February 18,2026
ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตนายกฯ อีก 3 รายกับพวก

ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตนายกฯ อีก 3 รายกับพวก อดีตนายก อบต.ลาดบัวขาว กับพวก ทุจริตจัดซื้อรถกระเช้าไฟฟ้า อดีตนายก ทต.ใหม่กับพวก ทุจริตซื้อรถขยะ และอดีตนายก ทต.ขามสอกับพวก ปรับปรุงอาคารปภ.เป็นโรงจำนำไม่ชอบด้วยกม.และไม่เป็นไปตามแบบ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา เผยแพร่คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จำนวน 3 เรื่อง ดังนี้
เรื่องที่ 1 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหานายณรงค์ ภูมิจันทึกเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการจัดซื้อรถกระเช้าไฟฟ้านอกบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ ปี พ.ศ. 2556 โดยมีพฤติกรรมในการกีดกันมิให้มีการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า การจัดซื้อรถกระเช้าไฟฟ้าของนายณรงค์ ภูมิจันทึก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กับพวก มีหน้าที่ซื้อทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ โดยกำหนดคุณลักษณะและราคากลางของรถกระเช้าไฟฟ้า ทั้งที่ไม่ได้ไปสืบหาคุณลักษณะและราคากลางของรถกระเช้าไฟฟ้า โดยได้กำหนดคุณลักษณะและราคากลางของรถกระเช้าไฟฟ้าจากพรรคพวกของตน มีการกำหนดคุณลักษณะว่ากระเช้าไฟเบอร์กลาส สามารถทนแรงดันไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 8,000 โวลต์ ต้องมีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเป็นผู้รับรองแบบและตรวจสอบการติดตั้งและแนบใบสำเนาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมาพร้อมกับการเสนอราคา และกำหนดว่าโรงงานผู้ผลิตสี ต้องมีการรับรองไอเอสโอและนำมาแสดงในวันยื่นซองและหนังสือแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายจากโรงงานผู้ผลิตสี มาแสดงในวันยื่นซองเป็นการกำหนดเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ประกอบทั้งเมื่อได้มีการส่งจดหมายเชิญชวนก็ได้ส่งไปที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจเอ็ม แกรนด์ ซัพพลาย และบริษัท ไอ แอม ทรัค จำกัด ผู้ถูกล่าวหาที่ 14 ซึ่งเป็นพรรคพวกของตน และไม่ได้มีหน้าร้านที่ประกอบอาชีพขายรถกระเช้าไฟฟ้าแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อมีการยื่นซองเอกสารประกวดราคาซื้อด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็พบว่า บริษัท เรืองสมุทร์ บอดี้บัส แอนด์ทรัค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.พี.แอล.ธานี เอ็นจิเนียริ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 ไม่ได้แนบเอกสารที่ระบุว่า กระเช้าไฟเบอร์กลาสสามารถทนแรงดันไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 8,000 โวลต์ และไม่มีวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเป็นผู้รับรองแบบและตรวจสอบการติดตั้งและแนบใบสำเนาประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมมาพร้อมกับการเสนอราคา แต่อย่างใด โดยคณะกรรมการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้ไปรับรองว่าผู้เสนอซองทั้งสองรายนั้นมีคุณสมบัติตามประกาศมีสิทธิเข้าเสนอราคาได้ ต่อมาเมื่อบริษัท เรืองสมุทร์ บอดี้บัส แอนด์ ทรัค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 โดยนายบุญ เพริศแก้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ที. พี. แอล. ธานี เอ็นจิเนียริ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 โดยนายธรรมรงค์ ปัดลี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 เข้าทำการประมูลราคานั้น ก็มีพฤติการณ์ในการหลีกเลี่ยงการแข่งขันในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว สูญเสียโอกาสที่จะได้รับการเสนอราคาที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เป็นการกระทำโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญา
กับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และองค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายณรงค์ ภูมิจันทึก ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92
3. การกระทำของบริษัท เรืองสมุทร์ บอดี้บัส แอนด์ ทรัค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายบุญ เพริศแก้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.พี.แอล.ธานี เอ็นจิเนียริ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 นายธรรมรงค์ ปัดลี หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายปรีดา วิริยะศิริพจน์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 นายวิวรรธน์ ไชยมงคล ถูกกล่าวหาที่ 12 นางสาวดาวพระศุกร์ โหม่งสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 และบริษัท ไอ แอม ทรัค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายณรงค์ ภูมิจันทึก นายสุชล ลักษณะเพชร นายทอมศักดิ์ ลอนจันทึก นายกฤษณะ ตระกูลแก้วคำ นายวชิรากรณ์ ตระกูลสะอาด นางอนงค์ลักษณ์ หลวงกลาง บริษัท เรืองสมุทร์ บอดี้บัส แอนด์ ทรัค จำกัด นายบุญ เพริศแก้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.พี.แอล.ธานี เอ็นจิเนียริ่ง นายธรรมรงค์ ปัดลี หุ้นส่วนผู้จัดการ นายปรีดา วิริยะศิริพจน์ นายวิวรรธน์ ไชยมงคล นางสาวดาวพระศุกร์ โหม่งสูงเนิน และบริษัท ไอ แอม ทรัค จำกัด และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายณรงค์ ภูมิจันทึก นายสุชล ลักษณะเพชร นายทอมศักดิ์ ลอนจันทึก นายกฤษณะ ตระกูลแก้วคำ นายวชิรากรณ์ ตระกูลสะอาด และนางอนงค์ลักษณ์ หลวงกลาง ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง ต่อไป
