11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

August 02,2024

‘มาร์ค’ จักรพงษ์ ฝาชัยภูมิ ผู้สร้างสรรค์ “ปั้นดิ๋น”

 

“เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน” 

คำขวัญของ “จังหวัดนครราชสีมา” ล้วนเป็นที่รู้จักของผู้คนอย่างกว้าง และสิ่งเหล่านี้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเมืองอย่างมหาศาล โดยเฉพาะ “เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน” ที่ผ่านมาได้รับความนิยมอย่างมาก ที่ชุมชนด่านเกวียนคึกคัก มีรถจอดซื้อผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะหลังดูจะซบเซาลงอย่างมาก แม้จะมีการจัดงานเพื่อกระตุ้นการตลาดก็ตาม คงต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง 

“โคราชคนอีสาน” พามารู้จักกับงานปั้นที่มีการออกแบบให้มีความทันสมัย ประโยชน์ใช้สอยเยอะ ซึ่งเดินไปเจอะเจอเมื่อคราวที่นำไปออกบูธที่ศูนย์การค้าใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองโคราช เรียกว่าโดดเด่นสะดุดตา ทำให้ต้องถลาไปเชยชม มีทั้งชุดถ้วยกาแฟ จาน แจกัน สิ่งตกแต่ง แม้กระทั่งพระพิฆเนศก็ยังมี และมีแบบหลากหลายขนาดด้วย 

เมื่อทราบว่า เป็นผลงานของร้าน “ปั้นดิ๋น” หรือ PANDIN design & clay ในเวลาต่อมาจึงนัดหมายและรีบรุดไปยังที่หมายของร้าน ซึ่งตั้งอยู่ในย่านที่อึกทึกที่สุดในโคราชตอนนี้คือซอย ๓๐ กันยา ซึ่ง “ปั้นดิ๋น” เป็นร้านเล็กๆ เพียง ๑ คูหา มีชายหนุ่มอย่าง ‘มาร์ค’ จักรพงษ์ ฝาชัยภูมิ เป็นเจ้าของ และมีรุ่นน้องเทคโนราชมงคลมาช่วยงานด้วย

 

‘มาร์ค’ ไม่ใช่คนชัยภูมินะ เขาเกิดที่อำเภอเสิงสางนี่แหละ จบปริญญาตรีด้านการออกแบบเซรามิก จาก มทร.อีสาน และปัจจุบันก็ทำงานในตำแหน่งนักวิชาการช่างศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มทร.อีสาน และเริ่มสร้างแบรนด์ PANDIN design & clay หรือ “ปั่นดิ๋น” (ภาษาโคราช) เมื่อปี ๒๕๕๗ 

“ดินด่านเกวียนยังอยู่ในคำขวัญของโคราช จึงอยากให้ผู้ใหญ่ส่งเสริมมากกว่านี้ มีพื้นที่ในการจัดแสดงงานเพื่อจำหน่าย” ‘มาร์ค’ จักรพงษ์ ฝาชัยภูมิ กล่าว

เขาบอกว่า เมื่อเรียนจบป.ตรี ในปี ๒๕๕๒ ก็ไปทำงานฝึกฝนด้านงานปั้นที่ด่านเกวียนช่วงปี ๒๕๕๓ เพราะอยากเรียนรู้เทคนิคบางอย่างที่ในห้องเรียนไม่มีสอน ทำงานอยู่ประมาณ ๔ ปีเขาก็ออกมาสร้างสรรค์แบรนด์ร่วมกับเพื่อนคนหนึ่ง ในปี ๒๕๕๗ เริ่มต้นขายงานในราคาถูกๆ ปั้นจากดินด่านเกวียนขายชิ้นละสิบบาทยี่สิบบาท และมีโอกาสไปร่วมงานกับ ‘จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม’ ในช่วงที่เปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันก็สิบปีแล้วที่ร่วมงานกัน โดยไปดูแลเรื่องเวิร์คช็อปงานปั้นดิน 

 

 

ในปีหลังๆ เขาบอกว่า ได้มีโอกาสเผยแพร่เรื่องดินในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยการเผาไปแบบแดงๆ แล้วให้ลูกค้าเพนส์สีเหมือนดินด่านเกวียน พอช่วงโควิดคนก็ว่างๆ อยู่บ้านปลูกต้นไม้ เทรนด์กระถางก็มา จึงเริ่มทำงานเซรามิกขาย ถือเป็นช่วงที่ดีมากช่วงหนึ่ง เราสามารถปรับราคาขายได้ดี มีกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในระดับสูงขึ้นมา คุณภาพงานและดีไซน์ก็ตรงตามความต้องการ 

