11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

December 19,2024

‘บ้านหลักร้อย’ ในเมืองนครราชสีมา

 

การวัดระยะทางของไทยโบราณ มีวิธีประเพณีปฏิบัติของช่างอย่างหนึ่ง คือ ใช้มาตราวัดหรือหน่วยวัดเป็น “เส้น” โดยเทียบว่า “๒๐ วา เป็น ๑ เส้น” ซึ่งมีความเป็นมาว่า ในปี พ.ศ.๒๔๐๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ มีพระราชดำริให้ขุดคลองในกรุงเทพฯ เพื่อขยายความเจริญทางเศรษฐกิจ ช่างได้คิดวิธีกำหนดหน่วยระยะทางโดยทำจุดอ้างอิงระยะทางขึ้นมา โดยการแบ่งระยะทางออกเป็น ๑๐๐ เส้น ในทุกระยะทาง ๑๐๐ เส้น จะปักหลักไว้ ๑ หลัก เป็นเครื่องหมายให้ทราบความยาวของระยะทาง เช่น หลักที่ ๑ คือหลักที่ ๑๐๐ เส้น หลักที่ ๒ ก็คือ หลักที่ ๒๐๐ เส้น เป็นต้น ซึ่งเทียบกับระบบเมตริก ๑ หลัก เท่ากับ ๔,๐๐๐ เมตร หรือ ๔ กิโลเมตร

 

สำหรับหลักที่ ๔ หรือ หลักสี่ ที่เป็นชื่อบ้านและชื่อเขตเขตหนึ่งของกรุงเทพมหานคร มีประวัติความเป็นมาว่าในสมัยรัชกาลที่ ๕ มีการขุดคลองเพื่อเป็นทางลัดสู่จังหวัดต่างๆ ชุมชนที่ตั้งอยู่ที่บริเวณหลักบอกระยะทางที่ ๔ ของคลองเปรมประชากร จึงมีชื่อเรียกว่า “บ้านหลักสี่” อยู่ใน “เขตหลักสี่ของ กทม.”

 

ในเรื่องที่เกี่ยวกับ “บ้านหลักร้อย” ของเมืองนครราชสีมามีอยู่ ๒ แห่ง คือ

๑. บ้านหลักร้อย อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งคนเก่าคนแก่เล่าว่า ที่เรียกว่า บ้านหลักร้อยนั้น ก็เนื่องมาจากระยะทางจากตัวเมืองนครราชสีมา มายังหมู่บ้านหลักร้อยมีความยาว ๑๐๐ เส้น โดยหลักแรกเริ่มต้นที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามกับศาลหลักเมือง เพราะเป็นจุดใจกลางเมือง หลักปักเป็นระยะๆ ไปจนถึงบ้านหลักร้อย แต่ชาวบ้านในสมัยนั้นไม่เรียกว่า หลักหนึ่งร้อยเส้น หรือ หลักร้อยเส้น แต่พากันเรียกสั้นๆ ว่า “หลักร้อย” ต่อมาหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่า บ้านหลักร้อย ปัจจุบันหลักแรกและหลักต่างๆ ได้สูญหายไป เข้าใจว่าเพราะสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นตามความเจริญของบ้านเมือง

การจัดทำระยะทางเป็น ๑๐๐ เส้น ไปยังบ้านหลักร้อยนั้น สันนิษฐานว่าเป็นการนับระยะทางในการเดินทางในการค้าขายและการเดินทัพของคนแต่ก่อน ดังจะเห็นได้จากเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดให้สร้างเมืองนครราชสีมา ถนนโพธิ์กลางเป็นย่านการค้าที่สำคัญ และในสมัยก่อนการเดินทางไปยังแผ่นดินต่ำในภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยาและกรุงเทพฯ เมื่อออกจากถนนโพธิ์กลางจะไปตามเส้นทางบ้านหลักร้อย บ้านภูเขาลาด บ้านมะขามเฒ่า ขามทะเลสอ บ้านกุดจิก สูงเนิน คลองขนานจิต (ปากช่อง) เมืองนครจันทึก (ปากช่อง) ถึงบริเวณนี้จะเป็นทาง ๒ แพร่ง คือ หากแยกไปทางช่องปางสวองหรือช่องดงพระยาไฟ (ดงพญาเย็นปัจจุบัน) ก็จะข้ามขุนเขาไปเมืองสระบุรีและกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใกล้กว่าช่องทางอื่นๆ อีกเส้นทางหนึ่งแยกไปทางช่องดงพระยากลางหรือช่องนางสระผมในเขตอำเภอด่านขุนทด ไปยังเมืองชัยบาลดาล เพื่อไปเมืองลพบุรี เพชรบูรณ์ ลุ่มแม่น้ำป่าสัก ฯลฯ ดังนิราศหนองคายของ ทิม สุขยางค์ พรรณนาว่า

                    ถึงทางแยกมรคาพระยาไฟ      แยกหนึ่งไปพระยากลางเป็นทางสอง

                ท่านเจ้าคุณการุณไพร่ด้วยใจปอง  ได้ตึกตรองไว้แต่เดิมเมื่อเริ่มมา

                เพราะเห็นว่าวลาหกตกไม่ห่าง      จะไปทางพระยาไฟเกรงไข้ป่า

๒. บ้านหลักร้อย ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางทางการค้าและการเดินทัพอีกเส้นหนึ่งไปทางเหนือ โดยเริ่มจากตัวเมืองนครราชสีมา ด่านจอหอ บ้านหลักร้อย อำเภอโนนไทย ไปหนองบัวโคก ด่านขุนทด ลำสนธิ ไปยังลพบุรี เพชรบูรณ์ หรือจากหนองบัวโคกไปเมืองชัยภูมิ เพชรบูรณ์ฯลฯ เส้นทางนี้อาจมีการปักหลัก ๑๐๐ เส้นที่บ้านหลักร้อย ตำบลโนนไทย แต่ไม่ทราบว่าเป็นหลักที่เท่าไร เพราะไม่มีหลักฐานปรากฏ แต่น่าจะเป็นหลักที่ ๗ คือหลักที่ ๑๐๐ เส้นของหลักที่ ๗ เพราะนับระยะทางจากเมืองนครราชสีมาจะได้ประมาณ ๒๘ กิโลเมตร แต่ชาวบ้านโนนไทยสมัยนั้นไม่เรียกว่าบ้านหลัก ๗ กลับเรียกว่า “บ้านหลักร้อย” เช่นเดียวกับบ้านหลักร้อยในอำเภอเมืองนครราชสีมา.

• ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต

 

อ้างอิง

ศาลหลักเมือง จังหวัดนครราชสีมา สืบค้นจาก https://thailandtourismdirectory.go.th/attraction/3422.

พระยาเพ็ชร์ปาณี. จดหมายเหตุเรื่องมณฑลนครราชสีมา พ.ศ. ๒๔๖๗. กรุงเทพฯ: โสภณพิพรรฒธนากร, หน้า ๒-๓.

หลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ทิม สุขยางค์). (๒๕๔๔). นิราศหนองคาย. พิมพ์ครั้งที่ ๔, กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.

 เป็นนิราศที่พรรณนาการเดินทัพไปปราบฮ่อที่ก่อความไม่สงบที่เวียงจันทน์และหนองคาย ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ซึ่งยังไม่มีรถไฟ โดยเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญสกุล) เป็นแม่ทัพ.

ข้อมูลจาก พล.ต.ณรงค์ สุดประเสริฐ.

 


214 1,728