10thSeptember

10thSeptember

10thSeptember

 

August 24,2024

ป.ป.ช.โคราชแถลงผลงานปี 2567 ชี้มูล จนท.รัฐ-ผู้บริหาร อปท. 35 เรื่อง ส่งให้อัยการสูงสุด 24 เรื่อง

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 09.30 น. เวลา 09.30 น. นางสาวสุรีรัตน์ นวลฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับและนายนพวร สิทธิสบาย พนักงานไต่สวนผู้เชี่ยวชาญด้านคดี ในฐานะผู้อำนวยการกลถ่มปฏิบัติการฯ และนางสาวกัญญ์ณัชชา ยงธีรโชติกุล เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต แถลงผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2567 ภายใต้โครงการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต กิจกรรมรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต (สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา) เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการรับรู้ถึงบทบาท หน้าที่ ผลงานที่สำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. และนำไปขยายผลเผยแพร่ไปสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง และเกิดความเชื่อมั่นในการทำงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต 

โดยมีการแถลงผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ.2567 ในภารกิจต่างๆ ดังนี้ 1.ภารกิจงานด้านปราบปรามการทุจริต มีเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด โดยได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเบื้องต้นไปยังอัยการสูงสุดแล้ว จำนวน 24 เรื่อง 2. ภารกิจงานด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งผลการดำเนินงานตรวจสอบการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน รอบ 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 16 สิงหาคม 2567 และเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จำนวน 1 ราย 1 บัญชี     

ในขณะที่ภารกิจงานด้านป้องกันการทุจริต มีผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ประเด็นที่ 21) ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยมีผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม ที่สำคัญดังต่อไปนี้ ผลการประเมิน ITA ของส่วนราชการในสังกัดราชการส่วนภูมิภาคและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดนครราชสีมา, ผลการขับเคลื่อนโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ในจังหวัดนครราชสีมา, ผลการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในพื้นที่นครราชสีมา, ผลการขับเคลื่อนหลักสูตรต้านทุจริตกับสถานศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา, ผลการปักหมุดพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต, ผลการรณรงค์สร้างกระแสต่อต้านการทุจริต ผ่านการเผยแพร่ข่าวผลการทำงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา, ผลการดำเนินการตามประเด็นที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากศูนย์ป้องปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ช. (Corruption Deterrence Center : CDC) โดยมีเรื่องที่มีเหตุอันควรสงสัยอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต จึงส่งเรื่องให้กลุ่มภารกิจปราบปรามการทุจริต พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ จำนวน 2 เรื่อง, ผลการดำเนินการติดตามมาตรการ ความเห็น หรือข้อเสนอแนะ ตามนโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผลการส่งเสริม สนับสนุนให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา

ผลการดำเนินงานด้านปราบปรามการทุจริต

โดยประเด็นที่น่าสนใจของสังคมคือภารกิจงานด้านปราบปรามการทุจริต ซึ่งมีคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด จำนวน 35 เรื่อง โดยได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเบื้องต้น ไปยังอัยการสูงสุดแล้ว จำนวน 24 เรื่อง (การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด) ดังนี้

• กล่าวหาอดีตปลัด อบต.ตะเคียน

         1. เรื่องกล่าวหา จ่าสิบโท มาโนช ธัมมะทัตตะโยธิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในการดำเนินโครงการองค์การบริหารส่วนตำบลตะเคียน เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2552 จำนวน 21 โครงการ  (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0421/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0456 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

การกระทำของ จ่าสิบโท มาโนช ธัมมะทัตตะโยธิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบสวน การลงโทษทางวินัย  การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกาศ ณ วันที่ 15 มกราคม 2545 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

การกระทำของนางสาวศิริพร สุวรรณสังโส หรือนางณชิตา ไชยวงค์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบ มาตรา 86 และมาตรา 91 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธิการดำเนินคดีอาญาย่อมระงับ ตามประมวลกฎหมาย   วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ให้ยุติการดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าว

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ จ่าสิบโท มาโนช ธัมมะทัตตะโยธิน ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

• กล่าวหา นายก อบต.โนนเมืองพัฒนา           

         2. เรื่องกล่าวหา นายเติม พันชนะ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองพัฒนา อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านพร้อมเดินท่อจ่ายน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบจุ่มใต้น้ำ (Submersible) ไม่เป็นไปตามระเบียบและเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเอื้อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และทุจริตโครงการก่อสร้างถนนดินบ้านโนนเต็ง หมู่ที่ 2 (สายนานายธีรศักดิ์ ชอบสว่าง) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 17/2558 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 โครงการก่อสร้างถนนหินคลุกบดอัดแน่น 95 เปอร์เซ็นต์ สายบ้านโนนเมือง หมู่ที่ 1 เชื่อมบ้านหัวทำนบหมู่ที่ 8 ตามสัญญาจ้างเลขที่ 1/2559 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2558 และโครงการก่อสร้างถนนหินคลุกบดอัดแน่น 95 เปอร์เซ็นต์ สายบ้านคลองแคใต้ หมู่ที่ 3 เชื่อมบ้านโพธิ์ตาสี หมู่ที่ 10 ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 4/2559 ลงวันที่ 8 มกราคม 2559 (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0041/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0468 – 1 – 50/2566)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้      

โครงการก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านพร้อมเดินท่อจ่ายน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบจุ่มใต้น้ำ (Submersible) ผู้รับจ้างได้เข้าดำเนินโครงการก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาจ้าง อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนระเบียบกฎหมายในการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ส่งเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับ นายเติม พันชนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 64 ต่อไป

            สำหรับโครงการก่อสร้างถนนดินบ้านโนนเต็ง หมู่ที่ 2 (สายนานายธีรศักดิ์ ชอบสว่าง) ตามสัญญาจ้างเลขที่ 17/2558 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2558 โครงการก่อสร้างถนนหินคลุกบดอัดแน่น 95 เปอร์เซ็นต์ สายบ้านโนนเมือง หมู่ที่ 1 เชื่อมบ้านหัวทำนบหมู่ที่ 8 ตามสัญญาจ้างเลขที่ 1/2559 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2558 และโครงการก่อสร้างถนนหินคลุกบดอัดแน่น 95 เปอร์เซ็นต์ สายบ้านคลองแคใต้ หมู่ที่ 3 เชื่อมบ้านโพธิ์ตาสี หมู่ที่ 10 ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 4/2559 ลงวันที่ 8 มกราคม 2559