ต่อๆ มาก็มีรุ่นน้องจบใหม่ๆ มาช่วย เพิ่มงานที่หลากหลายกว่าเดิม เป็นงาน Structure งานประติมากรรม ทั้งมีฟังก์ชันและไม่มีฟังก์ชัน ซึ่งหลักๆ คือทํางานเกี่ยวกับเซรามิกทุกอย่าง ผลิตงานตามออเดอร์เป็นพวกของใช้ต่างๆ 

 

สำหรับโชว์รูมของร้านนั้นเปิดตั้งแต่ช่วงโควิดแล้ว เพียงแต่มีไว้สร้างสรรค์งานและแพคงานส่งให้ลูกค้าเท่านั้น ช่วงนั้นเป็นการขายผ่านออนไลน์อย่างเดียว แต่ตอนนี้ก็วางแผนว่าจะทําหน้าร้านแบบจริงจัง อาจจะเป็นคาเฟ่อาร์ต มีเวิร์คช็อปที่ร้านขายเป็นคอร์ส ซึ่งปกติก็มีเวิร์คช็อปอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้เปิดตลอด ขายคอร์สในเพจเฟซบุ๊ก เมื่อมีลูกค้าจองเข้ามาก็เปิดสอนการปั้นงานโดยเราเตรียมวัสดุไว้ให้ ปั้นเสร็จเราก็จะเผาให้แล้วจัดส่งให้ตามหลัง โดยคิดค่าจัดส่งเพียง ๕๐ บาท สามารถนำไปใช้งานได้เลย คิดราคาคอร์สละ ๕๐๐ บาท จะปั้นกี่ชิ้นก็ได้ 

 

งานของ “ปั้นดิ๋น” จะใช้ทั้งดินด่านเกวียนซึ่งเป็นดินพื้นบ้าน กับดินสโตนแวร์หรือดินอุตสาหกรรม ที่ใช้ทำสุขภัณฑ์ ซึ่งสโตนแวร์สีจะสว่างกว่าเวลาเคลือบก็จะมีสีสันฉูดฉาดมากกว่าดินพื้นบ้านของเรา เพราะดินพื้นบ้านจะมีเฟอร์ริคเยอะทำให้การเคลือบดรอปลง

ส่วนความชอบของลูกค้านั้น “มาร์ค” บอกว่า ถ้าลูกค้าที่ชอบเรื่องราวหรือสตอรี่ก็จะเลือกดินด่านเกวียน และยิ่งร้านเราอยู่ในโคราชก็จะยิ่งถามหาดินด่านเกวียนมาก ซึ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ของปั้นดิ๋นไม่ได้ผลิตหลายๆ ชิ้น และก็จะออกมาจากตัวตนของคนทำ ซึ่งจะมีทั้งงานประติมากรรม งานเพื่อใช้สอย 

 

 

“มาร์ค” บอกว่า ปั้นดิ๋นมีการออกร้านตามงานแฟร์ต่างๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะที่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งผลตอบรับถือว่าดี และยังได้เผยแพร่ดินพื้นบ้าน ของเราด้วย 

อดที่จะถามไม่ได้ว่า โคราชขาดพื้นที่ในการแสดงงานศิลปะใช่หรือไม่ “มาร์ค” ตอบพร้อมเสียงหัวเราะว่า “ผมก็ว่าขาดนะครับ” และบอกว่า “ถ้าพื้นที่ในการจัดแสดงงานก็พอมี แต่การจัดแสดงงานเพื่อจะให้มีรายได้เข้ามาสำหรับคนทำงาน ในโคราชยังไม่มีพื้นที่นี้ ทั้งที่มีคนทำงานศิลปะเยอะมาก คนทำงานเซรามิกก็เยอะมากเช่นกัน ซึ่งอยากให้มีพื้นที่ ในฐานะที่ผมเป็นคนทำงานด้านนี้และคนทำงานในมหาวิทยาลัย” 

สำหรับงานของปั้นดิ๋นนั้น มาร์คบอกว่า เขาเน้นทำตลาดออนไลน์ถึง ๙๐% โดยการจัดโปรโมชั่นตามเทศกาลต่างๆ ส่วนงานที่เป็นประติมากรรมจะมีการจัดแสดงขายเฉพาะกลุ่มลูกค้า ซึ่งผู้ที่ชอบงานของปั้นดิ๋นนั้นเป็นทั้งนักธุรกิจ หรือนักสะสมผลงานศิลป์ด้วย สรุปคือมีทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงวัยเกษียณอายุที่เข้าใจงานประเภทนี้ ....และต้องมีเงินในระดับหนึ่งด้วย 

 