ให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของบริษัท เรืองสมุทร์ บอดี้บัส แอนด์ ทรัค จำกัด นายบุญ เพริศแก้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที.พี.แอล.ธานี เอ็นจิเนียริ่ง นายธรรมรงค์ ปัดลี หุ้นส่วนผู้จัดการ นายปรีดา วิริยะศิริพจน์ นายวิวรรธน์ ไชยมงคล นางสาวดาวพระศุกร์ โหม่งสูงเนิน และบริษัท ไอ แอม ทรัค จำกัด ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
เรื่องที่ 2 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหานางสาวสุนี ปูนกลาง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตการจัดซื้อรถบรรทุกขยะ 6 ล้อ แบบเทท้าย ตามสัญญาเลขที่ 2/2554 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า การจัดซื้อรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย ในปี พ.ศ. 2553 ของเทศบาลตำบลใหม่ มีการร่วมมือกันและแบ่งแยกหน้าที่กันทำเพื่อให้พรรคพวกของตนเข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลใหม่ ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ โดยมีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมอันเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ดังนี้
นางสาวสุนี ปูนกลาง นายกเทศมนตรีตำบลใหม่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เป็นผู้เสนอโครงการจัดซื้อรถบรรทุก 6 ล้อแบบอัดท้าย ซึ่งมีสมาชิกสภาเทศบาลตำบลใหม่ ได้ทักท้วงผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 แล้วว่าจะไม่มีเงินนำไปใช้ในการซ่อมแซมสาธารณูปโภคอย่างอื่นได้อย่างไร แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ก็ไม่ได้รับฟังคำทักท้วง และได้ดำเนินโครงการจัดซื้อรถทั้งสามคันจนเสร็จ
ในขั้นตอนการตั้งงบประมาณ นางประภาพรรณ โพธิ์มีศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และเจ้าหน้าที่ของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันสืบหาราคา คุณลักษณะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย โดยไม่พบเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการสืบหาราคากลางและคุณลักษณะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย แต่อย่างใด
ในขั้นตอนการกำหนดราคากลางและคุณลักษณะเฉพาะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย คณะกรรมการกำหนดราคากลางและคุณลักษณะเฉพาะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย ประกอบด้วย นางประภาพรรณ โพธิ์มีศิริ ผู้ถูกล่าวหาที่ 2 นางสาวรำไพ แปกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางสาวจิราลักษณ์ เอนกนันท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ร่วมกันลงนามรายงานผลการพิจารณากำหนดราคากลางและคุณลักษณะเฉพาะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย โดยได้กำหนดลักษณะของเครื่องยนต์และตัวรถว่า “ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันโดยไม่มีการตัด ,เจาะ หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ สามารถประหยัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 10 %
ผู้เสนอราคาจะต้องแนบแคตตาล็อคตัวจริง โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้และหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายได้มาแสดงในวันยื่นซอง” และราคากลางรวมเป็นเงิน 1,900,000 บาท โดยไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานของการสืบราคา สืบหาคุณลักษณะเฉพาะของรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย จากหน่วยงานราชการและหรือหน่วยงานเอกชน แต่อย่างใด
ซึ่งในช่วงปี 2553 ไม่พบว่ามีการใช้อุปกรณ์ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 โดยไม่ต้องตัด เจาะ หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ แต่อย่างใด และอุปกรณ์ Novel Vortek ที่บริษัท ไอล์เบอร์รี่ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 ผลิตนั้นสามารถประหยัดน้ำมันได้โดยที่ไม่ต้อง เจาะ ตัดแปลง เข้ากับตัวรถหรือเครื่องยนต์ ไม่มีเจ้าอื่นมาทำเลียนแบบได้ เนื่องจาก นายนิพัฒน์ ปิ่นอมร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 จดทะเบียนสิทธิบัตรเอาไว้
ในการจัดซื้อจัดจ้างรถบรรทุกขยะ 6 ล้อแบบอัดท้าย โดยวิธีสอบราคา เทศบาลตำบลใหม่ไม่ได้มีการลงประกาศสอบราคาในระบบอีจีพีของกรมบัญชีกลาง แต่จากการตรวจสอบข้อมูลของกรมบัญชีกลางพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เทศบาลตำบลใหม่สามารถประกาศสอบราคาในระบบอีจีพีของกรมบัญชีกลางได้
