11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

September 30,2024

ทำไม ‘คุณหญิงโม’ ไม่ถูกลาวจับเป็นตัวประกัน

 

 

เมื่อครั้งเจ้าอนุวงศ์ยกทัพจากเวียงจันทน์ เข้ายึดเมืองนครราชสีมา ในวันเสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๓๖๙ (วัน เดือน ๓ แรม ๗ ค่ำ ปีจออัฐศก)  ได้โดยสะดวก เนื่องจากเจ้าพระยาทองอินท์ เจ้าเมืองนครราชสีมาไม่อยู่ ไปราชการพร้อมด้วยพระยาปลัดเมืองและกองกำลังพลส่วนหนึ่ง ยกไประงับเหตุวิวาทระหว่างพระยาไกรสงคราม เจ้าเมืองขุขันธ์ (ศรีสะเกษ) กับหลวงยกกระบัตร น้องชาย เมืองนครราชสีมาจึงมีแต่ข้าราชการชั้นผู้น้อยและกำลังพลส่วนหนึ่งรักษาเมือง กอปรกับเจ้าอนุวงศ์สร้างกลลวงว่ายกทัพมาครั้งนี้เพื่อไปช่วยกรุงเทพฯ รบกับอังกฤษ จึงทำให้หัวเมืองตามรายทางและกรมการเมืองนครราชสีมาต่างหลงเชื่อ

 

แต่การหาเป็นเช่นนั้นไม่ เจ้าอนุวงศ์กลับให้ทหารกวาดต้อนผู้คนเมืองนครราชสีมาไปเวียงจันทน์ เมื่อข่าวนี้ลือออกไปมีชาวเมืองส่วนหนึ่ง พากันทิ้งบ้านเรือนหนีเข้าป่าดง เพราะกลัวถูกจับเป็นเชลยต้องไปเป็นขี้ข้าลาว ท่านผู้หญิงบุนนาคภริยาเจ้าเมืองนครราชสีมา ก็เป็นผู้หนึ่งที่กลัวอันตรายและตกไปเป็นขี้ข้าลาว จึงปลอมตัวเป็นไพร่เอาเขม่าก้นหม้อทาหน้า สวมใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดรุ่งริ่ง หาบกระเชอผุๆ บรรจุอาหาร มิให้พวกลาวรู้ว่าเป็นลูกเมียเจ้าเมือง พร้อมกับพาบุตรอีกสองคนหนีไปตายเอาดาบหน้า โชคร้ายหม่อมนาคไปไม่รอดถูกทหารลาวจับได้ แต่เจ้าอนุวงศ์มิได้ทำอันตรายใดๆ เพียงแต่จับไว้เป็นตัวประกัน

วันจันทร์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๓๖๙ (วันเดือน ๓ แรม ๑๑ ค่ำ ปีจออัฐศก) ทหารลาวกวาดต้อนชาวเมืองนครราชสีมาไปเวียงจันทน์ เป็นขบวนยาวเหยียดดังสายน้ำ ในจำนวนชาวเมืองที่ถูกกวาดต้อนไป  มีคุณหญิงโมภริยาปลัดเมือง ซึ่งทำตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาปะปนรวมอยู่ด้วย  สภาพการอพยพเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย ทั้งผู้คน สิ่งของ ช้าง ม้า หมู หมา กาไก่ ฯลฯ ทหารลาวไม่ได้สนใจว่าใครเป็นใคร โดยเฉพาะคุณหญิงโม การที่คุณหญิงโมไม่ถูกจับเป็นตัวประกัน หรืออยู่ในสายตาที่ควรเฝ้าระวังของพวกลาวนั้น เรื่องนี้ผู้เขียนวิเคราะห์เห็นว่า อาจเป็นเพราะ