หรือหากลูกค้าต้องการให้ดีไซน์งานให้ก็ได้ตามความต้องการ โดยแจ้งขอบเขตงาน สัดส่วน และรายละเอียดต่างๆ ได้ เราจะสเก็ตภาพให้ดูก่อน หากตกลงก็ใช้เวลาสร้างสรรค์งานประมาณ ๒ สัปดาห์

ปัจจุบันหากใครจะเดินมาที่ร้านปั้นดิ๋น โดยเฉพาะลูกค้าที่จะวอล์คอินเข้ามาที่ร้านจะต้องมีการนัดหมายล่วงหน้าก่อน เพราะไม่ได้เปิดร้านตลอดเวลา แต่ในอนาคตก็จะเปิดให้วอล์คอินเข้ามาได้เลย มาร์คบอกว่าเพราะอยากจัดเวิร์คช็อปอยู่แล้ว แต่ด้วยภารกิจในตำแหน่งนายช่างศิลป์ที่มหาวิทยาลัยที่ทำมากว่า ๗ ปี จึงทำให้ยังเปิดร้านตลอดเวลาไม่ได้ แต่ก็มีน้องๆ ที่จบใหม่ที่มาทำงานด้วยกัน นำงานมาขายด้วยกัน 

เป้าหมายในอนาคตนั้น “มาร์ค” บอกว่า เพิ่งคุยกับน้องๆ ว่า อยากทำเป็นคาเฟ่เล็กๆ เป็นคาเฟ่อาร์ต มีเวิร์คช็อป และอยากเชิญศิลปินมาแสดงงาน เป็น Mini Exibhitions อาจจะเดือนละ ๑ คน วนกันไป เป็นการจัดแสดงเพื่อขายงาน คืออยากสร้างพื้นที่ให้นักปั้นหรือศิลปินที่ยังขาดพื้นที่ในการแสดงงาน 

 

“มาร์ค” บอกว่า คนที่ชอบงานปั้นแบบนี้มีอยู่แล้ว เพียงแต่ทำอย่างไรเราถึงจะเข้าถึงคนเหล่านั้น เป็นหนึ่งในปัญหาที่เขาเจอด้วยตัวเอง หาจุดเชื่อมระหว่างคนทำงานกับคนชอบงานยังไม่เจอ อาจจะขาดพื้นที่กลางในการจัดแสดง เพราะงานของเราค่อนข้างแตกต่างจากด่านเกวียน ทั้งด้านราคาและรูปแบบ ดังนั้นกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันชัดเจน จึงทำให้ลูกค้าเข้าถึงยาก ถ้ามีพื้นที่ที่เปิดมากกว่านี้ก็น่าจะดีกับคนทำงานประเภทนี้ซึ่งมีทั้งนักศึกษาจบใหม่ หรือสตาร์ทอัพต่างๆ ที่เริ่มทำสตูดิโอ แต่ไม่มีพื้นที่ขาย 

“มาร์ค” ย้ำว่า “ดินด่านเกวียนยังอยู่ใน คำขวัญของโคราช จึงอยากให้ผู้ใหญ่ส่งเสริมมากกว่านี้ มีพื้นที่ในการจัดแสดงงานเพื่อจำหน่าย” 

 

เมื่อถามว่า พอใจกับงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันหรือยัง? “มาร์ค” หนุ่มวัยสามสิบปลายๆ บอกว่า “เอาจริงๆ ก็พอใจ ผมประเมินแค่ในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็พอใจในงานที่ทำอยู่และลูกค้าที่เข้ามา แม้ลูกค้าจะไม่เยอะแต่เป็นลูกค้าที่เข้าใจในงานของเรา ในสตอรี่ และการนำเสนอของเรา แต่อนาคตก็ยังอยากได้ลูกค้าที่หลากหลายกลุ่มมากกว่านี้ และเราน่าจะยังไปต่อไปอีก และน่าจะดีกว่าเดิม”

ท้ายสุด “มาร์ค” เชิญชวนคนโคราชว่า ปั้นดิน หรือปั้นดิ๋นสตูดิโอ ตั้งอยู่ในพื้นที่ซอย ๓๐ กันยา มีงานเกี่ยวกับเซรามิกที่เป็นโปรดักส์ต่างๆ วางจำหน่าย มีพื้นที่สำหรับคนที่อยากเล่นดินด้วยกัน เราจะเปิดเวิร์คช็อปเร็วๆ นี้ และฝากติดตาม ผลงานของพวกเราด้วยผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก : Pan din” 

ถ้าคุณได้ไปดูก็จะรู้สึกชอบทันที

• ซูกี : เรื่อง

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๗๖๗ วันที่ ๑๕ เดือนกรกฎาคม - วันที่ ๑๔ เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๗

 

 

 

 


143 1,176