ขั้นตอนการเชิญชวนผู้มีอาชีพให้มายื่นซองสอบราคา นางศกวรรณ นวลฉวี เจ้าพนักงานพัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 เป็นผู้พิมพ์หนังสือเชิญผู้ประกอบการ และนางสาวสุนี ปูนกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้ลงนามเรียนเชิญผู้ประกอบการให้มายื่นซองเสนอราคา 7 ราย นั้นพบว่าบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 , บริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด,บริษัท จี.ที. ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ธนาทรัพย์ บอดี้ทรัค จำกัด ปรากฏว่านายวราเศรษฐ์ ครุฑธนสาร กรรมการผู้จัดการบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 เป็นสามีของนางสาวกรรณิการ์ ธนารุ่งโรจน์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ธนาทรัพย์ บอดี้ทรัค จำกัด และบริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งโดยนางกาญจนา เหมหาญวิภาส พี่สาวร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนางสาวกรรณิการ์ ธนารุ่งโรจน์ ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนให้นายธนาดุลย์ ทิพยเวศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 เข้าเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด แทน
ส่วนบริษัท จี. ที. ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนายศุภชัย ศิริสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 ได้แจ้งในฐานข้อมูลต่าง ๆ ว่าให้ติดต่อได้ที่เบอร์โทร ซึ่งเป็นเบอร์โทรเดียวกันกับที่บริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 และบริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด ได้ใช้งานในเบอร์เดียวกัน อีกทั้งยังพบว่าบริษัท เอเอ็มแอล เทคโนโลยี จำกัด ไม่ได้ประกอบอาชีพค้าขายรถยนต์อเนกประสงค์แต่อย่างใด ดังนั้น จึงมีการส่งจดหมายเชิญชวนไปยังผู้ประกอบการซึ่งมีอาชีพค้าขายรถบรรทุกขยะไม่ถึง 5 ราย
ต่อมามีผู้ซื้อเอกสารสอบราคา จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด โดยนายธนาดุลย์ ทิพยเวศ กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12, บริษัท บี แอล เทคโนโลยี จำกัด โดยนางบุญรอด แซ่โค้ว ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด, บริษัท จี.ที. ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยนายศุภชัย ศิริสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 และบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 โดยนายวราเศรษฐ์ ครุฑธนสาร กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 โดยมีนางศกวรรณ นวลฉวี เจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 เป็นผู้ขายซองคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาประกอบด้วย นางนันทนา ดิษฐพลขันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นางฐิตารีย์ เสริมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นางเกษณีย์ ฉายพิมาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 นายประเสริฐ กลิ่นโนนสูง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 นายเลิศ ห่างกลาง ได้ร่วมกันลงนามรับรองว่า บริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด บริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 และบริษัท จี.ที. ทรัค แอนด์ บัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้อง ทั้งที่บริษัททั้งสามข้างต้นไม่มีเอกสารที่หน่วยงานราชการรับรองว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์ที่ช่วยในการประหยัดน้ำมัน 10 – 30% โดยไม่มีตัด เจาะ ดัดแปลงเครื่องยนต์แต่อย่างใด
เอกสารของบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 และบริษัท เฟริสท์ อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งมีนายวราเศรษฐ์ ครุฑธนสาร กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 และนายธนาดุลย์ ทิพยเวศ กรรมการผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 เป็นผู้อ้างเอกสารว่านายนิพัฒน์ ปิ่นอมร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ไอล์เบอรี่ จำกัด เป็นผู้ลงนามแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน พบว่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไม่มีโครงการทดสอบอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันดังกล่าว แต่อย่างใด
