August 29,2025
อดีต นายกเทศมนตรี ทต.ปรุใหญ่ โดน ป.ป.ช.ชี้มูล ใช้อำนาจหน้าที่พัวพัน 4 โครงการ

ตามที่เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. นางสาวสุรีรัตน์ นวลฉิมพลี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา แถลงผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2568 โดยในภารกิจปราบปรามการทุจริตนั้น มีคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด จำนวน 43 เรื่อง โดยได้ส่งรายงานการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดแล้ว จำนวน 22 เรื่อง ซึ่งในเรื่องที่ 22 นั้น มีรายละเอียด ดังนี้

เรื่องที่ 22 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น เรื่องกล่าวหา ร้อยตำรวจเอก คมกฤช หรือสุปชัย อินทรรักษา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในกิจการของเทศบาลตำบลปรุใหญ่ จำนวน 4 โครงการ โดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 – 1312/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0217 – 1 – 50/2568)
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุทั้ง 4 โครงการ ได้แก่
(1) โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านคนชุม หมู่ที่ 1 ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามโครงการเงินกู้สำหรับโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 5 มีนาคม 2553 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2553 (2) โครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ข้างวัดคนชุม หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2554 (3) โครงการวางท่อระบายน้ำสายกลางบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 3/2555 และ (4) โครงการวางท่อระบายน้ำสายวัดคนชุม – สะพานโนนโพธิ์ หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 4/2555 มีพยานหลักฐานให้เชื่อว่าร้อยตำรวจเอก คมกริชหรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้อำนวยการกองคลังและหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวจิราพร นามพรหม เจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ซึ่งเป็นผู้เข้าเสนอราคาในโครงการดังกล่าว ได้มีการตกลงร่วมกันกระทำและแบ่งหน้าที่กันกระทำ โดยจะให้มีการส่งประกาศสอบราคามิให้ถูกต้องครบถ้วน การขายเอกสารสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ซื้อเอกสารสอบราคาและได้เป็นผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา และการยื่นซองสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ยื่นซองสอบราคา โดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการและขั้นตอนที่ชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า ได้เป็นผู้ทำสัญญากับเทศบาลตำบลปรุใหญ่ ซึ่งร้อยตำรวจเอก คมกริชหรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้กำหนดชื่อผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งรวมทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ให้แก่นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำไปมอบให้แก่นางสาวจิราพร นามพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จัดส่งประกาศไปให้แก่ผู้มีอาชีพรับจ้างดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้สั่งการให้นางสาวธิระดาฯ สะใภ้ของตนเป็นผู้ดำเนินการในการจัดการขายเอกสารสอบราคาแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในการซื้อซองสอบราคาพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี.เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 เป็นผู้ซื้อซองสอบราคาและเป็นผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา ซึ่งมิได้เป็นไปตามวันเวลาและสถานที่ที่ประกาศกำหนดไว้ โดยการดำเนินการของนางสาวธิระดาฯ และในการยื่นซองสอบราคาพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ยื่นซองสอบราคาซึ่งมิได้เป็นไปตามวันเวลาและสถานที่ที่ประกาศกำหนดไว้ โดยการดำเนินการของนางสาวธิระดาฯ ซึ่งต่อมาปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า ได้เป็นผู้เข้าทำสัญญากับเทศบาลตำบลปรุใหญ่ ตามที่มีการตกลงกันไว้ การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลตำบลปรุใหญ่
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านคนชุม หมู่ที่ 1 ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามโครงการเงินกู้สำหรับโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 5 มีนาคม 2553 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2553
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแกผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดใหเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
2. โครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ข้างวัดคนชุม หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2554
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการมติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3. โครงการวางท่อระบายน้ำสายกลางบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 3/2555
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
4. โครงการวางท่อระบายน้ำสายวัดคนชุม - สะพานโนนโพธิ์ หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้าง เลขที่ 4/2555
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดใหเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
โดยให้กันนางสาวจิราพร นามพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง นายราชวัตร สมอาษา นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน และนายจรัล กำพุดกลาง และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา และนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
ให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 นายราชวัตร สมอาษา หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค1669 และนายจรัล กำพุดกลาง หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค1669 ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
27 721



