11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

December 25,2025

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา มทส.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประจำปีการศึกษา 2567

 

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) เวลา 08.32 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงอาคารสุรพัฒน์ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประจำปีการศึกษา 2567 โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อธิบดีผู้พิพากษาภาค 3 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 21 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช นายกสภามหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย แสงอาทิตย์ รักษาการแทนอธิการบดี นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จฯ

ในโอกาสนี้ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกร ทรงริเริ่มโครงการและให้การสนับสนุนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม บูรณาการผ่านพระราชกรณียกิจต่าง ๆก่อให้เกิดประโยชน์ใหญ่หลวงแก่พสกนิกรและประเทศชาติ อันเป็นที่ประจักษ์ชัดทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประจำปีการศึกษา 2567 มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 4 คน ได้แก่ นายถาวร ชลัษเฐียร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสหกิจศึกษา นายทวี ปิยะพัฒนา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร นายสุจินต์ สุวรรณกิจบริหาร วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และ ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาทันตแพทยศาสตร์ (ผู้แทน) ผู้เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ จำนวน 4 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์ ดร.ประสาท สืบค้า ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาวิชาฟิสิกส์ (ผู้แทน) ศาสตราจารย์ ดร.เจมส์ เกตุทัต-คาร์นส์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาวิชาชีวเคมี ศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.เกรียงศักดิ์ เอื้อมเก็บ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาวิชาเภสัชวิทยา และ ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีดำเนินการตามภารกิจมาเป็นปีที่ 35 โดยเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมทั้งสิ้น 117 หลักสูตร สำหรับปีการศึกษา 2567 มีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวน 1,917 คน ประกอบด้วย ดุษฎีบัณฑิตรุ่นที่ 26 มหาบัณฑิตรุ่นที่ 27 และบัณฑิตรุ่นที่ 29 จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร สำนักวิชาเทคโนโลยีสังคม สำนักวิชาแพทยศาสตร์ สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ สำนักวิชาทันตแพทยศาสตร์ สำนักวิชาศาสตร์และศิลป์ดิจิทัล และ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 1,780 คน รวมทั้งมหาบัณฑิตรุ่นที่ 11 และบัณฑิตรุ่นที่ 25 จากสถาบันการบินพลเรือน ซึ่งเป็นสถาบันสมทบของมหาวิทยาลัย จำนวน 137 คน ในจำนวนนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งและได้คะแนนยอดเยี่ยมของสาขาวิชาต่าง ๆ เข้ารับพระราชทานเข็มทองคำ จำนวน 33 คน รวมทั้งผู้ได้รับรางวัลศรีปีบทอง ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนักศึกษาที่มีผลงานและความสามารถดีเด่น เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศ จำนวน 1 คน

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาทแก่บัณฑิต ความตอนหนึ่งว่า “ปริญญาบัตรที่บัณฑิตได้รับในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีความหมายและมีความสําคัญ เพราะเป็นเครื่องรับรองวิทยฐานะของแต่ละคน ว่าเป็นผู้มีความรู้ในวิชาการสาขาต่าง ๆ ตามที่ได้เล่าเรียนมา ข้าพเจ้าเชื่อว่า การที่บัณฑิตอุตสาหะพยายามศึกษาเล่าเรียน จนได้รับปริญญาบัตร ก็ด้วยเห็นว่าการศึกษาเป็นพื้นฐานสําคัญแท้จริง ในการดําเนินชีวิตและประกอบอาชีพให้เจริญมั่นคง แต่นอกจากความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดังกล่าวแล้ว ทุกคนพึงระลึกไว้เสมอว่า ยังมีสิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่งด้วย คือความสามารถที่จะนําความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อันจะนํามาซึ่งความรุ่งเรืองก้าวหน้าในชีวิตและกิจการงานดังประสงค์ บัณฑิตจึงต้องหมั่นฝึกฝนการนำความรู้ไปใช้ โดยมีคุณธรรมความสุจริต คอยกํากับประคับประคองให้ใช้ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักวิชา หลักเหตุผล และหลักธรรม พร้อมกันนั้น ก็ตั้งใจพยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งในทางความรู้ ความสามารถ และคุณธรรมความดี ถ้าทําได้ แต่ละคนก็จะสามารถสร้างสรรค์ความเจริญมั่นคงในชีวิตและกิจการงาน พร้อมทั้งเป็นกําลังสําคัญในการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้ สมกับที่มีวิทยฐานะอันสูง”

 


23 406