๑. การศึกครั้งนี้ เจ้าอนุวงศ์ประเมินการรบผิดพลาดด้วยชะล่าใจว่า ชาวเมืองมีแต่คนชรา ผู้หญิง เด็ก ชายฉกรรจ์มีน้อยเพียงหยิบมือ ไม่มีทางต่อสู้กับทหารลาวที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดีได้ อีกทั้งยังสั่งให้เก็บปืนหลวงและเครื่องศัตราวุธของชาวเมืองทั้งสิ้น แม้แต่ชั้นพร้าและจอบเสียมก็ไม่ให้มีติดตัว กอปรกับไม่มีแผนจับกุมบุคคลสำคัญเป็นตัวประกัน หรือเฝ้าระวังให้อยู่ในสายตา เพียงแต่มีเป้าหมายต้องการทรัพย์สินในท้องพระคลัง และอพยพผู้คนไปอยู่เวียงจันทน์ ให้มากที่สุด แม้หม่อมนาคจะถูกจับแต่ก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ทหารลาวออกกวาดต้อนผู้คน มิได้มีแผนจับเป็นตัวประกันแต่อย่างใด

๒. เจ้าอนุวงศ์อาจเชื่อว่า เจ้าพระยาทองอินท์ไม่สามารถยกทัพมาช่วยเมืองนครราชสีมาได้ เพราะถูกทัพพระยาไกรสงครามเจ้าเมืองขุขันธ์ยันไว้ ซ้ำพระยาไกรสงครามกับพระสะเทือน หลวงปลัดเมืองสุรินทร์คุมไพร่พลไล่ล่าไปปราบ จนทัพเจ้าพระยาทองอินท์ต้องถอยร่นไปตั้งหลักอยู่แถบเมืองปราจีนบุรี

๓. เจ้าอนุวงศ์ตลอดจนทหารลาวไม่รู้จักคุณหญิงโม และไม่รู้ว่าคุณหญิงโมเป็นผู้หญิงที่ชาญฉลาดเหนือหญิงธรรมดาทั่วไป เล่นหมากรุก วางแผน ขี่ม้าก็เก่ง ที่สำคัญคุณหญิงโมเป็นถึงภริยาปลัดเมือง ถือว่าเป็นสตรีหมายเลข ๒ เป็นผู้นำสตรีในเมืองโคราชย่อมมีภาวะผู้นำสูง แต่ไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกลาวที่ควรจับเป็นตัวประกันใช้ในการต่อรอง นับเป็น “การปล่อยเสือเข้าป่า”

 

ผลจากการไม่จับคุณหญิงโมบุคคลสำคัญเป็นตัวประกัน คุณหญิงโมจึงผงาดทำการกอบกู้บ้านเมืองโดยสะดวก เป็นต้นว่า ร่วมกับกรมการเมืองวางแผนต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ ปลุกระดมให้ชาวเมืองให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ลุกขึ้นต่อสู้กับศัตรูอย่างไม่กลัวตายเสียดายชีวิต รวมทั้ง คุณหญิงโมเป็นแม่ทัพหนุนและนำกำลังผู้หญิงเข้าร่วมรบกับกองทัพลาวอย่างกล้าหาญเด็ดเดี่ยวทุกครั้ง

จนส่งผลให้กองทัพเมืองนครราชสีมาบดขยี้กองทัพลาวแตกพ่ายยับเยิน ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด ในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๓๖๙ เมื่อกองทัพเจ้าอนุวงศ์ถอยกลับเวียงจันทน์อย่างไม่เป็นขบวน

• ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต

------------------------------------------------------------------------------------

จดหมายเหตุนครราชสีมา (พิมพ์ครั้งที่ ๔, กรุงเทพฯ: ยงเกียรติการพิมพ์, ๒๕๒๘), หน้า ๒๖๓-๒๖๔.

เรื่องเดียวกัน, หน้า ๖.

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๓ (พิมพ์ครั้งที่ ๖, กรุงเทพฯ:  กรมศิลปากร, ๒๕๓๘), หน้า ๑๗.

จดหมายเหตุนครราชสีมา, หน้า ๑๓.

 

นสพ.โคราชคนอีสาน ปีที่ ๕๐ ฉบับที่ ๒๗๖๙ ประจำวันที่ ๑๕ เดือนกันยายน - ๑๔ เดือนตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๗


126 1,058