การกำหนดลักษณะของเครื่องยนต์และตัวรถว่า “ติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำมันโดยไม่มีการตัด, เจาะ หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ สามารถประหยัดน้ำมันได้ไม่น้อยกว่า 10 % ผู้เสนอราคาจะต้องแนบแคตตาล็อคตัวจริง โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานราชการ ที่เชื่อถือได้และหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายได้มาแสดงในวันยื่นซอง” จึงเป็นการกำหนดคุณลักษณะเงื่อนไขอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม มีการละเว้นไม่ดำเนินการประกาศสอบราคาในระบบอีจีพีของกรมบัญชีกลาง มีการเชิญผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกันและผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีอาชีพขายรถบรรทุกขยะ ให้มาเสนอราคาและการเสนอราคาของทั้งสามบริษัท ซึ่งมายื่นซองเสนอราคาในวันเวลาใกล้เคียงกัน เสนอราคาต่างกันเพียง 10,000 บาท ทั้งสามบริษัท มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน เสนอราคาต่างกันเพียงเล็กน้อยในลักษณะสมยอมราคากัน ไม่ได้มีเจตนาเข้าแข่งขันราคาหรือหวังผลชนะกันอย่างแท้จริงแต่อย่างใด เป็นการเข้าเสนอราคาในลักษณะเป็นคู่เทียบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 เป็นผู้ชนะสอบราคา และเข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลใหม่ โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางเพียง 10,000 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนางสาวสุนี ปูนกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้นและฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
2. การกระทำของนางประภาพรรรณ โพธิ์มีศิริ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา
ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง
3. นางสาวรำไพ แปกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางสาวจิราลักษณ์ เอนกนันท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำการอันมีมูลความผิดในทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 6 วรรคหนึ่ง
4. การกระทำของนางศกวรรณ นวลฉวี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไขหรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 และมาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง
5. การกระทำของนางนันทนา ดิษฐพลขันธ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นางสาวฐิตารีย์ จำเริญเนาว์ หรือเสริมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 และนางเกษณีย์ ฉายพิมาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำการอันมีมูลความผิดในทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 6 วรรคหนึ่ง
6. การกระทำของบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 10 นายวราเศรษฐ์ ลภัสศิริถิรกุล หรือนายธนากูล ครุฑธนสาร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11 ายณฐกัณฑ์ ธนะศิณาทรัพย์ หรือนายธนาดุลย์ ทิพยเวศ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 12 นายศุภชัย ศิริสถิตย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 13 บริษัท ไอล์เบอร์รี่ จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 14 และนายนิพัฒน์ ปิ่นอมร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 15 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
7. สำหรับนายประเสริฐ กลิ่นโนนสูง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นางสาวสุนี ปูนกลาง นางประภาพรรรณ โพธิ์มีศิริ นางศกวรรณ นวลฉวีบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด นายวราเศรษฐ์ ลภัสศิริถิรกุล หรือนายธนากูล ครุฑธนสาร นายณฐกัณฑ์ ธนะศิณาทรัพย์ หรือนายธนาดุลย์ ทิพยเวศ นายศุภชัย ศิริสถิตย์ บริษัท ไอล์เบอร์รี่ จำกัด และนายนิพัฒน์ ปิ่นอมร ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นางประภาพรรรณ โพธิ์มีศิริ นางสาวรำไพ แปกลาง นางสาวจิราลักษณ์ เอนกนันท์ นางศกวรรณ นวลฉวี นางนันทนา ดิษฐพลขันธ์ นางสาวฐิตารีย์ จำเริญเนาว์ หรือเสริมกลาง และนางเกษณีย์ ฉายพิมาย และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับ นางสาวสุนี ปูนกลาง ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลใหม่ อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
รวมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของบริษัท ทรัพย์รุ่งโรจน์ ซัพพลาย จำกัด นายวราเศรษฐ์ ลภัสศิริถิรกุล หรือนายธนากูล ครุฑธนสาร นายณฐกัณฑ์ ธนะศิณาทรัพย์ หรือนายธนาดุลย์ ทิพยเวศ นายศุภชัย ศิริสถิตย์ บริษัท ไอล์เบอร์รี่ จำกัด และนายนิพัฒน์ ปิ่นอมร ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
เรื่องที่ 3 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหานายมาโนช มะลิขาว เมื่อครั้งดำนงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลขามทะเลสอ อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เป็นอาคารสถานธนานุบาล (โรงจำนำ) หรืออาคารอเนกประสงค์ 2 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายมาโนช มะลิขาว นายกเทศมนตรีตำบลขามทะเลสอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ดำเนินการอนุมัติโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เป็นอาคารสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) แต่ได้รับการทักท้วงจากเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลขามทะเลสอ ว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากติดปัญหาข้อกฎหมายเนื่องจากพื้นที่ที่จะสร้างอาคารนั้นเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันและต้องมีการขออนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็นโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เป็นอาคารอเนกประสงค์ 2 แต่นายมาโนช มะลิขาว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ยังได้สั่งการให้นายประกอบ ปานสันเทียะ ผู้อำนวยการกองช่าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ออกแบบกำหนดพัสดุกำหนดโครงสร้าง ให้ยังคงมีประตูนิรภัย ผ้าม่าน และกล้องวงจรปิด ซึ่งยังคงมีลักษณะเป็นอาคารสถานธนานุบาล (โรงรับจำนำ) เมื่อได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 โดยนายพงษ์ศักดิ์ ณ.