การกระทำของนายเติม พันชนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) ประกอบ มาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และความผิดตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 92

การกระทำของห้างหุ้นส่วนจํากัด โนนเต็งก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายธง หุ้มขุนทด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางประสบพร พันชนะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561  มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายเติม พันชนะ ห้างหุ้นส่วนจํากัด โนนเต็งก่อสร้าง นายธง หุ้มขุนทด และนางประสบพร พันชนะ และส่งสำนวนการไต่สวน และเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็น ไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายเติม พันชนะ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ต่อไป

 

• กล่าวหาอดีตนักวิชาการเงินฯ อบต.ตะขบ

            3. เรื่องกล่าวหา นางสาวฤทัยรัตน์ สุนนทราช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ องค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เบียดบังเงินองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบเพื่อประโยชน์ส่วนตน (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 1160/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0469 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนางสาวฤทัยรัตน์ สุนนทราช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 162 (1) (4) และมาตรา 265 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ณ วันที่ 8 มกราคม 2559 ข้อ 9 วรรคหนึ่ง และข้อ 10 วรรคสอง

การกระทำของนายภัทรพงศ์ ตันติวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

สำหรับนางกานดา เที่ยงอินทร์ ผู้อำนวยการกองคลัง นายไพฑูรย์ ปันยาง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ และนายสุรชาติ ปักสำโรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ กรณีลงนาม สั่งจ่ายเช็คธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่เช็ค 23378536 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2560 จำนวนเงิน 304,856.88 บาท โดยไม่ทำการตรวจสอบการเขียนเช็คให้รอบคอบ เป็นเหตุให้มีการแก้ไขเช็คได้โดยง่าย อันเป็นการบกพร่องต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 64

ส่วนนางสาวจุฑามาศ ทองนอก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นเพียงนักศึกษาที่ได้นำเช็คธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บัญชีเลขที่ 23378536 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ขององค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ ไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากของนายภัทรพงศ์ ตันติวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เท่านั้น ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจึงยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า นางสาวจุฑามาศ ทองนอก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ร่วมกระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นางสาวฤทัยรัตน์ สุนันทราช และนายภัทรพงศ์ ตันติวงศ์ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นางสาวฤทัยรัตน์ สุนันทราช ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ด้วย

 

• กล่าวหา อดีตนายก ทต.หนองไผ่ล้อม ใช้รถราชการในงานส่วนตัว

4. เรื่องกล่าวหา นายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ เมื่อครั้งตำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นำรถส่วนกลางไปใช่ประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 446/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0554 – 1 – 50/2566)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายไพบูลย์ พฤกษ์พนาเวศ ตามฐานความผิดดังกล่าว
ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้งทราบ

ให้แจ้งผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

 

• กล่าวหาอดีต ผอ.วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย

         5. เรื่องกล่าวหา นางสาวอาภัสรา ยิ่งเจริญ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเช่าที่พักเหมาจ่าย โครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) ณ วัดวังไทร ตำบลป่าร่อน อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 13 – 21 มกราคม 2560 เป็นเท็จ (คดีหมายเลขดำที่ 93 – 1 - 543/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0557 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนางสาวอาภัสรา ยิ่งเจริญ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา        พ.ศ.2547 มาตรา 84 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นางสาวอาภัสรา ยิ่งเจริญ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 และให้แจ้งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ต่อไปด้วย

 

• กล่าวหาอดีตนายก ทต.บ้านใหม่

         6. เรื่องกล่าวหา นางสายเรียม เดโชสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตไม่เปิดเผยราคากลางโครงการจัดซื้อวัสดุก่อสร้าง (อุปกรณ์ประปา) จำนวน 43 รายการ ปีงบประมาณ 2559 ของเทศบาลตำบลบ้านใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้หนึ่งผู้ใด  (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 272/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 0560 – 1 – 50/2566 และคดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 1439/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0561 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

การกระทำของนายภาคภูมิ กฤตยาจามร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายภัทราวุธ เปรมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางศิวพร นาคไพรัชช์ หรือแต้ศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

            การกระทำของห้างหุ้นส่วนจํากัด ราชสีมา ส. วัสดุก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางศิวพร พิทักษ์วาณิชย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ห้างหุ้นส่วนจํากัด ธนะวัฒน์รุ่งเรืองก่อสร้าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และนายสุริยา ธนะสูตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

สำหรับนางสายเรียม เดโชสินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่นางสายเรียม เดโชสินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีบ้านใหม่ รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีตำบลบ้านใหม่ อนุมัติจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ประปา จำนวน 43 รายการ   ตามใบสั่งซื้อเลขที่ 63/2559 ลงวันที่ 1 กันยายน 2559 และอนุมัติเบิกจ่ายค่าวัสดุดังกล่าว ให้กับผู้ขาย ทั้งที่เอกสารการจัดซื้อและเอกสารการเบิกจ่ายมิได้มีการเสนอผ่านปลัดเทศบาลตำบลบ้านใหม่ ตามลำดับสายบังคับบัญชา แต่กลับลงลายมือชื่ออนุมัติจัดซื้อและอนุมัติเบิกจ่ายจนเป็นเหตุให้เทศบาลตำบลบ้านใหม่ ได้รับความเสียหาย การกระทำของนางสายเรียม เดโชสินสวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนางสายเรียม เดโชสินสวัส นายภาคภูมิ กฤตยาจามร นายภัทราวุธ เปรมกลาง นางศิวพร นาคไพรัชช์ หรือแต้ศิริ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ราชสีมา ส.วัสดุก่อสร้าง นางศิวพร พิทักษ์วาณิชย์ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ธนะวัฒน์รุ่งเรืองก่อสร้าง และนายสุริย ธนะสูตร ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายภาคภูมิ กฤตยาจามร นายภัทราวุธ เปรมกลาง และนางศิวพร นาคไพรัชช์ หรือแต้ศิริ และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนางสายเรียม เดโชสินสวัสดิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98

ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบด้วย

สำหรับ ร้อยเอก สุพรชัย เศวตมาลย์ ปลัดเทศบาลตำบลบ้านใหม่ กรณีไม่ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการกลั่นกรองงานจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ประปา จำนวน 43 รายการ รวมทั้งการเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุให้กับผู้ขาย ตามสายการบังคับบัญชา จึงให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการตามทางวินัยตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 64

 

• กล่าวหานายก ทต.กลางดง

         7. เรื่องกล่าวหา นายวิจิตร พงษ์เพ็ง นายกเทศมนตรีตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เบิกจ่ายเงินเดือนค่าตอบแทน และเงินประจำตำแหน่งให้กับตน ทั้งที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี เนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลาย ตามคำพิพากษาของศาลล้มละลาย คดีหมายเลขแดงที่ ล.3788/2559 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 โดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0906/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0583 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนายวิจิตร พงษ์เพ็ง ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

            ทั้งนี้ จากการไต่สวนเบื้องต้นปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ศาลล้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายวิจิตร พงษ์เพ็ง ผู้ถูกกล่าวหา ในฐานะจำเลยที่ 1 มีผลทำให้บรรดาอำนาจในการจัดกิจการและทรัพย์สินของนายวิจิตร พงษ์เพ็ง ตกแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่เพียงผู้เดียว แต่นายวิจิตร พงษ์เพ็ง กลับแจ้งให้นางชลิตษา พันชนะ หัวหน้าฝ่ายแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน ซึ่งได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน ให้ดำเนินการโอนเงินเดือน เงินค่าตอบแทน และเงินประจำตำแหน่ง ในอัตราเดือนละ 40,000 บาท ของตนเข้าบัญชีเงินเดือนของนายศุภชัย ราชวัฒน์ ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีตำบลกลางดง โดยไม่มีอำนาจทำได้ จากนั้นนางชลิตษา พันชนะ ได้จัดทำรายละเอียดเงินเดือนและเสนอฎีกา พร้อมจัดทำเช็คเสนอนางสาวจิราวรรณ ชาญยุทธ ผู้อำนวยการกองคลัง นายทวี พลแสน ปลัดเทศบาลตำบลกลางดง และนายวิจิตร พงษ์เพ็ง เพื่ออนุมัติการเบิกจ่ายและลงนามในเช็คตามลำดับชั้น ในรายละเอียดการถอนเงินแนบท้ายประกอบฎีกาเงินเดือนฝ่ายการเมืองและใบถอน ระบุว่า นายวิจิตร พงษ์เพ็ง จะได้รับเงินเงินเดือน เงินค่าตอบแทน และเงินประจำตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น จำนวน 40,800 บาท ส่วนนายศุภชัย ราชวัฒน์ จะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น จำนวน 7,200 บาท แต่หลังจากเมื่อจัดทำฎีกาและรายการเช็คครบถ้วนแล้ว นางชลิตษา พันชนะ ได้จัดทำหนังสือสำนักงานเทศบาลตำบลกลางดง ที่ นม 52502/295 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2561 หนังสือสำนักงานเทศบาลตำบลกลางดง ที่ นม 52502/395 ลงวันที่ 27 เมษายน 2561 หนังสือสำนักงานเทศบาลตำบลกลางดง ที่ นม 52502/504 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 หนังสือสำนักงานเทศบาลตำบลกลางดง ที่ นม 52502/528 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2561 และหนังสือสำนักงานเทศบาลตำบลกลางดง ที่ นม 52502/528 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ขอส่งเงินเดือนประจำเดือนต่อธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขากลางดง พร้อมกับรายละเอียดการจ่ายเงินเดือน ประจำเดือนแนบท้ายหนังสือดังกล่าวเป็นจำนวนทั้งหมด 4 เดือน คือในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 - มิถุนายน 2561 ตามลำดับ โดยระบุให้นายวิจิตร พงษ์เพ็ง ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงิน จำนวน 800 บาท และนายศุภชัย ราชวัฒน์ ได้รับเงิน จำนวน 47,200 บาท โดยที่นางชลิตษา พันชนะ นางสาวจิราวรรณ ชาญยุทธ และนายทวี พลแสน ไม่ทราบเรื่องที่นายวิจิตร พงษ์เพ็ง ถูกศาลล้มละลายกลาง  มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในขณะนั้น ดังนั้น การที่นางสาวจิราวรรณ ชาญยุทธ และนายทวี พลแสน ได้พิจารณาเห็นชอบตามลำดับชั้นนั้น จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินการเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2547 ข้อ 68 และเป็นการไม่ปฏิบัติตาม พรบ.วินัยการเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2561 มาตรา 37 และมาตรา 39 ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจกับนายทวี พลแสน ปลัดเทศบาลตำบลกลางดง นางสาวจิราวรรณ ชาญยุทธ ผู้อำนวยการกองคลัง เทศบาลตำบลกลางดง และนางชลิตษา พันชนะ หัวหน้าฝ่ายแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน เทศบาลตำบลกลางดง ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 64 ต่อไป

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายวิจิตร พงษ์เพ็ง ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย และให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

 

• กล่าวหาอดีตนายกอบต.ขนงพระ               

                8. เรื่องกล่าวหา นายแหวน พุทธิศา หรือนายกฤษฎิ์ สกุลพุทธิศา หรือนายเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ และเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน จำนวน 6 โครงการ (คดีหมายเลขดำที่ 13 - 1 - 876/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0616 - 1 - 50/2566)

            คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            1. โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล) หมู่ที่ 5 บ้านขนงพระกลาง (สะพานวัดขนงพระใต้ หมู่ที่ 2 หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ หมู่ที่ 1) ตามสัญญาเลขที่ E1/2555 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2555 และโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล)    (ป้ายบ้านหนองตะกู - ถังประปา) หมู่ที่ 8 บ้านหนองตะกู ตามสัญญาเลขที่ 6/2555 ลงวันที่ 9 สิงหาคม 2555

