11thSeptember

11thSeptember

11thSeptember

 

March 21,2026

มทส.ลงพื้นที่ “เขื่อนลำแชะ” สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ พบผีเสื้อกว่า 15 ชนิด ดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ป่าทับลาน

นักวิชาการ มทส. ลงพื้นที่ผนึกกำลังชุมชนบ้านมาบกราด สำรวจระบบนิเวศบริเวณเขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี พบความหลากหลายของแมลงและผีเสื้อกว่า 15 ชนิด สะท้อนความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เตรียมผลักดันเป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติ มีศักยภาพและความหลายหลายทางชีวภาพในการเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาธรรมชาติเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน

วันที่ 19 มีนาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จริยา รอดดี อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) พร้อมด้วยทีมนักศึกษาบัณฑิตศึกษา และส่วนประชาสัมพันธ์ มทส. ร่วมกับกลุ่มผู้นำชุมชน ลงพื้นที่สำรวจแมลงและผีเสื้อ ณ บริเวณแก่งวังวน เขื่อนลำแชะ บ้านมาบกราด ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จริยา กล่าวถึงการสำรวจในครั้งนี้ว่า “คณะสำรวจได้ดำเนินการศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตั้งแต่บริเวณทางเข้าพื้นที่ ที่ต้องนั่งเรือผ่านช่องเขาทับลาน มายังแก่งวังวนซึ่งเป็นพื้นที่สำรวจ จากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า เส้นทางสำรวจพบกลุ่มนกหลายชนิด และเมื่อเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ป่าและบริเวณจุดชมน้ำตกชั้นต่างๆ พบว่ามีความหลากหลายของระบบนิเวศที่น่าสนใจ เมื่อสำรวจยังพื้นที่ป่าชั้นในซึ่งมีความชื้นสูงและเข้าใกล้บริเวณน้ำตก จะเริ่มพบกลุ่มแมลงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผีเสื้อที่ความหนาแน่นของประชากรอย่างเด่นชัด จากการสำรวจและจำแนกชนิดของแมลงและผีเสื้อในเบื้องต้นสามารถบันทึกภาพ ประมาณ 15 ชนิด และระบุสายพันธุ์ผีเสื้อได้แล้วประมาณ 25 ชนิด โดยจำนวนผีเสื้อและกลุ่มแมลงที่บันทึกในครั้งนี้ อยู่ในวงศ์ Nymphalidae, Pieridae, Papilionidae และ Lycaenidae ถือเป็นตัวเลขขั้นต้นจากการสำรวจในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงอาจมีความหลากหลายของชนิดพันธุ์มากกว่านี้ แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและจังหวะการออกหาอาหารของแมลงบางชนิดที่อาจยังไม่ปรากฏตัวในช่วงที่ทำการสำรวจ จึงทำให้ยังไม่สามารถบันทึกชนิดพันธุ์ทั้งหมดในพื้นที่ได้ การพบผีเสื้อหลากหลายสายพันธุ์ในปริมาณมากขนาดนี้ เป็นดัชนีบ่งชี้ที่สำคัญว่าผืนป่าแห่งนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์สูงมาก เนื่องจากในพื้นที่มีไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น ต้นกุ่ม ซึ่งเป็นพืชอาหารหลักที่สำคัญของหนอนผีเสื้อ นอกจากนี้ ทางทีมสำรวจยังได้คาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกช่วงสำหรับการชมธรรมชาติ เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ "ผีเสื้อหนอนคูน" จะเจริญเติบโตเต็มที่หลังจากกินพืชอาหารและผ่านการฟักตัวจาการเข้า ดักแด้ คาดว่าจะออกมาโบยบินสร้างสีสันให้กับผืนป่าและน้ำตกแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเป็นแหล่งของการศึกษาและวิจัยรวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศที่หลากหลาย อาทิ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ แมลง และเชื้อราต่าง ๆ รวมทั้งยังสามารถส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงอนุรักษ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่รักธรรมชาติได้เข้ามาสัมผัสความสวยงาม ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าและแหล่งน้ำ และยังคงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพต่อไปอย่างยั่งยืน

 


26 231