10thSeptember

10thSeptember

10thSeptember

 

October 09,2025

อีสานโพลชี้เศรษฐกิจครัวเรือนอีสานยังแย่ต่อเนื่อง คะแนนผลงานเศรษฐกิจรัฐบาลยังต่ำ ‘อนุทิน เท้ง ชัชชาติ’ ถูกโหวตให้เป็นนายกฯ มากสุด

วันนี้ (9 ตุลาคม 2568) อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเผยผลสำรวจเรื่อง “ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 3/2568 และคาดการณ์ไตรมาส 4/2568” ผลสำรวจพบว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 3/2568 (ก.ค. – ก.ย. 68) เท่ากับ 32.7 เต็ม 100 อยู่ในระดับแย่ และต่ำกว่า 40.0 ต่อเนื่องกว่า 18 ไตรมาส ซึ่งดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนไม่ควรต่ำกว่า 40.0 เป็นเวลานาน และคาดว่าดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสาน ไตรมาส 4/2568 (ต.ค. – ธ.ค. 68) จะเท่ากับ 32.0 โดยยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประเมินคะแนนรัฐบาลด้านเศรษฐกิจได้ 30.1 เต็ม 100 นอกจากนี้ อนุทิน ชาญวีรกุล ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น 3 บุคคลที่คนอีสานอยากเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้มากที่สุด

รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพลเปิดเผยว่าการสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อภาวะเศรษฐกิจระดับครัวเรือน เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนด้านต่างๆ และคำนวณดัชนีภาวะเศรษฐกิจอีสานในไตรมาส 3/2568 และคาดการณ์ไตรมาส 4/2568 พร้อมประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจและภาพรวม และมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความนิยมของพรรคการเมือง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,074 รายในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด


เมื่อสอบถามเกี่ยวกับ รายได้และทรัพย์สินครัวเรือน โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ การหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ และการซื้อของมูลค่าสูง และทำการประมวลผลได้ดัชนีต่างๆ ซึ่งค่าดัชนีมีค่าระหว่าง 0 - 100 หากดัชนีอยู่ระหว่าง 0 – 19.9 คือ แย่มาก ระหว่าง 20.0 – 39.9 คือ แย่ ระหว่าง 40.0 – 59.9 คือ ปานกลาง/พอใช้ ระหว่าง 60.0 – 79.9 คือ ดี และ ระหว่าง 80.0 – 100 คือ ดีมาก รายละเอียดเป็น ดังนี้

 


ดัชนีรายได้และทรัพย์สินครัวเรือนไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.7 หมายความว่า รายได้และทรัพย์สินครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย (-0.8) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 33.5 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 30.7 


-ดัชนีโอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 33.1 หมายความว่า โอกาสหางานใหม่หรือเริ่มธุรกิจใหม่ในอีสาน อยู่ในระดับแย่ และเพิ่มขึ้น (+2.9) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 30.2 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะลดลงเล็กน้อยเป็น 32.0

-ดัชนีการหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.8 หมายความว่า การหมุนเงินเพื่อใช้จ่ายและชำระหนี้ของครัวเรือนอีสาน อยู่ในระดับแย่ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย  (+0.5) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 32.8 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับลดลงเล็กน้อยเป็น 32.6

-ดัชนีการซื้อของมูลค่าสูงไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.1 หมายความว่า ความมั่นใจของครัวเรือนอีสานในการซื้อของมูลค่าสูง อยู่ในระดับแย่  เพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.7) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 31.4 และคาดว่าไตรมาสถัดไปดัชนีจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 32.6

-ดัชนีภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานไตรมาส 3/2568 เท่ากับ 32.7 หมายความว่า ภาวะเศรษฐกิจครัวเรือนอีสานโดยรวม อยู่ในระดับแย่ และปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (+0.8) จากไตรมาสก่อนซึ่งมีค่าดัชนี 31.9 และคาดว่าไตรมาส 4/2568 ดัชนีจะลดลงเล็กน้อยเป็น 32.0 ซึ่งรัฐบาลมีความท้าทายที่จะช่วยให้เศรษฐกิจครัวเรือนอีสานเพิ่มขึ้นจากระดับแย่มาอยู่ในระดับปานกลาง หรือค่าดัชนีควรไม่ต่ำกว่า 40.0 เป็นระยะเวลายาวนาน

 เมื่อให้กลุ่มตัวอย่างประเมินผลงานรัฐบาลด้านเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3/2568 พบว่า ได้คะแนน 30.1 เต็ม 100 แม้จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2568 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 27.1 แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับต่ำต่อทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ผลงานโดยรวมของรัฐบาลในช่วงไตรมาส 3/2568พบว่า ได้คะแนน 29.9 เต็ม 100 แม้จะเพิ่มจากไตรมาส 2/2568 ซึ่งดัชนีเท่ากับ 26.5 แต่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระดับต่ำต่อรัฐบาล ทั้งนี้รัฐบาลเคยได้คะแนนด้านเศรษฐกิจต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งได้คะแนนนเพียง 20.3 และได้คะแนนผลงานโดยรวมเพียง 19.3 จากการระบาดอย่างหนักของโควิดสายพันธุ์เดลตา 

