย    คือ สำนักงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (NEDA) สนับสนุนการก่อสร้าง ๓๐% อีก ๗๐% เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

 

กระทั่งการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๖ โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย และนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ แต่ยังต้องพัฒนาบุคลากร ฝึกพนักงานขับรถไฟ ร่วมกับรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว และทดลองเดินรถก่อนเปิดให้บริการจริง

สำหรับสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ตั้งอยู่ที่บ้านคำสะหวาด เมืองไซเสดถา ห่างจากประตูชัย ประมาณ ๘ กิโลเมตร และห่างจากสถานีนครหลวงเวียงจันทน์ โครงการรถไฟลาว-จีน ประมาณ ๑๗ กิโลเมตร 
เป็นอาคาร ๒ ชั้น มี ๒ ชานชาลา ชั้น ๑ มีพื้นที่ ๖,๓๐๐ ตารางเมตร ชั้น ๒ มีพื้นที่ ๓,๖๐๐ ตารางเมตร มีพื้นที่ชานชาลาอีก ๓,๖๐๐ ตารางเมตร ส่วนรางรถไฟที่ใช้มีขนาด ๑ เมตร ก่อสร้างต่อจากสถานีท่านาแล้ง ระยะทาง ๘.๔๘ กิโลเมตร และหากนับจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) จะมีระยะทางห่างกัน ๖๓๕.๐๖ กิโลเมตร 

อย่างไรก็ตาม สำหรับขบวนรถสินค้าจากประเทศไทย ที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศจีนจะใช้วิธีเปลี่ยนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ขบวนรถสินค้าจากประเทศไทย ไปยังแคร่ขนสินค้าของทางรถไฟลาว-จีน ซึ่งใช้รางขนาด ๑.๔๓๕ เมตร ที่โครงการเวียงจันทน์ โลจิสติกส์ พาร์ค ใกล้กับสถานีท่านาแล้ง ก่อนขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีนต่อไป

มาถึงการเปิดให้บริการขบวนรถไฟไทย-ลาว การรถไฟฯ ได้ปรับเวลาการเดินรถ โดยใช้ขบวนรถเร็วที่ ๑๓๓ กรุงเทพอภิวัฒน์-หนองคาย และขบวนรถเร็วที่ ๑๓๔ หนองคาย-กรุงเทพอภิวัฒน์เดิม ขยายไปยังปลายทางสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ซึ่งขบวน ๑๓๓ เวลาการเดินรถเหมือนเดิมแต่ขบวน ๑๓๔ เปลี่ยนไป

เดิมขบวน ๑๓๔ ออกจากสถานีหนองคาย ๑๘.๕๐ น. ก่อนที่ขบวนรถด่วนพิเศษ (CNR) อีสานมรรคา ขบวนที่ ๒๖ หนองคาย-กรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งเป็นรถนอน ออกจากสถานีเป็นขบวนสุดท้ายของวัน เวลา ๑๙.๔๐ น. มาคราวนี้ รถออกจากสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เวลา ๑๘.๒๕ น. ถึงสถานีหนองคาย ทำพิธีตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย

ก่อนรถออกจากสถานีหนองคายอีกครั้ง ๒๐.๑๕ น. ตามหลังขบวนรถอีสานมรรคาไป ๓๕ นาที ทำให้จากเดิมถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ๐๕.๒๐ น. กลายเป็นเวลา ๐๗.๓๐ น. ช้ากว่าตารางเดินรถเดิมกว่า ๒ ชั่วโมง 

ถึงกระนั้น พบว่าขบวนรถมีตัวเลือกมากขึ้น เพราะมีทั้งรถธรรมดา ชั้น ๓ (พัดลม) จำนวน ๑๕๒ ที่นั่ง ค่าโดยสารจากกรุงเทพอภิวัฒน์ไปเวียงจันทน์ ๒๘๑ บาท รถนั่งปรับอากาศ ชั้น ๒ จำนวน ๖๔ ที่นั่ง ค่าโดยสารจากกรุงเทพฯ ๕๗๔ บาท และรถนั่งและนอนปรับอากาศ ชั้น ๒ จำนวน ๓๐ ที่นั่ง ค่าโดยสารจากกรุงเทพฯ เตียงบน ๗๘๔ บาท เตียงล่าง ๘๗๔ บาท

ถูกกว่าขบวนรถด่วนพิเศษอีสานมรรคา กรุงเทพอภิวัฒน์-หนองคาย ชั้น ๒ เตียงบน ๘๙๔ บาท เตียงล่าง ๙๙๔ บาท ส่วนจะหลับสบายกว่าหรือไม่ อันนี้แล้วแต่บุคคล ส่วนตัวเคยนอนขบวนอีสานมรรคา ปรากฏว่านอนไม่หลับ กว่าจะหลับสนิทอีกทีเมื่อเลยสถานีลำนารายน์ จ.ลพบุรีไปแล้ว สรุป ถึงกรุงเทพอภิวัฒน์อ่อนเพลียมากเพราะนอนไม่พอ

