September 14,2024
อาจารย์เทคนิคร้องสองสาวขี่ จยย.ฝ่าไฟแดงชนแขนหักปัดรับผิดชอบ ตร.บอกวงจรปิดเสียต้องหาหลักฐานเอง

อาจารย์เทคนิคบุรีรัมย์ ร้องขอความเป็นธรรมสองสาววัยรุ่นขี่ จยย.ฝ่าไฟแดงชนมอไซด์ล้มแขนซ้ายหักสามแยกหน้าศาลากลางปัดรับผิดชอบ หลัง ตร.บอกกล้องวงจรปิดเสีย ต้องเดินหน้าหาหลักฐานเอง วอนพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ช่วยเป็นพยานบุคคลหรือใครมีกล้องหน้ารถเพื่อเป็นหลักฐาน หวั่นเจ็บฟรี ทั้งเสียเวลา และค่ารักษาทั้งที่ไม่ได้ผิด
(11 ก.ย.67) นายณัฐพนธ์ ปาเส อาจารย์อัตราจ้างวิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ พร้อมทั้งได้โพสต์เฟสบุ๊กขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีโดยระบุข้อความว่า “สวัสดีครับทุกท่าน #ช่วยแชร์ด้วยครับ ในวันที่ 3 กันยายน 2567 ช่วงเวลา 10.00 – 10.30 น. ผมโดนรถฝ่าไฟแดงมาชน บริเวณสามแยกหน้าศาลากลางหลังเก่า กล้องวงจรปิดบริเวณนั้นเสีย หากท่านใดอยู่ในเวลาดังกล่าว ผมรบกวนขอภาพกล้องหน้ารถหน่อยนะครับ หรือมาเป็นพยานบุคคลก็ได้ครับ ขอบคุณครับ” หลังจากมีสองสาววัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าสัญญาณไฟแดง มาชนกับรถจักรยานยนต์ของตนเองซึ่งขับไปถูกต้องตามสัญญาณไฟเขียว จนรถล้มพังเสียหายและตัวเองได้รับบาดเจ็บแขนซ้ายหัก นอนรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ 2 วัน และทุกวันนี้ยังต้องใส่เฝือกดามแขนไปสอนหนังสือทั้งที่แขนยังใช้งานไม่ได้เป็นปกติ แต่คู่กรณีกลับปัดความรับผิดชอบอ้างไม่มีหลักฐานยืนยันว่าฝ่าสัญญาณไฟแดง เพราะตำรวจแจ้งว่ากล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุที่มีอยู่ประมาณ 5 ตัวใช้การไม่ได้สักตัว ทั้งบอกว่ากล้องวงจรปิดดังกล่าวเป็นของเทศบาล แต่พอสอบถามไปยังเทศบาลก็แจ้งว่ากล้องวงจรปิดอยู่ในความดูแลของตำรวจ จึงต้องพยายามหาหลักฐานเอง

นายณัฐพนธ์ อาจารย์เทคนิคผู้บาดเจ็บ เล่าว่า วันเกิดเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากวิทยาลัย เพื่อจะไปเอากระเป๋าในบ้านพักที่บ้านโคกหัวช้าง แต่พอมาถึงสามแยกศาลากลางหลังเก่า ก็จอดรอสัญญาณไฟเขียวเพื่อรอเลี้ยวขวาจะไปถนนเสด็จนิวัฒน์ พอสัญญาณไฟเขียวก็เลี้ยวขวาไป แต่จู่ๆ มีรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้หญิงขับขี่ซ้อนกันมาสองคน ฝ่าไฟแดงมาชนกับรถของตนเอง ทำให้รถล้มทั้งสองคัน ซึ่งตนบาดเจ็บแขนหัก ส่วนคนขับคู่กรณีมีแผลถลอกตามตัวเล็กน้อย คนซ้อนไม่บาดเจ็บ จากนั้นก็มีรถฉุกเฉินนำส่ง รพ.ทั้งสองคน ตนต้องนอนรักษา 2 วันเพราะแขนซ้ายหัก หลังออกจาก รพ.พนักงานสอบสวนนัดให้ไปไกล่เกลี่ยกันที่โรงพัก โดยตำรวจแจ้งว่าจุดเกิดเหตุกล้องวงจรปิดเสีย ทำให้ผู้ปกครองของคู่กรณีปัดแสดงความรับผิดชอบ อ้างว่าไม่มีหลักฐานว่าคู่กรณีฝ่าไฟแดง

จึงได้ลงพื้นที่หาหลักฐานกล้องวงจรปิดเอง ก็มีกล้องจากร้านค้าบางจุดแต่เห็นแค่ช่วงที่ขับผ่าน ไม่เห็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุ จึงอยากจะฝากถึงพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์อุบัติเหตุในวันนั้น ช่วยมาเป็นพยานบุคคล หรือหากใครมีกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกภาพได้ช่วยนำมาเป็นหลักฐานด้วย เพราะเกรงจะเจ็บฟรีทั้งที่ไม่ใช่ฝ่ายผิด เบื้องต้นแม้จะใช้สิทธิ์ประกันสังคมสำรองจ่ายค่ารักษาไป 6 หมื่น แต่พ่อแม่ต้องเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายขับรถไปกลับ อ.ประโคนชัย เพื่อมาเฝ้าดูแลตนเองที่นอนรักษาอยู่ รพ. ส่วนรถจักรยานยนต์ที่เสียหายก็ยังไม่รู้ว่าจะซ่อมเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงคู่กรณีว่ายอมรับความจริงว่าเป็นฝ่ายผิดที่ฝ่าไฟแดงมาชน ก็ยังสามารถพูดคุยตกลงกันได้ แต่หากยังเมินรับผิดชอบแล้วมีหลักฐานว่าฝ่าไฟแดงจริง ก็คงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย


56 338