 
เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้ ผู้สมัคร ส.ส. เขต จากพรรคใด พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 30.6 จะเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 27.4 พรรคเพื่อไทย อันดับ 3  ร้อยละ 12.3 พรรคภูมิใจไทย ตามมาด้วยพรรคอื่นๆ ร้อยละ 9.6  และร้อยละ 20.1 เป็นความคิดเห็นอื่นๆ และยังไม่แน่ใจ


 เมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด พบว่า อันดับหนึ่ง ร้อยละ 41.7 จะเลือกพรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 20.6 พรรคเพื่อไทย อันดับ 3  ร้อยละ 12.6 พรรคภูมิใจไทย ตามมาด้วยพรรคอื่นๆ ร้อยละ 16.6  และร้อยละ 8.5 เป็นความคิดเห็นอื่นๆ และยังไม่แน่ใจ

 
และเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้งวันนี้ ท่านอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด (จากรายชื่อ 12 รายชื่อ) อันดับ 1 ร้อยละ 24.3 ระบุว่า อนุทิน ชาญวีรกุล อันดับ 2 ร้อยละ 22.8 เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ อันดับ 3 ร้อยละ 19.1  ชัชชาติ สิทธพันธุ์ อันดับ 4 ณัฐพงษ์ คุณากรวงศ์ (เพื่อไทย)  อันดับ 5 ร้อยละ 6.6 ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (เพื่อไทย)  อันดับ 6 ร้อยละ 6.3 สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์  อันดับ 7 ร้อยละ 2.9 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 8 ร้อยละ 2.3 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อันดับ 9 ร้อยละ 2.2 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.7 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อันดับ 11 ร้อยละ 0.9 วราวุธ ศิลปอาชา อันดับ 12 ร้อยละ 0.7 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ขณะที่รายชื่ออื่นๆ มีเสนอมา ร้อยละ 0.9 และ ระบุว่ายังไม่มีคนที่ถูกใจ ร้อยละ 1.8  ผลสำรวจครั้งนี้มีข้อสังเกตว่า การที่คุณอนุทินมีคะแนนความนิยมสูงในช่วงนี้ (สูงกว่าคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย) เนื่องจากพรรคประชาชนยังไม่มีแคนดิเดตนายกที่โดดเด่นเทียบเท่าคุณพิธา ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยยังไม่มีแคนดิเดตนายกที่ชัดเจน ส่งผลให้คนที่ชอบพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนหรือคนที่ยังไม่มีพรรคที่ชอบเป็นพิเศษ โหวตให้คุณอนุทินบางส่วน ขณะที่คุณชัชชาติมีความนิยมสูงมาก หากพรรคใดทาบทามเป็นแคนดิเดตนายกได้จะทำให้ได้เปรียบเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า

 


สำหรับข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง มีความเชื่อมั่นในการพยากรณ์ 99% และคลาดเคลื่อนได้บวกลบ 4%  ประกอบด้วยเพศหญิง ร้อยละ 50.3 เพศชายร้อยละ 47.2 และอื่นๆ ร้อยละ 2.6

อายุ 18-24 ปี ร้อยละ 7.8 อายุ 25-30 ปี ร้อยละ 11.5 อายุ 31-40 ปี ร้อยละ 17.6 อายุ 41-50 ปี ร้อยละ 21.9 อายุ 51- 60 ปี ร้อยละ 18.3 และอายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 23.0

การศึกษา ประถมศึกษา/ต่ำกว่า ร้อยละ 19.5 มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 19.8 มัธยมศึกษาตอนปลาย/ระดับปวช. ร้อยละ 19.4 ระดับอนุปริญญา/ปวส./สูงกว่า ม.ปลาย ร้อยละ 14.9 ระดับปริญญาตรี ร้อยละ 23.5 และสูงกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 2.8

ด้านอาชีพส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 39.0 รองลงมา  ผู้ใช้แรงงาน/ลูกจ้างสถานประกอบการ ร้อยละ 15.2  ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว/อาชีพอิสระ ร้อยละ 13.2 งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.1 พนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 9.8 พ่อบ้าน/แม่บ้าน ร้อยละ 7.1 นักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 4.1 และ อื่นๆ ร้อยละ 1.6

ด้านรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 8.6 รายได้ระหว่าง 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 22.7 รายได้อยู่ระหว่าง 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 22.5 รายได้ระหว่าง 15,001-20,000 บาท ร้อยละ 20.3 รายได้ระหว่าง 20,001-40,000 ร้อยละ 20.9 และรายได้มากกว่า 40,001 บาทขึ้นไปร้อยละ 5.0


หมายเหตุ: 
1) การวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายที่ 8: ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน (Goal 8: Decent Work and Economic Growth) ตาม Sustainable Development Goals (SDGs) ของสหประชาชาติ
2) นอกเหนือจากผลสำรวจซึ่งนำเสนอข้อมูลตามวิธีทางสถิติแล้วความคิดเห็นอื่นๆ ในผลสำรวจนี้เป็นความเห็นของผู้รับผิดชอบโครงการซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความเห็นของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 


38 589