            การกระทำของนายแหวน พุทธิศา หรือนายกฤษฏิ์  สกุลพุทธิศา หรือนายเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537  และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

            การกระทำของนางณัทธัญดา ขวัญใจพุทธิศา หรือนางสาวณัทธัญดา ชูพบสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายสำเนาว์  สมบูรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 9

            2. โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล) ซอย 1 หมู่ที่ 6 บ้านซับสวอง ตามสัญญา เลขที่ 7/2555 ลงวันที่ 12 กันยายน 2555, โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล) สามแยกซอยประสบเนตร หมู่ที่ 4 - ป้ายบ้านหนองตะกู หมู่ที่ 8 ตามสัญญาเลขที่ 2/2556  ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2555, โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล) ซอยสามแยก - สามแยก รพช. หมู่ที่ 1 บ้านขนงพระเหนือ ตามสัญญาเลขที่ 3/2556 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2556 และโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง (แคปซีล) ถนนสายบ้านนา - ขนงพระเหนือ     ช่วงหน้าแพต้นน้ำ - ห้าแยกประปาส่วนภูมิภาค ตามสัญญาเลขที่ 4/2556 ลงวันที่ 15 มีนาคม 2556

            การกระทำของนายแหวน พุทธิศา หรือนายกฤษฏิ์ สกุลพุทธิศา หรือนายเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91  และความผิดตาม พรบ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

            การกระทำของนางณัทธัญดา ขวัญใจพุทธิศา หรือนางสาวณัทธัญดา ชูพบสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายสำเนาว์  สมบูรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายแหวน พุทธิศาหรือนายกฤษฏิ์ สกุลพุทธิศา หรือนายเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา   นางณัทธัญดา ขวัญใจพุทธิศา หรือนางสาวณัทธัญดา ชูพบสูงเนิน และนายสำเนาว์ สมบูรณ์ และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายแหวน พุทธิศา หรือนายกฤษฏิ์  สกุลพุทธิศา หรือนายเกียรตินิยม ขวัญใจพุทธิศา ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี ต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย

            ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

 

• กล่าวหาอดีต ผอ.รร.หลุ่งตะเคียน

            9. เรื่องกล่าวหา นายสุรพล หมื่นโยชน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหลุ่งตะเคียน อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตในการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นพนักงานราชการทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน วิชาปฐมวัย เมื่อปี 2559 ของโรงเรียนบ้านหลุ่งตะเคียน (คดีหมายเลขดำที่ 13 - 1 - 593/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0617 - 1 - 50/2566)

          คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายสุรพล หมื่นโยชน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 84 วรรคสาม และมาตรา 85 วรรคสอง

            การที่นายรัฐพงษ์  หมื่นโยชน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานราชการครู เอกดนตรี ในฐานะผู้จัดทำประกาศโรงเรียนบ้านหลุ่งตะเคียน เรื่อง การรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานราชการทั่วไป ไม่ดำเนินการลงประกาศ  รับสมัครฯ ในเว็บไซต์ของทางราชการ อันมีลักษณะไม่เปิดเผยเป็นการทั่วไป และแพร่หลายให้ผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกรายอื่นทราบนั้น เป็นการดำเนินการตามที่นายสุรพล  หมื่นโยชน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหลุ่งตะเคียน ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่และอำนาจสั่งการ ประกอบกับจากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีผู้มายื่นใบสมัครจำนวน 5 ราย จึงเห็นว่า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายรัฐพงษ์ หมื่นโยชน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ได้กระทำการอันมีมูลความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล  ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2547 ข้อ 24

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายสุรพล หมื่นโยชน์ และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายสุรพล หมื่นโยชน์ และนายรัฐพงษ์ หมื่นโยชน์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

 

• กล่าวอดีตผอ.กองพัสดุ อบจ.นครราชสีมา รวมทั้งอดีตรองนายก อบจ.ก็ถูกกล่าวหา

10. เรื่องกล่าวหา นางงามนิจ พลปัถพี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพัสดุและทรัพย์สิน องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา กับพวก ละเว้นไม่ดำเนินการลงข้อมูลประกาศเชิญชวน ในระบบ e - GP บนเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง ภายในระยะเวลาที่กำหนด ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 จำนวน 2 โครงการ (คดีหมายเลขดำที่ 13 - 1 - 0786/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0618 - 1 - 50/2566)

          คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

          การกระทำของนางงามนิจ พลปัถพี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ.2544 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม ข้อ 6 วรรคสอง และข้อ 19 วรรคสอง

            การกระทำของนายกิตติ เชาวน์ดี (ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.นครราชสีมา) ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ตาม พรบ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 มาตรา 79

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนางงามนิจ พลปัถพี และนายกิตติ เชาวน์ดี ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยกับนางงามนิจ พลปัถพี และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐานพร้อมความเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่ และอำนาจกับนายกิตติ เชาวน์ดี ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

            ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

 

• กล่าวหาอดีตนายก อบต.โนนยอ

11. เรื่องกล่าวหา นายก้องเกียรติ แคนสี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนยอ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เรียกรับเงินจากพนักงานจ้าง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนยอ โดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 058/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0667 – 1 – 50/2566)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

การกระทำของนายก้องเกียรติ แคนสี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

การกระทำของนายวุฒิพงษ์ ทองสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายจักรี ห้วยใหญ่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมีมูลความผิด ตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

การกระทำของนายบรรจง เพื่อนพิมาย ผู้กล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายก้องเกียรติ แคนสี นายวุฒิพงษ์ ทองสิทธิ์ นายจักรี ห้วยใหญ่ และนายบรรจง เพื่อนพิมาย และส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐาน พร้อมความคิดเห็นไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับนายก้องเกียรติ แคนสี นายวุฒิพงษ์ ทองสิทธิ์ และนายจักรี ห้วยใหญ่ ตามฐานความผิดดังกล่าวตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป ทั้งนี้ ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

