December 25,2025
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ มทส.

วันนี้ (25 ธันวาคม 2568) ภายหลังพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประจำปีการศึกษา 2567 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งไปยังอาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นางสาวภัคณัฏฐ์ มากช่วย ผู้ว่าการสถาบันการบินพลเรือน เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และน้อมเกล้าฯ ถวายแบบจำลองเฮลิคอปเตอร์ Robinson รุ่น R44 ซึ่งเป็นเครื่องฝึกบินของสถาบันฯ จากนั้นเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ประกอบด้วย

“ระบบตัดสัญญาณควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ระยะไกล” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชาญชัย ทองโสภา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และคณะ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะบริเวณแนวพรมแดนไทย–กัมพูชา ทีมวิจัยประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบเรดาร์ตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ร่วมกับระบบตัดสัญญาณระยะไกล ที่สามารถตัดสัญญาณควบคุม UAV แบบอัตโนมัติ และใช้งานง่าย ประกอบด้วย เรดาร์แบบ FMCW ย่านความถี่ 5.8 GHz สำหรับตรวจจับและติดตามอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กด้วยความแม่นยำสูง สามารถตรวจจับได้ทั้งตำแหน่ง ระยะทาง ความเร็ว ทิศทาง และความสูง ทำงานร่วมกับระบบตัดสัญญาณ 3 ย่านความถี่ ได้แก่ ย่าน 1.575, 2.45, และ 5.8 GHz มีรัศมีทำการ 2 กิโลเมตรรอบทิศทาง โดยไม่ต้องปรับทิศทางของสัญญาณรบกวน เมื่อเรดาร์ตรวจพบวัตถุบินต้องสงสัย ระบบจะสั่งการทำงานไปยังระบบตัดสัญญาณอัตโมนัติเพื่อรบกวนการควบคุม ทำให้ขาดการเชื่อมต่อกับผู้ควบคุมและเข้าสู่โหมดฉุกเฉิน เพื่อสกัดกั้น บังคับให้ลงจอด หรือกลับฐาน ทั้งนี้ ระบบต้นแบบได้ผ่านการทดสอบภาคสนามที่สนามบินกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา และนำไปใช้งานจริงในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของกองทัพภาคที่ 2 และบริเวณผามออีแดง จังหวัดศรีสะเกษ โดยผลการทดสอบยืนยันว่า UAV ที่เข้าสู่ระยะตรวจจับ ถูกตัดสัญญาณได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 วินาที ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมขีดความสามารถของประเทศไทยในการรับมือกับภัยคุกคามทางอากาศ และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภารกิจความมั่นคง พื้นที่ราชการสำคัญ หรือพื้นที่หวงห้ามอื่นได้ในอนาคต ระบบดังกล่าวนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมนักวิจัยไทย สามารถประหยัดงบประมาณด้านความมั่นคงของประเทศ และยังมีต้นทุนต่ำกว่าการนำเข้าระบบจากต่างประเทศกว่า 10 เท่า

“X-Zense 101 เครื่องตรวจคัดกรองมะเร็งแบบพกพา” โดย อาจารย์เทคนิคการแพทย์ ดร.สนอง สุขแสวง อาจารย์ประจำสาขาวิชาพยาธิวิทยา สำนักวิชาแพทยศาสตร์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.สุดเขตต์ พจน์ประไพ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเซรามิก สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ ได้พัฒนาเครื่องคัดกรองมะเร็งที่มีขนาดกะทัดรัดพกพาได้ ขั้นตอนการใช้งานไม่ซับซ้อนและสามารถแสดงผลได้รวดเร็วภายในไม่เกินหนึ่งชั่วโมง พร้อมช่องทางเชื่อมข้อมูลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA & RNA) และโปรตีนจากเลือด เพื่อบ่งชี้ภาวะความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อการคัดกรองและวินิจฉัยเบื้องต้น รวมทั้งให้คนไข้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ เพื่อดูผลการตรวจแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล เครื่องตรวจมะเร็งต้นแบบนี้เป็นไบโอเซนเซอร์ที่สามารถใช้ตรวจระดับของสารบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับมะเร็งปอด โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถทำการตรวจคัดกรองมะเร็งได้ 6 ชนิด ได้แก่ ตับ ปอด เต้านม ลำไส้ใหญ่ ปากมดลูก และต่อมลูกหมาก ซึ่งถือได้ว่าครอบคลุมถึง 55% ของชนิดมะเร็งที่พบผู้ป่วยมากที่สุดในประเทศไทย

“เปปโตเดอร์มา ไบโอคอสเมติก สการ์เจล (Peptoderma Biocosmetic Scar Gel)” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มารินา เกตุทัต-คาร์นส์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และคณะ เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสานด้วยเปปไทด์ CPH-1 จากจิ้งหรีด สำหรับบำรุงผิวและลดรอยแผลเป็นที่มีสารออกฤทธิ์หลักคือ Bioactive Peptide ที่เป็นสารสกัดธรรมชาติจากจิ้งหรีด โดยเปปไทด์ชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย ลดการอักเสบ ยับยั้งอนุมูลอิสระ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้ผิวที่มีรอยแผลเป็นกลับมาเรียบเนียนและยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถต่อยอดเป็นนวัตกรรมเวชสำอางที่มีศักยภาพสูงเชิงพาณิชย์

จากนั้น อาจารย์ ดร.สิรินทร ศรีโพธิ์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ บัตรสูงเนิน รักษาการแทนผู้ช่วยอธิการบดี และเจ้าหน้าที่งานทุนการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี นำนักศึกษาทุนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 8 คน และนักศึกษาทุนการศึกษา ตามโครงการพระราชดำริแก่นักศึกษาต่างชาติในภูมิภาคอาเซียน จำนวน 7 คน เข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานผลการศึกษา จากนั้นเสด็จออกจากอาคารสุรสัมมนาคาร ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังโรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา
29 371



