11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

November 13,2025

โอกาสใหม่ ของ ผู้ว่าฯ เบิร์ด-ธงชัย ลืออดุลย์ เลขาธิการพรรคโอกาสใหม่


มีข่าวมานานถึงการเคลื่อนไหวของ พรรคโอกาสใหม่ และมีชื่อของ "ผู้ว่าฯเบิร์ด" ธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, บึงกาฬ, บุรีรัมย์ นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคฯ มีการเดินสายประชาสัมพันธ์พรรคฯ ไปแล้วในหลายจังหวัด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 พรรคโอกาสใหม่ ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีวาระสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขข้อบังคับพรรค การแก้ไขสัญลักษณ์พรรค การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลง และคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้มีมติเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค 27 คน โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นเลขาธิการพรรคนั้น ภายใต้คำขวัญพรรค "โอกาสสำหรับคนไทยทุกคน" และยืนยันว่า พรรคจะเป็นทางเลือกใหม่ที่เน้นการรวมตัวของคนทุกเจเนอเรชัน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลับมามีศักยภาพบนเวทีโลกอีกครั้ง


พามารู้จัก เลขาธิการพรรคโอกาสใหม่ "ผู้ว่าฯ เบิร์ด" ธงชัย ลืออดุลย์ ซึ่งนับว่ามีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนพรรคโอกาสใหม่


ธงชัย ลืออดุลย์ หรือ “เบิร์ด” เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2497 ภูมิลำเนาเดิมที่จังหวัดชลบุรี จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนชลราษฎรอำรุง อำเภอเมืองชลบุรี จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 2)  มหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อมาศึกษาต่อปริญญาโท ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมหลักสูตรสำคัญ เช่น เมื่อปีพ.ศ.2536 เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร โรงเรียนนายอำเภอ รุ่นที่ 34 ส่วนในปีพ.ศ.2541 เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 38 นอกจากนี้ยังได้รับโอกาสเข้าร่วมประชุมการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 8-24 กันยายน พ.ศ.2543 รวมทั้งเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ระหว่าง พ.ศ.2551-2552 ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับนางกรคณา ลืออดุลย์ 

สำหรับชีวิตราชการ ผ่านการปฏิบัติหน้าที่สำคัญๆ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เช่น ปลัดอำเภอห้วยแถลง ปลัดอำเภอเมือง นายอำเภอวังน้ำเขียว และปลัดจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น จากนั้นระหว่างปีพ.ศ.2550-2555 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายจังหวัดได้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ นราธิวาส เลย และมุกดาหาร 

ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ราชการที่มีผลงานด้วยดีเสมอมา ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 จึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ 

จากนั้นวันที่ 20 มิถุนายน 2556 จึงย้ายมาสู่อีสานใต้ ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ ได้ย้ายกลับมาเป็นลูกหลานคุณย่าโมอีกครั้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2557 ในตำแหน่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา” และเกษียณอายุราชการในตำแหน่งพ่อเมืองโคราชเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558

แม้จะเป็นเวลาแค่ 16 เดือนหรือ 486 วัน ที่นั่งเก้าอี้พ่อเมืองโคราช แต่ “ผู้ว่าฯเบิร์ด” ได้สร้างผลงานการบริหารเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนอย่างมาก โดยมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันโครงการต่างๆ ตั้งแต่โครงการขนาดใหญ่มาถึงขนาดเล็ก เพื่อให้ประโยชน์ตกแก่ประชาชน ทั้งในด้านคมนาคม แหล่งน้ำอุปโภคบริโภค แหล่งเรียนรู้ สถานศึกษา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปรับปรุงซ่อมแซมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา จวนผู้ว่าฯ หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฯ สำนักงานเหล่ากาชาดฯ และอาคารเรียนของโรงเรียนต่างๆ เป็นต้น ล้วนเป็นรูปธรรมสัมผัสได้ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังระดมทุนเพื่อสร้างอาคารภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 นครราชสีมา เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย บริเวณถนนราชสีมา-โชคชัย ตำบลหนองบัวศาลา เพื่อพัฒนางานบริจาคโลหิตชนิดพิเศษให้ครบวงจร และเตรียมโลหิตไว้สำหรับคนไข้ในพื้นที่นครชัยบุรินทร์ ซึ่งต้องบริจาคสมทบการก่อสร้างจำนวน 30 ล้านบาท โดยสภากาชาดไทยมีเงินต้นทุนแล้ว 70 ล้าน และได้รับความร่วมมือร่วมใจจากผู้มีจิตสาธารณะร่วมบริจาคเป็นผลสำเร็จ