 

• กล่าวหาอดีตนายก ทต.ไทรโยง-ไชยวาล

12. เรื่องกล่าวหา นายสุทธิพงษ์ พึ่งครบุรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลไทรโยง - ไชยวาล ตำบลครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินโครงการขยายเขตประปาไปยังที่ดินของตน ซึ่งอยู่นอกเขตรับผิดชอบของเทศบาลโดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 780/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0041 – 1 – 50/2567)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนายสุทธิพงษ์ พึ่งครบุรี ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายสุทธิพงษ์ พึ่งครบุรี ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ ต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลไทรโยง - ไชยวาล ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม   พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหาอดีตปลัด อบต.บ้านใหม่ หนองบุญมาก

13. เรื่องกล่าวหา นายสรร ฉัตรวีรกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา กับพวก จัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเป็นเท็จ และเขียนเช็คสั่งจ่ายในนามบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินในการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ 2559(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 1022/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0042 – 1 – 50/2567)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนายสรร ฉัตรวีรกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางไพศาล ดอกกระโทก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางนุสรา เที่ยงตรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 83 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 15 มกราคม 2555 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง และประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่องหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย ลงวันที่ 8 มกราคม 2559 ข้อ 7 วรรคสาม และข้อ 10 วรรคสอง

อนึ่ง จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางสาวสุจิตตรา นามไพร ผู้ช่วยเจ้าพนักงานธุรการ เป็นผู้จัดทำเอกสารประกอบฎีกาเบิกเงินทั้ง 45 ฉบับ โดยเอกสารเช็คสั่งจ่ายเงินดังกล่าวในต้นขั้วเช็ค เขียนระบุชื่อของเจ้าหนี้ แต่ที่ปลายเช็คฉบับเดียวกันนั้น เขียนระบุชื่อของผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิเป็นผู้รับเงิน ซึ่งตามอำนาจหน้าที่ย่อมรู้เห็นถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงานเป็นอย่างดีว่ามีการเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินอย่างไร หรือสั่งจ่ายให้แก่ผู้ใด เป็นจำนวนเงินเท่าใด ประกอบกับตามปลายเช็คสั่งจ่ายบางรายการปรากฏชื่อของนางไพศาล ดอกกระโทก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางนุสรา เที่ยงตรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นผู้รับเงิน และบางรายการปรากฏชื่อเครือญาติของนางไพศาล ดอกกระโทก ผู้ถูกกล่าวหา ที่ 2 และนางนุสรา เที่ยงตรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3  เป็นผู้รับเงิน ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหนี้หรือเป็นผู้มีสิทธิรับเงินกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ/คณะกรรมการตรวจรับการจ้าง ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารใบตรวจรับพัสดุและหรือใบตรวจรับการจ้าง โดยรับรองว่างานจัดซื้อจัดจ้างที่ระบุไว้ในเอกสารใบตรวจรับฯ ถูกต้องครบถ้วน ตามรายละเอียดข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างที่กำหนด ซึ่งบุคคลที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างต่างได้ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยได้รับเงิน ตามจำนวนเงินที่ระบุในเอกสารการเบิกจ่ายหรือตามเช็คสั่งจ่าย การกระทำดังกล่าวของนางสาวสุจิตตรา นามไพร และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ/คณะกรรมการตรวจรับการจ้าง จึงไม่ชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 จึงให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 64

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวน การไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายสรร ฉัตรวีรกุล นางไพศาล ดอกกระโทก และนางนุสรา เที่ยงตรง ตามฐานความผิดดังกล่าว
ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหานายก อบต.หนองสาหร่าย

14. เรื่องกล่าวหา นายมิชา พงษ์สว่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก จัดทำโครงการและการจัดซื้อข้าวสารเพื่อแจกผู้ยากไร้ และประชาชนในปีงบประมาณ 2560 โดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 1015/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0043 – 1 – 50/2567)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

            การกระทำของนายมิชา พงษ์สว่าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นายสมศักดิ์ ใจเย็น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และความผิดตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

การกระทำของนายสุขสวัสฎ์ วงศ์เตชะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นางสาวอรรถศรี มูลเงิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายภานุพัฒน์ บุญลอย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนและการลงโทษทางวินัย ลงวันที่ 8 มกราคม 2559 ข้อ 7 วรรคสาม และข้อ 10 วรรคสอง

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยกับนายมิชา พงษ์สว่าง นายสมศักดิ์ ใจเย็น นายสุขสวัสฎ์ วงศ์เตชะ นางสาวอรรถศรี มูลเงิน และนายภานุพัฒน์ บุญลอย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหาพนักงาน กสท

   15. เรื่องกล่าวหา นายอนุกูล ตุลยาภรณ์ พนักงานพาณิชย์ 4 สำนักงานบริการลูกค้า กสท บ้านโป่ง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี กับพวก เสนอราคาโครงการประกวดราคาจ้างเหมางานวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ บ้านนาใหญ่ หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 6 ตำบลนากลาง อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสีคิ้ว โดยมิชอบ(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0157/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 0034 – 1 – 50/2567)

         คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้       

การกระทำของนายอนุกูล ตุลยากรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2555 ข้อ 49

การกระทำของห้างหุ้นส่วนจํากัด ส.กิติกาญจน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางกาญจนา นาคะประเสริฐกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นางสาวกิติยา นาคะประเสริฐกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายสุรศักดิ์ นาคะประเสริฐกุล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 7 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายอนุกูล ตุลยากรณ์ ห้างหุ้นส่วนจํากัด ส.กิติกาญจน์ นางกาญจนา นาคะประเสริฐกุล นางสาวกิติยา นาคะประเสริฐกุล และนายสุรศักดิ์ นาคะประเสริฐกุล และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน
และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายอนุกูล ตุลยากรณ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

 

• กล่าวหาอดีตปลัดอบต.ด่านช้าง

16. เรื่องกล่าวหา นายแสงไทย พวงพอก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว และเตรียมการรับเสด็จฯ ในโครงการดังกล่าว(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 758/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0044 – 1 – 30/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

