September 09,2025
มทส.-INET ร่วมยกระดับศักยภาพคนรุ่นใหม่ เตรียมพร้อมสู่ตลาดแรงงานดิจิทัล ขยายโอกาสจ้างงานในภาคอีสาน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ร่วมมือทางวิชาการเพื่อส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เพิ่มพูนทักษะวิชาชีพให้นักศึกษา เสริมสร้างประสบการณ์ตรงจากการฝึกปฏิบัติจริง พัฒนาศักยภาพบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานดิจิทัล ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมในยุค ๔.๐ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
โดยในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี (ขณะนั้น) เป็นประธานในพิธีและร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาศักยภาพทางวิชาการและถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล” ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กับ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET โดย นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ ร่วมลงนาม โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาทิตย์ คูณศรีสุข ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มทส. พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร บุคลากร นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ณ ห้อง B๔๐๖ อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

รองศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดี มทส. เปิดเผยว่า “ร่วมมือระหว่าง มทส. และ INET ในครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนดิจิทัลเทคโนโลยีสู่ภูมิภาคอีสาน เป็นการสร้าง “ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และสถานที่ทำงาน” อยู่ร่วมพื้นที่เดียวกัน กล่าวใน ๓ มิติ คือ
๑) มิติของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งผลิตกำลังคน “ตรงความต้องการ” ของอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่ง มทส. มี ๓ สาขาวิชาหลักที่สอดคล้องต่อความต้องการบุคลากรของ INET ได้แก่ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีดิจิทัล และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่จะได้รับการพัฒนา employability skills และฝึกประสบการณ์วิชาชีพภายใต้แพลทฟอร์มสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE กับ INET
๒) มิติของอุตสาหกรรม ซึ่ง INET ได้เช่าพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัย เปิดสำนักงานสาขา และได้คัดเลือกบัณฑิต มทส. บรรจุเป็นพนักงานแล้ว
๓) มิติของภูมิภาค โดยสำนักงาน INET ที่ตั้งอยู่ใน มทส. จะเป็นกลไกกระจายโอกาสสู่ภาคอีสาน ตั้งแต่การจ้างงานคุณภาพสูง การให้บริการอินเทอร์เน็ตและดิจิทัลโซลูชันแก่ท้องถิ่น ไปจนถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ การอบรม upskill–reskill สำหรับแรงงานและผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยมีแนวทางความร่วมมือที่จะยกระดับการจัด CWIE ให้ตรงความต้องการแรงงานดิจิทัล การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง การสร้างพื้นที่ปฏิบัติการร่วมของมหาวิทยาลัย นักศึกษา และภาคเอกชน การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงเปิดกว้างกิจกรรมอื่นๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นสมควร โดยบริหารความร่วมมือในรูปแบบของ “คณะกรรมการอำนวยการร่วม” มีระยะเวลาความร่วมมือ ๕ ปี เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ต่อยอดได้จริงทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม ทำให้การพัฒนาดิจิทัลของประเทศ “เกิดขึ้นจริงในภูมิภาค” ด้วยพลังของการศึกษา วิจัย นวัตกรรม และภาคธุรกิจ ที่เดินไปด้วยกัน”
นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวด้วยว่า “เป้าหมายสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การร่วมพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ ถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคโนโลยีให้แก่นักศึกษา รวมถึงขยายฐานความรู้ผ่านการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรม (Innovation Hub) ในจังหวัดนครราชสีมา โดยที่ผ่านมามี Innovation Hub อยู่ในจังหวัดต่างๆ อาทิ ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา รวมถึง Data Center ที่สระบุรี มีการจ้างงานในภูมิภาคต่างๆ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ ร่วมพัฒนาหลักสูตรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สร้างงานที่ทันสมัย เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรไอที และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ทั้งนี้ INET มีแผนในการรับผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้าร่วมปฏิบัติงานในหลากหลายตำแหน่งที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะรับบุคลากร ๑๐๐ อัตรา ภายในปี ๒๕๖๘ และมีโอกาสที่จะขยายไปถึง ๕๐๐ อัตรา ในอีก ๓-๕ ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบัน INET มีพนักงานกว่า ๓,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไอทีและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย”

ในขณะที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการตรวจเยี่ยมอินโนเวชั่นฮับ ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มีการทําบันทึกข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัย กับบริษัท อินเตอร์เน็ตแห่งประเทศไทย หรือ ไอเน็ต เพราะฉะนั้น การทําบันทึกข้อตกลงในวันนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่า เป็นการนำจุดแข็งของแต่ละแห่ง คือมหาวิทยาลัยฯ มีจุดแข็งด้านการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล Computer Sciences (สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์) ด้านวิศวกรรม ส่วนไอเน็ตเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานด้านแข็งแกร่งทางด้านธุรกิจที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การผนึกกําลังของ ๒ หน่วยงานหลักของประเทศ จะทําให้เป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและที่สําคัญการทํางานร่วมกับมหาวิทยาลัยฯ นั้นเด็กที่จบมาจะได้ทํางานในภูมิภาค ในตัวจังหวัด โดยไม่ต้องเดินทางไปในกรุงเทพฯ เป็นการสร้างงานและกระจายรายได้ให้กับเยาวชนและนักศึกษาที่จบใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ win win ทั้งหมด รวมทั้งในอนาคตอันใกล้ ทางมหาวิทยาลัยฯ จะร่วมกับไอเน็ตในการจะสร้างงานเกิดขึ้นมาอีกไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ตําแหน่ง ในวันนี้จึงเป็นการบันทึกข้อตกลงที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ซึ่งจะทําให้โคราชเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคตเช่นเดียวกัน

“สำหรับเด็กโคราช เมื่อเรียนจบไปแล้ว แทนที่จะต้องไปหางานทําที่ไหนก็ยังไม่รู้ ในขณะที่ทางมหาวิทยาลัยร่วมกับไอเน็ต มีออฟฟิศที่ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเลย เพราะฉะนั้นเด็กจะคุ้นเคย ซึ่งเมื่อมาเห็นสภาพแวดล้อมการทํางานถือว่าดีมาก มีความรู้สึกสะดวกสบาย ทํางานแบบไม่เครียด เพราะมหาวิทยาลัยมีพื้นที่ และมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งเรียนรู้ สภาพพื้นที่ดูไปแล้วคล้ายซิลิคอนวัลเลย์ ตนคิดว่าในอนาคต โคราชจะต้องเป็นเมืองศูนย์กลางในเรื่องการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล” นายประเสริฐ กล่าวในท้ายสุด









45 469