ความท้าทายของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา คือการจัดการปัญหาที่เรื้อรังมากว่า 40 ปี “การบุกรุกมอปลาย่าง” บริเวณริมอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ขาเข้าจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก่อเกิดปัญหาเมื่อปี 2512 โดยส่วนราชการมีความพยายามจะจัดการตั้งแต่ปี 2540-2544 แต่ก็ไม่สำเร็จ กลับมีการบุกรุกที่ดินราชพัสดุขยายวงกว้างมากขึ้น เพื่อตั้งร้านขายอาหาร บดบังทัศนียภาพลำตะคอง รวมทั้งก่อมลภาวะสิ่งแวดล้อมเรื่อยมา แม้ว่าในปี 2546 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 จะพิพากษาจำคุกและปรับผู้บุกรุกไปแล้ว 22 ราย แต่ก็ไม่มีในการบังคับคดี ยังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง มีกลุ่มอิทธิพลเกิดขึ้น กลายเป็นปัญหาลุกลามใหญ่โตที่ยากจะแก้ไข ท่ามกลางกระแสสังคมที่ต้องการให้จัดการขั้นเด็ดขาด 

ด้วยความมุ่งมั่นของ “นายธงชัย ลืออดุลย์” ที่เป็นนักกฎหมายและกลายมาเป็นนักปกครอง จึงขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดระเบียบบริเวณมอปลาย่าง โดยเตรียมสถานที่เพื่อรองรับผู้ประกอบการยากไร้ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ารื้อถอนไว้แล้ว ในพื้นที่ 24 ไร่ พร้อมทั้งมีภาครัฐและเอกชนจัดหาสถานที่ค้าขายและที่อยู่อาศัยด้วย ปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่ลำตะคอง” ครั้งแรกจึงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 โดยทุกภาคส่วนระดมสรรพกำลังเข้าทำการรื้อถอนร้านค้าที่บุกรุกมอปลาย่างอย่างเต็มที่ นับเป็นปรากฏการณ์ความสามัคคีที่เกิดขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย ภายใต้การนำของ “ผู้ว่าฯ เบิร์ด” นักปกครองผู้เข้มแข็ง มุ่งอุทิศตนเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการรื้อถอนการบุกรุกมอปลาย่างเป็นผลสำเร็จ แม้ว่าตัวเองจะถูกยื่นฟ้องต่อศาลทั้งทางอาญาและทางแพ่งก็ตาม แต่ก็ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ 


หลังจากเกษียณอายุราชการ “นายธงชัย ลืออดุลย์” ยังได้รับแต่งตั้งเป็น “สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)” และกำลังปฏิบัติหน้าที่สำคัญนี้

ในทางการเมือง เคยลงสมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 1 พรรคชาติพัฒนา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 แต่ไม่ได้รับชัยชนะ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการแข่งขันกันสูงของหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

จากนี้ไป ต้องจับตามองโอกาสใหม่ของ "ผู้ว่าฯ เบิร์ด" ในฐานะเลขาธิการพรรคโอกาสใหม่ ว่าจะนำพาพรรคฯ ไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้งส.ส.สมัยหน้าที่คาดว่าจะมีในอีกไม่นานนี้เพียงใด

 

 


25 1,442