November 24,2024
เกษตรกรฟาร์มไก่โคราช-บุรีรัมย์ ถูกเบี้ยวค่าจ้างเลี้ยงไก่หลักแสน ต้องขายวัวขายทองคำนำเงินมาใช้จ่าย

เกษตรกรที่ทำฟาร์มเลี้ยงไก่รายย่อย บุรีรัมย์–โคราช ร้องถูกผู้ประกอบการเบี้ยวเงินค่าจ้างเลี้ยงไก่รายละหลักแสน อ้างขาดสภาพคล่องทั้งที่จับไก่จากลูกเล้าไปขายหมดแล้ว โอดเดือดร้อนต้องกู้เงิน ขายวัวและทองจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำบริหารจัดการในฟาร์มที่รับเลี้ยง วอนผู้ประกอบการเห็นใจนำเงินมาจ่าย
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เกษตรกรที่ทำฟาร์มเลี้ยงไก่รายย่อย 2 จังหวัด คือ จ.บุรีรัมย์ และ จ.นครราชสีมา กว่า 10 ราย ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกผู้ประกอบการหรือเจ้าของบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เบี้ยวเงินค่าจ้างเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อสะสมตั้งแต่ต้นปี 2567 ถึงปัจจุบันเฉลี่ยรายละ 40,000 , 50,000, 100,000, 200,000 และ 500,000 บาท เมื่อไปทวงถามก็อ้างว่าประสบปัญหาขาดทุนและขาดสภาพคล่อง รับปากว่าจะทยอยจ่าย แต่รอจนเกือบสิ้นปีแล้วบางรายก็ยังไม่ได้เงินที่ค้างไว้สักบาท บางรายไปทวงหลายรอบก็จะได้มาครั้งละ 5,000 หรือ 10,000 บาทบ้างทั้งที่จับไก่ไปส่งขายจนหมดแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรที่รับจ้างเลี้ยงไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว บางคนก็ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ บางคนก็ขายวัว และทองรูปพรรณที่มี เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว หมุนเวียนบริหารจัดการในฟาร์ม ทั้งจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแกลบ และอุปกรณ์ที่เป็นต้นทุนในการรับจ้างเลี้ยงไก่ นอกจากนั้นผู้ที่รับจ้างขนส่งไก่ให้กับบริษัทดังกล่าว ก็ถูกเบี้ยวเงินค่าจ้างขนส่งรายละหลักแสนอีกด้วย
นายวิฑูรย์ ปานาสังข์ เกษตรกร จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้รับจ้างเลี้ยงไก่ให้กับผู้ประกอบการรายนี้มาราว 2 ปีแล้ว เริ่มมีปัญหาค้างค่าจ้างเลี้ยงช่วงต้นปี 2567 ทวงถามก็อ้างขาดทุนจะทยอยจ่ายให้ แต่จนถึงขณะนี้ค้างกว่า 2 แสนบาทแล้ว ก็ยังไม่จ่ายสักบาททำให้เดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่าย และหมุนเวียนในฟาร์ม จึงต้องเอาวัว และทองรูปพรรณไปขาย เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริหารจัดการในฟาร์ม ก็อยากให้ผู้ประกอบการนำเงินที่ค้างไว้มาจ่ายให้ครบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรด้วย แต่หากยังเงียบก็จะรวบรวมหลักฐานร้องศูนย์ดำรงธรรม และแจ้งความต่อไป
ด้านนางทองวัน พยัคฆะ เกษตรกรชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้รับจ้างเลี้ยงไก่ให้กับผู้ประกอบการรายดังกล่าวมาประมาณ 2 ปีแล้ว โดยได้ค่าจ้างเลี้ยงตัวละ 8 บาท ช่วงแรกก็ไม่มีปัญหา หลังจากผู้ประกอบการจับไก่ส่งขายแล้ว ก็จ่ายเงินตรงตามกำหนด แต่เมื่อช่วงต้นปี 2567 ผู้ประกอบการเริ่มมีปัญหาจ่ายเงินไม่ตรง และค้างสะสมมาเรื่อยรวมเป็นยอดกว่า 100,000 บาทแล้ว เวลาไปทวงก็จ่ายมาครั้งละ 5,000 หรือ 10,000 บาทบ้างต้องไปทวงหรือขอเอาเหมือนขอทาน ก็อยากให้ผู้ประกอบการเห็นใจจ่ายเงินที่ค้างอยู่ให้ครบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรด้วย
ขณะที่นายพิเชษฐ์ ผู้รับจ้างขนส่งไก่ให้กับผู้ประกอบการรายดังกล่าว บอกว่า ช่วงแรกทางผู้ประกอบการก็จ่ายเงินตรงไม่มีปัญหา แต่เมื่อช่วงต้นปี 2567 เริ่มไม่จ่ายเงินให้ โดยมีผู้รับจ้างขนส่งไก่ 2 คน ก็ค้างสะสมมาเรื่อยรวมยอดคนละกว่า 100,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะต้องสำรองเงินค่าน้ำมันไปก่อน แต่กลับไม่ได้ค่าจ้างขนส่งตามที่ตกลง จึงได้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ก็ติดต่อให้มาไกล่เกลี่ยกันและทำบันทึกข้อตกลงไว้ ซึ่งผู้ประกอบการก็รับปากจะทยอยจ่ายให้เดือนละ 20,000 บาท แบ่งกันคนๆ ละ 10,000 บาท แต่หลังจากทำบันทึกข้อตกลงไว้แล้ว ก็ยังไม่จ่ายแม้แต่บาทเดียว หากไม่ติดต่อมาเคลียร์ ตนก็เตรียมนำหลักฐานแจ้งความ หรือฟ้องร้องตามกฎหมายต่อไป
จากนั้นทีมข่าวได้ไปตามหาผู้ประกอบการ แต่พบเพียงภริยาก็ให้ข้อมูลเพียงว่า ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับการดำเนินธุรกิจของสามีแล้ว และไม่ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ต้องถามจากผู้เป็นสามีเอง
252 1,039