น่าน หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ลงนามเป็นคู่สัญญา เอกสารซื้อซอง ส่งมอบซองพร้อมทั้งเอกสารประกอบ สัญญาซื้อขาย หนังสือส่งมอบงาน และเป็นผู้รับเงิน ลงลายมือชื่อในใบเสร็จรับเงิน และมีนายประจักษ์ พลธีรยุทธ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป ตัวแทนของฝ่ายผู้รับจ้างได้ลงลายมือชื่อในรายงานควบคุมงานในโครงการดังกล่าวทุกหน้า ร่วมกับนายนพดล บำรุงศิลป์ นายช่างผู้ควบคุมงานของเทศบาลตำบลขามทะเลสอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 โดยมีนายประกอบ ปานสันเทียะ ผู้อำนวยการกองช่าง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวณัฏฐ์ชญาภา กลีบพุดซา เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนและบัตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางสาวณิชาภา รังผึ้ง บุคลากร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง ร่วมกันลงนามรับรองว่าผู้รับจ้างได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นไปตามแบบแปลนและสัญญาจ้างทุกประการ ซึ่งนายมาโนช มะลิขาว นายกเทศมนตรีตำบลขามทะเลสอ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้ลงนามอนุมัติให้มีการเบิกจ่ายเงินให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ไปครบถ้วนรวมเป็นเงิน 1,249,000 บาท ทั้งที่ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ผู้รับจ้าง นั้นไม่ได้ติดตั้งม่านพีวีซีพร้อมอุปกรณ์ ไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์จำนวน 8 จุด แต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งทำให้ราชการเสียหายแล้ว
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนายมาโนช มะลิขาว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จากการไต่สวนเบื้องต้น พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่การกระทำของนายมาโนช มะลิขาว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ที่ไม่ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่สาธารณประโยชน์นั้น ให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
2. การกระทำของนายประกอบ ปานสันเทียะ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายนพดล บำรุงศิลป์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 3 วรรคสาม และข้อ 6 วรรคสอง
3. การกระทำของนางสาวณัฏฐ์ชญาภา กลีบพุดซา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางสาวณิชาภา รังผึ้ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำการอันมีมูลความผิดอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูลให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่การกระทำของนางสาวณัฏฐ์ชญาภา กลีบพุดซา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางสาวณิชาภา รังผึ้ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ในฐานะคณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง ที่ทำการตรวจรับพัสดุเพียงตามที่ปรากฏรายละเอียดของงวดงานตามสัญญาจ้างเท่านั้น โดยไม่ใช้ความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบว่าเป็นไปตามรูปแบบรายละเอียดแบบแปลนซึ่งเป็นเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาหรือไม่ เป็นกรณีไม่ใช้ความระมัดระวังในการทำหน้าที่ จึงเป็นความประมาทเลินเล่อ ให้ส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 64 ต่อไป
4. การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 นายพงษ์ศักดิ์ ณ.น่าน หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายประจักษ์ พลธีรยุทธ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายประกอบ ปานสันเทียะ นายนพดล บำรุงศิลป์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป นายพงษ์ศักดิ์ ณ.น่าน และนายประจักษ์ พลธีรยุทธ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายประกอบ ปานสันเทียะ และนายนพดล บำรุงศิลป์ ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลขามทะเลสอ อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
รวมทั้งแจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด พงษ์ศักดิ์ กรุ๊ป นายพงษ์ศักดิ์ ณ.น่าน และนายประจักษ์ พลธีรยุทธ ให้กรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไปด้วย
ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
77 2,631