 

ใครมาถึงกรุงเทพฯ แล้วอยากอาบน้ำแต่งตัวไปธุระต่อ มีห้องอาบน้ำที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ประตู ๕ บริการฟรี แต่ต้องนำตั๋วรถไฟหรือหลักฐานแทนตั๋วรถไฟ มาแสดงแก่แม่บ้านก่อนใช้บริการ

ขณะเดียวกัน ยังได้ยกเลิกขบวนรถไฟระหว่างสถานีหนองคาย ถึงสถานีท่านาแล้ง ไป-กลับ ๔ ขบวน และไม่จอดให้ลงรถไฟที่สถานีท่านาแล้งอีกต่อไป เนื่องจากด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาวจะย้ายไปให้บริการที่สถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) แทน โดยจอดเพื่อเปลี่ยนพนักงานขับรถไฟจากชาวไทยเป็นชาวลาวเท่านั้น

แต่ก็มีขบวนรถทดแทน ได้แก่ ขบวนรถธรรมดาที่ ๑๔๗ อุดรธานี–เวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ออกจากสถานีอุดรธานี ๑๖.๐๐ น. ผ่านสถานีหนองคาย ๑๖.๔๐ น. ทำพิธีตรวจคนเข้าเมือง ถึงสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ๑๗.๕๕ น. 

และขบวนรถธรรมดาที่ ๑๔๘ เวียงจันทน์ (คำสะหวาด)-อุดรธานี ออกจากสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ๐๙.๓๕ น. ถึงสถานีหนองคาย ๑๐.๐๕ น. ทำพิธีตรวจคนเข้าเมือง ถึงสถานีอุดรธานี ๑๑.๒๕ น.

แม้จะมีตัวเลือกทั้งรถธรรมดา (พัดลม) กับรถปรับอากาศ แต่ราคาไม่เป็นมิตรกับนักเดินทางเท่าไหร่ เพราะค่าโดยสารรถพัดลม จากอุดรธานีไปหนองคาย ๓๐ บาท อุดรธานีไปเวียงจันทน์ ๑๐๐ บาท หนองคายไปเวียงจันทน์ ๗๐ บาท แต่รถปรับอากาศจา

อุดรธานีไปหนองคาย ๘๐ บาท อุดรธานีไปเวียงจันทน์ ๒๐๐ บาท หนองคายไปเวียงจันทน์ ๑๒๐ บาท 

 

ไม่นับรวมเหมารถรับจ้างจากสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ไปตลาดเช้า หรือสถานีรถไฟลาว-จีน หลักร้อยบาท แต่รถเมล์อุดรธานี-เวียงจันทน์ จ่ายเพียง ๘๐ บาท รถเมล์หนองคาย-เวียงจันทน์ ๕๕ บาทเท่านั้น ส่งถึงใจกลางตลาดเช้า 

แต่นับว่าโชคดีที่รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครหลวงเวียงจันทน์ นำรถเมล์สาย ๑๒ มาให้บริการจากสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ไปยังตลาดเช้า ค่าโดยสาร ๒๐,๐๐๐ กีบ หรือประมาณ ๓๕ บาท ผ่านตลาดบึงธาตุหลวง ศูนย์การค้าไอเต็กมอลล์ (บิ๊กซี) ธาตุหลวงประตูชัย แต่ถ้าจะไปสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์ ของโครงการรถไฟลาว-จีน ยังคงต้องเหมารถรับจ้าง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ 

สิ่งที่อยากจะฝากทิ้งท้ายมีอยู่ ๒ เรื่อง คือ ใครที่ใช้หนังสือเดินทาง ก่อนออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องดูให้แน่ใจว่ามีตราประทับอยู่ ไม่อย่างนั้นจะเสียค่าปรับแพงมาก กับค่าครองชีพใน สปป.ลาวอยู่ในระดับที่สูง และมีเรื่องค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แนะนำว่าให้แลกเงินกับธนาคารลาว หรือสแกนจ่ายผ่านแอปฯ ธนาคารไทยดีกว่า ขณะนี้มีเฉพาะธนาคารกรุงศรีฯ เท่านั้น 

ขอให้เดินทางกันให้สนุกในปีท่องเที่ยวลาว แม้สภาวะเศรษฐกิจทั้งบ้านเขาและบ้านเรา จะไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๗๖๗ วันที่ ๑๕ เดือนกรกฎาคม - วันที่ ๑๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๗


316 3,125