September 06,2024
ความบันเทิงนายกฯ “อุ๊งอิ๊งค์” จะเกิดขึ้นใน ๓…๒…๑!

สิงหาคม ๒๕๖๗ เป็นเดือนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ไล่ตั้งแต่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ๑๐ ปี กรณีเสนอแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ออกจากความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และใช้เป็นนโยบายหาเสียงส่งผลให้ ส.ส. เหลือ ๑๔๓ คน ย้ายไปสังกัดพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน มีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าพรรค
ตามมาด้วยวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่เคยถูกศาลสั่งจำคุก ๖ เดือน อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
แต่ด้วยความที่พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาล ๑๑ พรรค พยายามปิดเกมเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองนานเกินไป ที่สุดแล้วใช้เวลาเพียงแค่ ๒ วัน เสนอให้ “อุ๊งอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร” ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และได้รับเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน ๓๑๙ ต่อ ๑๔๕ เสียง งดออกเสียง ๒๗ เสียง

ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓๑ ด้วยอายุน้อยที่สุด เพียงแค่ ๓๘ ปี เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ ๒ ของไทย และเป็นนอมินี ทางการเมืองคนที่ ๔ ของนายทักษิณ ชินวัตร ต่อจากนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยนายทักษิณ สามีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวนายทักษิณ ที่หนีคดีไปต่างประเทศ
เดิมการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หลังนายเศรษฐาหลุดพ้นจากตำแหน่ง นายทักษิณใช้บ้านจันทร์ส่องหล้าตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาล เสนอนายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และอดีตอัยการสูงสุด เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า ที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่เอานายชัยเกษม แต่เสนอ น.ส.แพทองธาร แทน ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง
เหตุผลที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเลือก น.ส.แพทองธาร เพราะการเลือกตั้งปี ๒๕๖๖ เจ้าตัวลงพื้นที่หาเสียงเป็นส่วนใหญ่ สส.เคยหาเสียงเอาไว้ว่า จะให้อุ๊งอิ๊งค์เป็นนายกรัฐมนตรี อีกทั้งสังคมเห็นภาพเด่นชัดว่าอุ๊งอิ๊งค์เป็นตัวแทนของนายทักษิณ คนที่เลือกอุ๊งอิ๊งค์ ก็เท่ากับเลือกทักษิณ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัว อุ๊งอิ๊งค์และนายทักษิณมีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการ ไม่เกิดแรงกระเพื่อมในพรรค

นอกจากนี้ อุ๊งอิ๊งค์เป็นคนหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่ มีพละกำลังเหลือเฟือ คิดอ่านบริหารเหลือเฟือ อยู่ในวัยที่กำลังเหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนที่ไม่เอานายชัยเกษม ส.ส.ส่วนหนึ่งเห็นว่ายังมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และในอดีตนายชัยเกษมเคยพูดถึงเรื่องการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ เกรงว่าจะทำให้เป็นปัญหาตามมาได้
เมื่อเปรียบเทียบอุ๊งอิ๊งค์ กับ เท้ง ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พบว่าอายุห่างกันเพียงแค่ ๑ ปี อุ๊งอิ๊งค์เกิดปี ๒๕๒๙ อายุ ๓๘ ปี ส่วนเท้งเกิดปี ๒๕๓๐ อายุ ๓๗ ปี จึงเป็นการต่อสู้ทางการเมืองของคนรุ่นลูก แม้ฉากหลังของอุ๊งอิ๊งค์จะเป็นนักการเมืองเก่าแก่ เขี้ยวลากดิน และลูกหรือทายาทนักการเมืองก็ตาม
แม้คนรุ่นใหม่เทใจไปยังพรรคก้าวไกลโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ฝั่งพรรคเพื่อไทยก็สร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ มาสร้างฐานแฟนคลับเช่นกัน เช่น เดียร์ ขัตติยา สวัสดิผล อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ (กทม.) น้ำ จิราพร สินธุไพร (ร้อยเอ็ด) เปิ้ล กิตติ์ธัญญา วาจาดี (อุบลราชธานี) รวมทั้งอินฟลูเอนเซอร์ที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยหลายคน
ถึงกระนั้น การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอุ๊งอิ๊งค์ ปฎิเสธไม่ได้ว่า มาจากบารมีพ่ออย่างนายทักษิณ ที่สังคมอีกส่วนหนึ่งกังขา ถึงสถานะช่วงที่หารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ยังเป็นนักโทษเด็ดขาดชายคดีทุจริต ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจาก ๘ ปี เหลือ ๑ ปี แต่ไม่เคย ติดคุกแม้แต่วันเดียว อยู่แต่ในห้องวีไอพีชั้น ๑๔ โรงพยาบาลตำรวจก่อนพักโทษ
นายทักษิณทำอะไรไม่เกรงใจคนในสังคม ทำลายกระบวนการยุติธรรม เช่นเดียวกันรัฐบาลนายเศรษฐา ถูกมองว่าไม่เห็นหัวประชาชน ที่ต้องเจอค่าครองชีพสูง แต่กำลังซื้อถดถอย เศรษฐกิจไทยซบเซา ถึงขนาดเรียกร้องในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้กลับมา เฉกเช่นเพลง “คิดถึงลุงตู่” ถูกแชร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง

อุ๊งอิ๊งค์กำลังจะเป็นนายกฯ คนต่อไปที่ต้องเจอแรงเสียดทานจากสังคมอีกมาก ด้วยอายุยังน้อย ไม่มีประสบการณ์การเมืองเป็นที่ประจักษ์ หากสร้างคะแนนนิยมไม่ได้ เลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยคงสูญพันธุ์
อุ๊งอิ๊งค์เป็นคนโชคดี ที่เกิดมาเป็นลูกเศรษฐี เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้อง ๓ คน ของนายทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เรียนหนังสือโรงเรียนชื่อดัง อย่างเซนต์โยเซฟ คอนเวนต์ และมาแตร์เดอีวิทยาลัย ช่วงที่พ่อเป็นนายกรัฐมนตรี สร้างความฮือฮาด้วยการทำงาน พาร์ตไทม์ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาสยาม ดิสคัฟเวอรี่ ช่วงปิดเทอม
ในสมัยวัยรุ่น อุ๊งอิ๊งค์ถูกตั้งคำถามถึงประเด็นการเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่า “ข้อสอบรั่ว” เมื่อปี ๒๕๔๗ ซึ่ง ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เคยตั้งคำถามถึงคะแนนสอบเอ็นทรานซ์สองครั้ง ที่ต่างกันผิดปกติราวฟ้ากับเหว ถึงกับเรียกว่า “คะแนนสูงมหัศจรรย์”
แม้นายทักษิณ นายกรัฐมนตรี และนายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการขณะนั้นปฎิเสธเสียงแข็ง แต่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดที่นายสุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธานสรุปว่า “ข้อสอบรั่ว” ขณะที่ ศ.ร.ต.อ.วรเดช จันทรศร เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ขณะนั้นยอมรับว่าเปิดซองข้อสอบวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษาจริง
เวลาผ่านไป อุ๊งอิ๊งค์ตอบโต้เรื่องนี้อย่างมั่นหน้ามั่นใจว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเกือบ ๒๐ ปีแล้ว เรื่องจบไปนานแล้ว พร้อมถามว่า “จุฬาฯ เส้นเข้าได้ด้วยเหรอคะ” หรือ “เรื่องนี้เก่าไปมาก เค้าสอบสวนกันจบเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนแล้ว” แต่ก็ยังเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยแก่สังคม โดยเฉพาะคนที่ผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยรุ่นใกล้เคียงกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่คนยุคเบบี้บูมเมอร์ส เจนเนอร์เรชันเอ็กซ์ และเจนเนอร์เรชันวาย ที่ผ่านเรื่องราวการเมืองมา ๒๐ ปียังจดจำ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ขณะผู้พิพากษาศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีเลี่ยงภาษีหุ้น ชินคอร์ปฯ ปรากฏว่าอุ๊งอิ๊งค์ไป “เบะปาก” ใส่องค์คณะผู้พิพากษา แล้วเป็นภาพปรากฏในโซเชียลฯ วนกลับมานานนับสิบปีแบบไม่รู้ลืม
ในขณะที่ประสบการณ์การทำงาน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจโรงแรมและสนามกอล์ฟ บริษัท เรนด์ ดีเวลลอปเมนท์ อาทิ โรงแรม เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่, สนามกอล์ฟ อัลไพน์, โรงแรมเอสซี ปาร์ค ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจในครอบครัวชินวัตร กลายเป็นถูกตั้งคำถามว่าอุ๊งอิ๊งค์บริหารงานเองเป็น หรือมีทีมบริหารมืออาชีพอยู่เบื้องหลัง
ส่วนประสบการณ์การเมือง ตั้งแต่เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมของพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ภาพส่วนใหญ่มีแต่หาเสียงตอบโต้ทางการเมือง วาทกรรมที่ตราตรึง “ปิดสวิตซ์ ส.ว. ปิดสวิตซ์ ๓ ป. คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีไปพร้อมๆ กันค่า” กลายเป็นประโยคล้อเลียนเมื่อบริหารประเทศจริง
เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล นอกจากรัฐมนตรีและแกนนำพรรคตอบโต้ นายเศรษฐพุฒิสุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพราะไม่เห็นด้วยกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ๑๐,๐๐๐ บาท อุ๊งอิ๊งค์ยังไปด่าว่าแบงก์ชาติเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ผลก็คือถูกถล่มอย่างหนัก ตอนหลังวิ่งกึ่งเดิน เดินกึ่งวิ่ง บอกว่า “ไม่ได้หนีค่ะแต่มีธุระ”
รวมไปถึงการเป็นประธานคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ งบประมาณ ถูกผลาญแต่อีเวนต์ ได้เห็นโครงการแปลกๆ แต่ยังไม่เกิด อย่างแข่งขันใส่กางเกงช้างบันทึกสถิติโลก หรือเมื่อครั้งประกาศจัดสงกรานต์ตลอดเดือนเมษายน ทั้งที่เอกชนทำกันอยู่แล้ว แต่ที่ตลกก็คือ เชิญชวนคนทั้งโลกเที่ยวสงกรานต์แท้ๆ แต่ตัวเองพาลูก ไปเที่ยวฮ่องกง
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ดรามา ไม่ใช่ Hate Speech แต่เป็นความจริง ที่ถึงบัดนี้หลายอย่างยังไม่เคลียร์หรือยอมรับผิด แถมยังมีผู้ใหญ่และนางแบกคอยให้ท้าย ต่อจากนี้ถ้ายังทำตัวเป็นอุ๊งอิ๊งค์คนเดิม เป็นลูกทักษิณ ลูกคนรวย ยังทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะทำลายไม่ใช่แค่ตัวอุ๊งอิ๊งค์ แต่ยังรวมไปถึงนามสกุลชินวัตรทั้งตระกูล
เพราะความบันเทิงในการบริหารประเทศของนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ จะเกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๗๖๘ วันที่ ๑๕ เดือนสิงหาคม - วันที่ ๑๔ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๗
201 920



