26thMarch

26thMarch

26thMarch

 

August 05,2025

ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด อดีตผอ.โรงเรียนชื่อดังโคราช เอื้อเอกชนขายน้ำดื่มและร้านมินิมาร์ท มิชอบด้วย กม.

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยข้อมูลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีเกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการ จำนวน 4 เรื่อง โดยเรื่องที่ 4 นั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น เรื่องกล่าวหานายอุทัย หวังอ้อมกลาง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย กับพวก กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ในการทำสัญญาให้บริษัท ซันดิว (ประเทศไทย) จำกัด จำหน่ายน้ำดื่มและร้านค้ามินิมาร์ท โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ข้อเท็จจริงจาการไต่สวนปรากฏว่า นายอุทัย หวังอ้อมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กับพวก ได้ร่วมกันในการดำเนินการจัดหาผู้เช่าร้านสวัสดิการจำหน่ายสินค้าของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยรายใหม่โดยที่ไม่มีการกำหนดรายละเอียดหรือเงื่อนไขการเสนอราคาให้ผู้ประกอบการรายอื่นที่จะเข้าร่วมการยื่นเสนอราคานอกจากบริษัท ซันดิว (ประเทศไทย) จำกัด อันมีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ซันดิว (ประเทศไทย) จำกัด หรือแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยให้นายเสด็จ เขียวแดง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ลงนามในสัญญาเช่าซึ่งมีระยะเวลาการเช่าเกินกว่า 5 ปี และการเช่าดังกล่าวก็ไม่มีการจดทะเบียนการเช่าที่สำนักงานที่ดินอันเป็นการไม่ปฏิบัติหรือดำเนินการตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2551 ซึ่งแม้จะทำให้โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยได้ผลประโยชน์ตอบแทนมากกว่าผู้เสนอราคารายอื่น แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้กับ บริษัท ซันดิว (ประเทศไทย) จำกัด เข้าเป็นคู่สัญญา และยังเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดการแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับตนเองหรือผู้อื่นด้วย อันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อวิธีการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2551 ที่มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้อยู่แล้ว

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
การกระทำของนายอุทัย หวังอ้อมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ส่วนมูลความผิดทางวินัย เนื่องจากนายอุทัย หวังอ้อมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้พ้นจากตำแหน่งเกินกว่า 3 ปี จึงไม่อาจดำเนินการทางวินัยกับนายอุทัย หวังอ้อมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้

การกระทำของนายเสด็จ  เขียวแดง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งยังมิได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ทราบ แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงให้ยุติการดำเนินคดีกับ นายเสด็จ  เขียวแดง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในฐานความผิดดังกล่าว

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายอุทัย หวังอ้อมกลาง ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) ต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง

 

อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 

 


154 2,822