การกระทำของนายแสงไทย พวงพอก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นางสาวพีฬุกาญจน์ พิลาคำ หรือสุวัฒนเมธี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายเฉลิมเกียรติ ศาสตระวาทิต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายสุเมธี ดวงศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 91 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 264 มาตรา 265 และมาตรา 268 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานนี้ และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ. 2545 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

สำหรับมูลความผิดทางวินัยนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการทางวินัยกับนายแสงไทย พวงพอก นางสาวพีฬุกาญจน์ พิลาคำ หรือสุวัฒนเมธี นายเฉลิมเกียรติ ศาสตระวาทิต และนายสุเมธี ดวงศรี โดยลงโทษไล่ออกจากราชการ ในการกระทำความผิดตามมูลคดีเดียวกันกับเรื่องนี้ เหมาะสมตามควรแก่กรณีแล้ว ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลบัวใหญ่ ที่ 190/2554 ลงวันที่ 21 เมษายน 2554 คำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลขามเฒ่า ที่ 22/2556 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2556 คำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง ที่ 137/2554 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2554 และคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโดน ที่ 171/2557 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2557 จึงไม่มีเหตุให้ต้องส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยกับผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2) และมาตรา 98 อีก

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี กับนายแสงไทย พวงพอก นางสาวพีฬุกาญจน์ พิลาคํา หรือสุวัฒนเมธี นายเฉลิมเกียรติ ศาสตระวาทิต และนายสุเมธี ดวงศรี ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1)

 

• กล่าวหาอดีตนายก ทต.โพธิ์กลาง

17. เรื่องกล่าวหา นายอำพร มณีกรรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการจัดซื้อรถยนต์บรรทุกขยะมูลฝอยแบบอัดท้าย โดยกำหนดเงื่อนไขคุณลักษณะเฉพาะในการประกวดราคามิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคา(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 607/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 0045 – 1 – 50/2567 คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 276/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0046 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายอำพร มณีกรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตามบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73

การกระทำของนางกรรณิกา โทนัน หรือช่วยประสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จ่าเอก เมืองแมน ทองนอก  ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และจ่าเอก จักรพงศ์ แสงวิสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

            การกระทำของบริษัท เมกา เอ็ม บอร์ดี้ทรัค แอนด์ อีควิปเม้นท์ จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นายพีรพงษ์ ถิ่นสันติสุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 บริษัท ฤทธิกร วิศวกรรม จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายชัยวัฒน์ ชัยสวัสดิกานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นางสาวสุรีย์รัตน์ ชัยสวัสดิ์ถานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 บริษัท แกรนด์ทรัค แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 นางสาวทองโปรย นาคศรีพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายไกรศร จงวัฒนะคงคา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ส่วนบริษัท ชัยมนัส บอดี้ จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 และนายมนัส ชัยสวัสดิกานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า บริษัท ชัยมนัส บอดี้ จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 และนายมนัส ชัยสวัสดิกานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายอำพร มณีกรรณ์ นางกรรณิกา โทนัน หรือช่วยประสิทธิ์ จ่าเอก เมืองแมน ทองนอก จ่าเอก จักรพงศ์ แสงวิสิทธิ์ บริษัท เมกา เอ็ม บอร์ดี้ทรัค แอนด์ อีควิปเม้นท์ จํากัด นายพีรพงษ์ ถิ่นสันติสุข บริษัท ฤทธิกร วิศวกรรม จํากัด นายชัยวัฒน์ ชัยสวัสดิกานนท์ นางสาวสุรีย์รัตน์ ชัยสวัสดิกานนท์ บริษัท แกรนด์ทรัค แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จํากัด นางสาวทองโปรย นาคศรีพรหม และนายไกรศร จงวัฒนะคงคา และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายอำพร มณีกรรณ์ นางกรรณิกา โทนัน หรือช่วยประสิทธิ์ จ่าเอก เมืองแมน ทองนอก และจ่าเอก จักรพงศ์ แสงวิสิทธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

• กล่าวหาหัวหน้าเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง

18. เรื่องกล่าวหา นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตจ้างเหมาปฏิบัติงานกรอกถุงและย้ายชำกล้าไม้ของสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ 2563 (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0981/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0047 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (3) (4) ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พรบ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 85 (7)

   การกระทำของนายชอุ่ม ชอุ่มผล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายสุรพล สากาลี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางจิราวรรณ คำสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จากการไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่า นายชอุ่ม ชอุ่มผล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายสุรพล สากาลี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางจิราวรรณ คำสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

  การกระทำของนางลำพูล พันธ์เดช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนางลำไพร ทองคำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นางลำพูล พันธ์เดช และนางลำไพร ทองคำ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

            ทั้งนี้ ให้แจ้งสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหาอดีตนายก อบต.หนองมะนาว

19. เรื่องกล่าวหา นายอัครพงษ์ นพคุณสุวรรณ์ หรือนายสุรพงษ์ รังสุวรรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองมะนาว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก กำหนดคุณลักษณะเฉพาะรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคาบางราย โดยมุ่งหมายมิให้มีการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 1298/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0048 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะนาว แก้ไขเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะเฉพาะและราคาของรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ จากราคา 2,190,000 บาท เป็นราคา 2,800,000 บาท และแก้ไขน้ำหนักของรถรวมน้ำหนักบรรทุก (G.V.W.) จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 12,000 กิโลกรัม แก้ไขเป็นไม่ต่ำกว่า 10,000 กิโลกรัม ซึ่งน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ ปี 2557 เป็นการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะที่ทำให้ขนาดของรถเล็กลง แต่ราคาเพิ่มขึ้นและเป็นเหตุให้รถไม่สามารถบรรทุกน้ำได้ถึง 6,000 ลิตร ตามที่กำหนดไว้ได้ รวมถึงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดที่สามารถผลิตรถบรรทุกน้ำที่มีน้ำหนักของรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่ต่ำกว่า 10,000 กิโลกรัม ให้สามารถเข้าเสนอราคาได้อีกด้วย อีกทั้ง ในการแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะในส่วนของชุดห้องเก็บอุปกรณ์ที่กำหนดให้อยู่ในที่เดียวกัน และการย้ายจุดเก็บสายยางดับเพลิง นั้น ก็ไม่น่าเป็นเหตุให้ราคารถเพิ่มสูงขึ้นถึง 610,000 บาท ดังนั้น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะเฉพาะและราคาของรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ดังกล่าว จึงเป็นการสร้างภาระให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะนาว ทั้งในด้านราคา และด้านประสิทธิภาพในการบรรทุกน้ำ
ที่ประชุมพิจารณาแล้วจึงมีมติในกรณีกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย ดังนี้

