August 23,2025
ขับเคลื่อน “เมืองอารยสถาปัตย์” ยกระดับโคราชสู่นานาชาติ ต้นแบบเมืองที่ทุกคนเข้าถึงได้

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่วัดศาลาลอย อ.เมืองนครราชสีมา นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการกองทุน สสส. พร้อมด้วย น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครราชสีมา น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา และพระมงคลรัตนสุธี (สุขจิตโต) เจ้าอาวาสวัดศาลาลอย พระอารามหลวง ร่วมพิธีเปิด “เมืองอารยสถาปัตย์ เมืองกีฬา และเมืองท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” จ.นครราชสีมา ตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน หรือ Universal Design (UD) รวมทั้งลงนาม MOU ความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยกับมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล ปฏิญญาโคราช รวมพลังขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์เมืองกีฬาและเมืองท่องเที่ยว พ.ศ.2568-2569 จ.นครราชสีมา เพื่อยกระดับมาตรฐานพื้นที่สำหรับทุกคน โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน ตัวแทนสมาคมคนพิการ เข้าร่วม
ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเมือง สุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) และการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for ALL) ของจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งส่งเสริมสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมของผู้พิการ และรองรับสังคมผู้สูงวัย (Aging Society) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 โดยในประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน กล่าวถึงการสร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว โดยข้อ 4.3.3 ระบุให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพและการแพทย์
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ประธานกรรมการกองทุน สสส.เปิดเผยว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ โดยปี 2568 มีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณ 21.87% ของประชากรทั้งประเทศ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 พบว่า การหกล้มและอุบัติเหตุในที่พักอาศัยที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินชีวิตนำไปสู่ภาวะพิการ โดยทุกปีมีผู้สูงอายุหกล้มกว่า 30% หกล้มนอกบ้าน 65% หกล้มภายในบ้าน 35% สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการลื่น สะดุด หรือก้าวพลาดบนพื้นระดับเดียวกันสูงถึง 65.4% ตกหรือล้มจากบันไดและขั้นบันได 5.6% และยังมีคนพิการกว่า 2.2 ล้านคน คิดเป็น 3% ของประชากรทั้งประเทศ รัฐบาล จึงจำเป็นต้องสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านอารยสถาปัตย์ (Friendly Design) ซึ่งเป็นแนวทางที่ สสส. และภาคีเครือข่าย ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเท่าเทียม ส่งผลดีทุกมิติ ทั้งคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดและประเทศในระยะยาว
“โครงการนี้คือก้าวสำคัญในการยกระดับ จ.นครราชสีมา สู่ เมืองสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health & Wellness Tourism) ควบคู่กับ การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล (Tourism for All) โดยเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ เข้าถึงได้ ใช้ได้จริง ปลอดภัย สำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วย สตรีมีครรภ์ และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่กำหนดให้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการแพทย์เป็นวาระสำคัญของประเทศ ขอขอบคุณ จ.นครราชสีมา สสส. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงาน UD เกิดขึ้นจริง เชื่อมั่นว่า พลังความร่วมมือในวันนี้จะต่อยอดสู่มาตรฐานเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ยั่งยืน เป็นมิตรและเข้าถึงได้สำหรับคนทั้งมวล”
ด้าน น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. เห็นความสำคัญการสร้างสุขภาวะและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้สูงอายุ และคนพิการ โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุ และคนพิการ ได้ออกมาดำเนินชีวิตในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมีอิสระ สะดวก และปลอดภัย ซึ่งสถานที่สาธารณะจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมและการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการให้เหมาะสม สอดคล้องกับแนวคิด UD สำหรับ จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งในจังหวัดต้นแบบสถานที่สาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรสำหรับทุกคน ที่ สสส. สานพลังหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายองค์กร เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายผู้สูงอายุ ร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่สาธารณะ เช่น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ทั้งนี้ สสส. พร้อมขยายผลสู่พื้นที่สำคัญอื่น ๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุและคนพิการ “ออกจากบ้านได้อย่างอิสระ สะดวก ปลอดภัย” นำไปสู่สุขภาวะที่ดีของประชาชน
“สสส. ได้ผลักดันงาน UD ต่อเนื่อง มีโครงการสำคัญคือ 1.จัดตั้งศูนย์การออกแบบเพื่อทุกคน (UDC) ในมหาวิทยาลัย 16 แห่ง ให้คำปรึกษาผู้สูงอายุและคนพิการมากกว่า 68,475 คน และเกิดการปรับสภาพแวดล้อมบ้านแล้วกว่า 200 หลัง สร้างช่างชุมชนต้นแบบ 57 คน และครูช่าง 15 คน เพื่อทำงานปรับสภาพแวดล้อมบ้าน/ชุมชนอย่างถูกหลัก UD 2.ขยายเครือข่ายขนส่งมวลชนพึ่งได้ 3.ผลักดันระบบรางให้เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกทุกสถานี และพัฒนาโมเดลเมืองเดินได้ เช่น สกายวอล์ค-สกายพาร์คบางกะปิ สู่ Smart City 4.เดินหน้าการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล สนับสนุนการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล 5 จังหวัด ได้แก่ น่าน อุดรธานี พระนครศรีอยุธยา สงขลา และกรุงเทพฯ พัฒนาเครื่องมือข้อมูลสาธารณะ เช่น แอปฯ/ไลน์บอต ‘เมืองใจดี’ เพื่อแผนที่สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทุกคน 5.ระดมพลัง ทูตอารยสถาปัตย์และอาสากว่า 300 คน รณรงค์ให้เกิดการปรับสภาพแวดล้อมและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่สาธารณะต่างๆ ให้ใช้งานได้จริง สะดวก และปลอดภัย”
น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา กล่าวว่า เทศบาลนครฯ มีความมุ่งมั่นทำให้เมืองโคราชเป็นเมืองที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ ได้อย่างเท่าเทียม ทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยพักฟื้น สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก หรือประชาชนทั่วไป ทุกคนควรได้รับสิทธิในการใช้ชีวิตในเมืองอย่างปลอดภัย สะดวก และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ผ่านมาได้ขับเคลื่อนและวางแผนโครงการสำคัญหลายด้าน เช่น 1.การปรับปรุงทางเท้าและทางข้ามถนน ให้มีพื้นผิวเรียบ ปลอดภัย มีทางลาดและสัญญาณเตือนที่เหมาะสม 2.การพัฒนาสวนสาธารณะ ลานกิจกรรม และสถานที่ราชการ ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การติดตั้งป้ายสัญลักษณ์และระบบเสียงนำทาง ในพื้นที่สาธารณะ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาและผู้สูงอายุ เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ จ.นครราชสีมา เป็นเมืองต้นแบบด้านอารยสถาปัตย์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีศักดิ์ศรี สามารถก้าวสู่การเป็น เมืองอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวลได้อย่างแท้จริง
30 417



