11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

August 29,2024

ผอ.สคร.9 โคราช เตือนประชาชน ระวังโรคอาหารเป็นพิษ ผงะ! 4 จังหวัด “นครชัยบุรินทร์” ป่วยพุ่งกว่า 1.1 หมื่นราย

 

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายแพทย์ทวีชัย  วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้พบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษเป็นกลุ่มก้อนในกิจกรรมค่ายลูกเสือ และอาหารกลางวันของโรงเรียนหลายแห่ง ดังนั้น จึงขอเตือนพ่อครัวแม่ครัวผู้ปรุงอาหารให้มีความใส่ใจและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งโรคอาหารเป็นพิษ เกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค อาจเป็นได้ทั้ง แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ และสารพิษ จึงพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี และมักพบการระบาดในสถานที่ที่มีการจัดเตรียมอาหารและน้ำสำหรับคนหมู่มาก เช่น โรงเรียน โรงแรม รีสอร์ท กิจกรรมค่ายลูกเสือ หากเตรียมและประกอบอาหารไม่ถูกหลักอนามัย จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค โดยอาการของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำ ปวดศีรษะ คอแห้งกระหายน้ำ อาจมีไข้ร่วมด้วย ในรายที่ถ่ายอุจจาระมาก ผู้ป่วยอาจช็อกหมดสติได้

 

นายแพทย์ทวีชัย  วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา

สำหรับสถานการณ์โรคอาหารเป็นพิษในเขตสุขภาพที่ 9 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -26 สิงหาคม 2567 มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 11,360 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 5,086 ราย 2) จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วย 3,147 ราย 3) จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 2,336 ราย 4) จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 791 ราย

ขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” เพื่อป้องกันโรคอาหารเป็นพิษ ได้แก่ สุก : รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ไม่รับประทานอาหารดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ข้าวกล่องและอาหารที่เตรียมสำหรับคนหมู่มาก เช่น อาหารกลางวันสำหรับนักเรียน อาหารกลางวันสำหรับงานประชุมต่างๆ ผู้ปรุงอาหารไม่ควรตักราดข้าว แต่ควรแยกกับข้าวบรรจุใส่ถุงต่างหาก อาหารบุพเฟ่ต์งานเลี้ยงประชุม ไม่ควรเตรียมไว้ข้ามมื้อ ร้อน : อาหารที่ปรุงไว้นานเกิน 2 ชั่วโมง ต้องนำมาอุ่นร้อนให้ทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง หากอาหารมีรูป รส กลิ่น สี เปลี่ยนไป ไม่ควรนำมารับประทานต่อ สะอาด : บริโภคอาหาร น้ำดื่ม น้ำแข็งที่สะอาด มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการผลิต ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสหรือรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ หรือสัมผัสสิ่งสกปรก หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือถ่ายเหลว ควรให้ดื่มน้ำหรือน้ำตาลเกลือแร่โออาร์เอสบ่อยครั้งเพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการรุนแรง เช่น ถ่ายมาก อาเจียนมาก ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน กระหายน้ำ อ่อนเพลีย มีไข้ หัวใจเต้นผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเกิดภาวะช็อกได้ หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

 


35 339