การกระทำของนายอัครพงษ์ นพคุณสุวรรณ์ หรือนายสุรพงษ์ รังสุวรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิด ตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

            การกระทำของนางจันทร์เพ็ญ รักษ์สุจริต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151และมาตรา 157  ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 15 มกราคม 2555 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง

            การกระทำของบริษัท สี่พี่น้องทรัค จํากัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายธเนศร์ เจริญชัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 ห้างหุ้นส่วนจํากัด ทรัพย์สมบูรณ์ ทรัค ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นางสาวจำรัส สุดเสน่หา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นางพรทิพย์ เสมา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 และนายธนบดี เศวตธนะสมบัติ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

            โดยให้กันนางฉายพันธ์ พันธ์สวัสดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ.2561 ข้อ 13 วรรคหนึ่ง

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายอัครพงษ์ นพคุณสุวรรณ์ หรือนายสุรพงษ์ รังสุวรรณ์ นางจันทร์เพ็ญ รักษ์สุจริต บริษัท สี่พี่น้องทรัค จํากัด นายธเนศร์ เจริญชัย ห้างหุ้นส่วนจํากัด ทรัพย์สมบูรณ์ ทรัค นางสาวจํารัส สุดเสน่หา นางพรทิพย์ เสมา และนายธนบดี เศวตธนะสมบัติ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายอัครพงษ์ นพคุณสุวรรณ์ หรือนายสุรพงษ์ รังสุวรรณ์ และนางจันทร์เพ็ญ รักษ์สุจริต ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

            ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองมะนาว ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

กล่าวหาอดีตนายก อบต.สัมฤทธิ์

20. เรื่องกล่าวหา ว่าที่ร้อยตรี ศิริโชค นิยมไร่ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในการดำเนินโครงการถมดินบริเวณก่อสร้างระบบประปาหมู่บ้านแบบผิวดินขนาดกลางบ้านสัมฤทธิ์ หมู่ที่ 1 ในปีงบประมาณ 2559(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0163/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 0049 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของ ว่าที่ร้อยตรี ศิริโชค นิยมไร่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามมาตรา 151  มาตรา 152 และมาตรา 157 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) และความผิดตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 92

การกระทำของห้างหุ้นส่วนจํากัด เจ.เอส.เจ เวิร์ค กรุ๊ป ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นายรังฤต บุญเรือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา ตามมาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86

โดยให้กันนางสาวสุพัตรา สมบูรณ์ หรือสิริตระกูลศักดิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ ๒ ไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ.2561

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ว่าที่ ร้อยตรี ศิริโชค นิยมไร่ ห้างหุ้นส่วนจํากัด เจ.เอส.เจ เวิร์ค กรุ๊ป และนายรังฤต บุญเรือง และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ ว่าที่ร้อยตรี ศิริโชค นิยมไร่ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลสัมฤทธิ์ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหานายก อบต.ตะขบ

21. เรื่องกล่าวหา นายสุรชาติ ปักสำโรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้ส่วนเสีย โครงการขุดสระน้ำ หมู่ที่ 19 บ้านชุมชนพัฒนาตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0718/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0092 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายสุรชาติ ปักสำโรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) และมีมูลความผิด ตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 90/1 

            การกระทำของนางกานดา เที่ยงอินทร์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน และการลงโทษทางวินัย พ.ศ.2558 ลงวันที่ 8 มกราคม 2559 ข้อ 9 วรรคสอง และข้อ 10 วรรคสอง

            การกระทำของนางนิภา ปักสำโรง หรือประยูรหงษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบ มาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

            สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญฤทธิ์และผองเพื่อน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ได้จดทะเบียนเลิกนิติบุคคลและทำการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจดำเนินการไต่สวนต่อไปได้ จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ

            โดยให้กันนายบุญฤทธิ์ ม่วงโสภา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ.2561 ข้อ 13 วรรคหนึ่ง

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายสุรชาติ ปักสำโรง นางกานดา เที่ยงอินทร์ และนางนิภา ปักสำโรง หรือประยูรหงษ์  และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายสุรชาติ ปักสำโรง และนางกานดา เที่ยงอินทร์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

            ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

• กล่าวหาอดีตนายก ทต.หนองบัวลาย

22. เรื่องกล่าวหา นางสาวพิณรดาวรรณ หรือนางสาวรัตต์ณาพร เล่าสถาพรสิริโชติ หรือนางสาวบุษราพร เล่าสถาพร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองบัวลาย อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตการจัดหาพัสดุและเบิกจ่ายเงินโครงการอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาลหนองบัวลาย และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลหนองบัวลาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0126/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0168 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนางสาวพิณรดาวรรณ หรือนางสาวรัตต์ณาพร เล่าสถาพรสิริโชติ หรือนางสาวบุษราพร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิด ตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 จตุทศ (3) และมาตรา 73

            การกระทำของนางสาวปทุม  คุ้มบัว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางสาวเชื้อ แสงนอก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนางสาวพิณรดาวรรณ หรือนางสาวรัตต์ณาพร  เล่าสถาพรสิริโชติ หรือนางสาวบุษราพร นางสาวปทุม คุ้มบัว และนางสาวเชื้อ แสงนอก และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสาวพิณรดาวรรณ หรือนางสาวรัตต์ณาพร เล่าสถาพรสิริโชติ หรือนางสาวบุษราพร ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป

            ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลหนองบัวลาย อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของนางสาวปทุม คุ้มบัว และนางสาวเชื้อ แสงนอก ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

 

• กล่าวหานายก อบต.ตะขบ

   23. เรื่องกล่าวหา นายสุรชาติ ปักสำโรง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ ตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการขุดลอกฝายพ่อแก้ว บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 7 และโครงการขุดลอกคลองแห้งบ้านหนองบอน หมู่ที่ 20 ปีงบประมาณ 2559 (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 0441/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0169 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายสุรชาติ ปักสำโรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 126 ประกอบมาตรา 168 และมาตรา 172)
และมีมูลความผิดตาม พรบ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา64/2 (3) และมาตรา 92

            การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด หลังเขาคอนสตรัคชั่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนางนิภา ประยูรหงส์ หรือปักสำโรง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 โดยให้กันนางชนัญญา ประยูรหงษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายบุญฤทธิ์ ม่วงโสภา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ.2561

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายสุรชาติ ปักสำโรง ห้างหุ้นส่วนจำกัด หลังเขาคอนสตรัคชั่น และนางนิภา ปักสำโรง หรือประยูรหงษ์ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายสุรชาติ ปักสำโรง ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย

            ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลตะขบ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช.พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง 

            รวมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด หลังเขาคอนสตรัคชั่น ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

 

• กล่าวหาอดีตนายก ทต.โพธิ์กลาง

24. เรื่องกล่าวหา นายอำพร มณีกรรณ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิงอเนกประสงค์ของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556(คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 - 850/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 0170 – 1 – 50/2567)

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้

            การกระทำของนายอำพร  มณีกรรณ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 และตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตาม พรบ.เทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 แต่ความผิดตาม พรบ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีในฐานความผิดดังกล่าว

            การกระทำของนายสมมิตร ขวัญกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายอรรถกร ล้อมในเมือง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนายสิปปวิชญ์ พัดขุนทด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 มาตรา 11 และมาตรา 12 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง แต่ความผิด ตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีในฐานความผิดดังกล่าว

            การกระทำของ บริษัท แกรนด์ทรัค แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางสาวทองโปรย นาคศรีพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นายไกรศร จงวัฒนะคงคา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 บริษัท ฤทธิกร วิศวกรรม จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นายชัยวัฒน์ ชัยสวัสดิถานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 นางสาวสุรีย์รัตน์ ชัยสวัสดิถานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 บริษัท คอสโมทรัค แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายพีรพงษ์  ถิ่นสันติสุข ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 และนายภัทรพล หรือพัชรพล มีคง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 แต่ความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 11 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีในฐานความผิดดังกล่าว

            การกระทำของ บริษัท ชัยมนัส บอดี้ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 และนายมนัส ชัยสวัสดิถานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 จากการไต่สวนเบื้องต้น พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า บริษัท ชัยมนัส บอดี้ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 และนายมนัส ชัยสวัสดิถานนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป

            ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายอำพร มณีกรรณ์ นายสมมิตร ขวัญกลาง นายอรรถกร ล้อมในเมือง นายสิปปวิชญ์ พัดขุนทด บริษัท แกรนด์ทรัค แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จำกัด นางสาวทองโปรย นาคศรีพรหม นายไกรศร จงวัฒนะคงคา บริษัท ฤทธิกร วิศวกรรม จำกัด นายชัยวัฒน์ ชัยสวัสดิถานนท์ นางสาวสุรีย์รัตน์ ชัยสวัสดิถานนท์ บริษัท คอสโมทรัค แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด นายพีรพงษ์ ถิ่นสันติสุข และนายภัทรพล หรือพัชรพล มีคง และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายอำพร มณีกรรณ์ นายสมมิตร ขวัญกลาง นายอรรถกร ล้อมในเมือง และนายสิปปวิชญ์ พัดขุนทด ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบด้วย

            ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของบริษัท แกรนด์ทรัค-แอนด์ แมชชีนเนอรี่ จำกัด บริษัท ฤทธิกร วิศวกรรม จำกัด บริษัท คอสโมทรัค แอนด์ อีควิปเมนท์ จำกัด ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ให้เป็น
ผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 

นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินงานด้านตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน (ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2567) มีหน่วยงานในความรับผิดชอบ/จำนวนบัญชีฯ ที่จะต้องรับยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

            (1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในความรับผิดชอบ จำนวน 334 องค์กร ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง, เทศบาลนคร 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 4 แห่ง (ปากช่อง, สีคิ้ว, เมืองปัก, บัวใหญ่), เทศบาลตำบล 85 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 243 แห่ง (2) ตำแหน่งที่จะต้องยื่นบัญชีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 2,328  บัญชี (กรณีเข้ารับตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่ง) และ (3) ตำแหน่งที่ต้องประกาศเปิดเผยต่อสาธารณะ จำนวน 334  บัญชี (กรณีเข้ารับตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่ง)

            ผลงานรอบ 10 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 16 สิงหาคม 2567

            (1) ตรวจสอบปกติ 

            เป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 76 บัญชี

            ผลการดำเนินงาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาผลการตรวจสอบแล้ว จำนวน 104 บัญชี

            โดยมีมติเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า “ไม่ผิดปกติ”

            และมีบัญชีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 20 บัญชี

            (2) ตรวจสอบยืนยัน 

            เป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 13 บัญชี

            ผลการดำเนินงาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาผลการตรวจสอบแล้ว จำนวน 21 บัญชี

            โดยมีมติเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า “ไม่ผิดปกติ”

            และมีบัญชีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 16 บัญชี

            (3) ตรวจสอบเชิงลึก 

            เป้าหมายตามแผนการดำเนินงาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 10 บัญชี

            ผลการดำเนินงาน คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาผลการตรวจสอบแล้ว จำนวน 6 บัญชี

            โดยมีมติเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า “ไม่ผิดปกติ”

            และมีบัญชีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำนวน 7 บัญชี

 เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่าจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จำนวน 1 ราย 1 บัญชี


328 9,495