10thSeptember

10thSeptember

10thSeptember

 

August 16,2024

สคร.9 เตือนโรคพิษสุนัขบ้า เป็นแล้ว ตาย!ถูกสุนัขกัด ข่วน รีบล้างแผลให้สะอาด ฉีดวัคซีนป้องกัน

 

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายแพทย์ทวีชัย  วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ มีความรุนแรงถึงชีวิต ผู้ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะเสียชีวิตทุกราย เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษา แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน โรคนี้เกิดได้ทั้งสุนัข แมว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด สำหรับในประเทศไทยเกิดจากสุนัขเป็นหลัก โรคนี้สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงหน้าร้อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ

 

นายแพทย์ทวีชัย  วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา

โรคพิษสุนัขบ้า ติดต่อโดยการสัมผัสกับน้ำลายของสัตว์ที่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า จากการถูกกัด ข่วน เลียบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา และปาก เป็นต้น นอกจากนี้ การชำแหละซากสัตว์ หรือนำเนื้อสัตว์ที่ป่วยตายจากโรคพิษสุนัขบ้ามารับประทาน ก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ โดยผู้ที่เสี่ยงมากที่สุดคือผู้ที่ทำการชำแหละ เพราะมีการสัมผัสกับสัตว์โดยตรง มีโอกาสเข้าทางบาดแผล เนื้อเยื่อต่างๆ รองลงมาคือ ผู้ที่ปรุงอาหาร เพราะมีโอกาสสัมผัสเนื้อสัตว์ที่ยังไม่สุก ส่วนประชาชนผู้รับประทานเนื้อสัตว์ มีความเสี่ยงเช่นกัน

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในคน เมื่อเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าเข้าสู่ร่างกายจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด ข่วน เลีย หรือน้ำลายกระเด็นเข้าทางบาดแผล เยื่อบุตา จมูก ปาก อาการของโรค แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเริ่มต้น มีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน กระวนกระวาย นอนไม่หลับ บางรายมีอาการเจ็บคล้ายเข็มทิ่ม หรือคันอย่างมากบริเวณที่ถูกกัด ต่อมาระยะที่สอง มีอาการทางสมอง ผู้ป่วยจะมีอาการสับสน วุ่นวาย อยู่ไม่นิ่ง กลืนลำบาก รวมถึงกลัวน้ำ จากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการชักและเป็นอัมพาต ระยะสุดท้าย ผู้ป่วยอาจมีภาวะหายใจล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น โคม่า และเสียชีวิต

 

อาการของโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ส่วนใหญ่ สุนัข แมว วัว ควายมีระยะฟักตัวไม่เกิน 6 เดือน ระยะเริ่มแรก มีอาการประมาณ 2-3 วัน โดยสุนัขจะมีอารมณ์และอุปนิสัยเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น สุนัขที่ชอบคลุกคลีกับเจ้าของ จะปลีกตัวออกไปหลบซุกตัวเงียบๆ หงุดหงิด ตัวที่เคยกลัวคนก็จะกลับมาคลอเคลีย เริ่มมีไข้ ม่านตาขยายกว่าปกติ การตอบสนองต่อแสงของตาลดลง กินอาหารน้อยลง ลักษณะการเคี้ยวหรือกลืนผิดไป ระยะตื่นเต้น เริ่มมีอาการทางประสาท กระวนกระวาย ตื่นเต้น หงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง กัดแทะสิ่งของ ถ้ากักขังหรือล่ามไว้จะกัดกรงหรือโซ่จนเลือดกบปากโดยไม่เจ็บปวด เสียงเห่าหอนจะเปลี่ยนไป ตัวแข็ง ระยะอัมพาต สุนัขจะมีคางห้อยตก  ลิ้นมีสีแดงคล้ำออกนอกปาก น้ำลายไหล ไม่สามารถใช้ลิ้นได้เลย อาจแสดงอาการขย้อนคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ย ทรงตัวไม่ได้ อัมพาตทั่วตัวอย่างรวดเร็วและตายในที่สุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้สับสนว่าเป็นอาการคล้ายถูกวางยาเบื่อ คือ มีน้ำลายฟูมปาก เดินโซเซ

 

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า สามารถกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าได้ โดยใช้หลัก 3 ป. ดังนี้ 

ป.ที่ 1 คือ ป้องกันสัตว์เป็นโรค นำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เริ่มฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 2 เดือน เข็มที่สองฉีดหลังจากเข็มแรก 3-4 สัปดาห์ และฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี ทำหมันสุนัขถาวรเพื่อไม่ให้มีจำนวนมากเกินความต้องการ จะช่วยลดจำนวนประชากรสุนัข และหากพบสัตว์ตายผิดปกติ ขอให้แจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่หรือผู้นำชุมชน

 ป.ที่ 2 คือ ป้องกันการถูกกัด โดยยึดคาถา 5 ย. คือ 1.อย่าแหย่ให้สุนัขโมโห โกรธ 2.อย่าเหยียบหาง หัว ตัว ขา หรือ ทำให้สุนัขหรือสัตว์ต่างๆ ตกใจ 3.อย่าแยกสุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า 4.อย่าหยิบชามข้าวหรือเคลื่อนย้ายอาหารขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และ 5.อย่ายุ่งหรือเข้าใกล้กับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของหรือไม่ทราบประวัติ

 ป.ที่ 3 ป้องกันหลังถูกกัด โดยรีบล้างแผลด้วยน้ำและสบู่อย่างเบามือนานอย่างน้อย 15 นาที เพื่อกำจัดเชื้อออกไปให้มากที่สุด จากนั้นใส่ยาฆ่าเชื้อที่บาดแผล เช่น ยาเบตาดีน และกักสุนัขเพื่อดูอาการ 10 วัน หากสุนัขตายให้ส่งตรวจหาเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และไปพบแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ควรฉีดให้ครบชุดและตรงตามแพทย์นัด อาจท่องจำง่ายๆ คือ "ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ และฉีดวัคซีนให้ครบ" หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 


267 693